8 กลุ่มมาตรการกีดกันการค้าที่ SME ต้องรู้

by SMEs 26 พย. 2012
Share:

 

 

 
หลังจากการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้กรอบ AEC แล้ว คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า อุปสรรคในเรื่องของกำแพงภาษีจะหมดลงไปจากการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ในความถูกต้องนั้น กลับมีอุปสรรคใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่น้อยทีเดียว หรือบางครั้งอาจส่งผลกระทบมากกว่าเรื่องของภาษีด้วยซ้ำ ใช่แล้วสิ่งที่เรากำลังเอ่ยถึง นั่นคือ “มาตรการกีดกันการค้าที่มิใช่ภาษี” ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศในอาเซียน ที่จะมีผลทำให้แนวโน้มการค้าเพิ่มขึ้นได้ไม่เร็วนักอย่างที่คาดไว้
 
จากบทวิคราะห์ของ SCB EIC ได้ชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีการลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีภายใต้ AEC ไปแล้ว แต่อุปสรรคสำคัญที่ยังคงอยู่ คือ มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี ซึ่งนอกจากการขจัดและลดรายการได้ค่อนข้างล่าช้าแล้ว หลายประเทศกลับมีการออกมาตรการที่มิใช่ภาษีเพิ่มเติมอยู่ตลอด ส่งผลให้ธุรกิจยังใช้โอกาสและประโยชน์จากตลาดอาเซียนได้ไม่เต็มที่นัก
 
สำหรับมาตรการที่มิใช่ภาษีนั้น มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนของธุรกิจเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและจากความล่าช้าในการค้าขายส่งมอบสินค้า ทั้งนี้ อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี (Non-Tariff Barriers: NTB) ได้ถูกแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ 
 
1. มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) ประเทศผู้นำเข้าเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าปกติ โดยอ้างว่ามีการทุ่มตลาดจากบริษัทผู้ส่งออกมายังประเทศผู้นำเข้า 
 
2. มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Counter-Vailing Duty : CVD) ประเทศผู้นำเข้าเก็บอากรตอบโต้การอุดหนุนเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าปกติโดยอ้างว่า สินค้านำเข้าได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลประเทศที่ผลิตสินค้านั้นๆ 
 
3. มาตรการปกป้องจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) ประเทศผู้นำเข้าเก็บอากรปกป้องเพิ่มเติมจากภาษีนำเข้าปกติได้ โดยอ้างว่ามีการนำเข้าที่ผิดปกติ ทั้งในรูปของการนำเข้ามาของสินค้าในปริมาณที่มากกว่าปกติ หรือมีการนำเข้ามาในราคาที่ต่ำกว่าปกติ 
 
4. มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary : SPS) การใช้มาตรฐานเรื่อง SPS ที่สูงมาก จนเป็นอุปสรรคต่อสินค้านำเข้าในเชิงพาณิชย์ 
 
5. มาตรการอุปสรรคเทคนิคทางการค้า (Technical Barrier to Trade :TBT): กำหนดมาตรฐานทางการค้า เช่น การกำหนดการติดฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่สูงมาก จนเป็นอุปสรรคต่อสินค้านำเข้าในเชิงพาณิชย์ 
 
6. มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น นำเรื่อง ปัญหาโลกร้อน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มาเป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า 
 
7. มาตรการด้านแรงงาน ตัวอย่างเช่น สินค้านำเข้า ต้องไม่ได้ผลิตโดยเด็กหรือนักโทษ เป็นต้น 
 
8. NTB รูปแบบอื่นๆ เช่น การจัดซื้อโดยรัฐ การผูกขาดการนำเข้า การกำหนดแหล่งกำเนิดสินค้า เป็นต้น
 
Share:

Related Articles

​ส่องความสำเร็จ The Vegan Kind แค่ 8 ปีขึ้นแท่นห้างออนไลน์ขายสินค้าวีแกนใหญ่สุดฮิตสุดในอังกฤษ

The Vegan Kind เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์วีแกนและผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการทารุณกรรมสัตว์ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ใหญ่สุดในอังกฤษ โดยมีสินค..

by SME Thailand.| 02 สค. 2021

​ทำตลาดเฉพาะกลุ่มยังไงให้มีรายได้ 2,630 ล้านบาท เรียนรู้วิธีจากแบรนด์กาแฟ BRCC เน้นลูกค้ากลุ่มเดียว

หากสตาร์บัคส์คือแบรนด์ที่แมสจนคนทั่วโลกรู้จัก แบรนด์ Black Rifle Coffee Company หรือ BRCCคือ ขั้วตรงข้าม เป็นร้านกาแฟที่เฉพาะกลุ่มสุดๆ

by SME Thailand.| 29 กค. 2021

​รวมกลยุทธ์แบรนด์ดังอเมริกา ใช้ TikTok ทำยอดขายถล่มทลาย สร้างรายได้จากกลุ่ม Gen Z

กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ในอเมริกากำลังให้ความสนใจ TikTok แอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกในฐานะเครื่องมือทางการตลา..

by SME Thailand.| 26 กค. 2021