เกาหลีนับถอยหลังเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด”

by smethailandclub 06 ธค. 2016
Share:

 

เรื่อง วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์

    เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนไปศึกษาต่อที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย ดิฉันสังเกตเห็นอยู่อย่างคือคนที่นั่นไม่ชอบพกเงินสด ไม่ว่าจะซื้อของมูลค่ามากน้อยแค่ไหน แค่ 3 เหรียญ 5 เหรียญก็รูดการ์ดตลอด บัตรเอทีเอ็มของธนาคารทางโน้นนอกจากใช้กดเงินสดแล้ว ยังใช้รูดซื้อของได้ด้วย ตามร้านค้าจะมีเครื่อง EFTPOS (Electronic Funds Transfer at Point of Sale) อันเป็นระบบโอนเงินอัตโนมัติ ณ จุดซื้อขายเมื่อคนขายรูดการ์ดเสร็จจะยื่นเครื่องให้คนซื้อกดรหัสเพื่อหักเงินจากบัตร ถือว่าสะดวกมากและก็เป็นสิ่งที่เขาปฏิบัติกันเป็นเรื่องปกติ สังเกตว่าร้านไหนที่ติดป้าย Cash Only รับเฉพาะเงินสด จะไม่เป็นที่โปรดปรานของลูกค้านัก


    ช่วงหลัง ๆ มานี้จะเห็นเป็นกระแสไปทั่วโลกเกี่ยวกับ “cashless society”หรือสังคมปลอดเงินสดที่ผู้คนหันไปใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แทน โดยการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรและระบบออนไลน์ หลายประเทศ อาทิ สวีเดน นอร์เวย์ จีน หรือแม้กระทั่งอินเดียซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้เงินสดมากที่สุดในโลกแสดงท่าทีสนใจโครงการนี้ บ้านเราเอง ก็เคยฮือฮากับPromptPayบริการโอน-รับเงินแบบใหม่ผ่านมือถือ ยังไม่รวมบัตรต่าง ๆ ที่ใช้แทนเงินสดได้    


    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดูเหมือนเกาหลีใต้ ประเทศที่พัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างถึงขีดสุดเองก็ไม่อยากพลาดตกขบวน จึงเข้าร่วมวงด้วย โดยทั่วไป คนเกาหลีนิยมชำระค่าสินค้าและบริการผ่านสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมีบัตรเงินสดที่ใช้กันแพร่หลายคือ “T Money” ที่สามารถใช้จ่ายค่าโดยสารรถสาธารณะ ค่าแท็กซี่ และซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้ออยู่แล้ว ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลในการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสดคือธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศจะทะยอยเก็บเงินวอนที่เป็นเหรียญออกจากระบบ ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากขึ้น คือไม่ต้องพกเศษสตางค์ให้ยุ่งยาก


    เกาหลีใต้เป็นประเทศหนึ่งที่ใช้เงินสดน้อยสุดอยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการครองบัตรเครดิตของประชาชนสูงที่สุด คือ 1.9 ใบต่อประชากร 1 คน การทำธุรกรรม รวมถึงการซื้อขายสินค้าและบริการโดยใช้เงินสดเกิดขึ้นคิดเป็นร้อยละ 20 เท่านั้น เจ้าหน้าที่แบงค์ชาติเกาหลีกล่าวว่าในแต่ละปีแบงค์ชาติเกาหลีต้องเสียงบประมาณกว่า 40 ล้านดอลลาร์ในการผลิตเหรียญออกมาใช้ อย่างเหรียญ 10 วอน มูลค่าจริงก็ไม่ใช่ 10 วอนเพราะต้นทุนการผลิตมันสูงกว่า ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการผลิตธนบัตรอีก เจ้าหน้าที่บอกอีกว่า หากประชาชนเปลี่ยนไปใช้ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์กันหมด นอกจากสะดวกทั้งซื้อและผู้ขาย ยังทำให้รัฐบาลประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตปีละ 1.2% เลยทีเดียว


    หันกลับมามองบ้านเรา ดูแล้ว คงอีกนานกว่าจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ เพราะผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่วางใจในระบบความปลอดภัยข้อมูล อีกทั้งบ้านเรามีร้านค้าขนาดเล็ก หายเร่แผงลอยที่รับแต่เงินสดมากกว่า ที่สำคัญ การเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะคนรุ่นเก่าให้หันมาใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ดูเป็นเรื่องยาก แต่เมื่อใดที่เราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันอย่างจริงจัง สิ่งที่จะเปลี่ยนตามคือรูปแบบการดำเนินธุรกิจ การทำการค้า รวมไปถึงกลยุทธ์การตลาดที่ต้องมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค

    
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี





Share:

Related Articles

​Cart Safe ถุงคลุมรถเข็นป้องกันโควิด ไอเดียสุดล้ำจากคุณแม่ลูกสาม สร้างรายได้ง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัว

เช่น “Cart Safe” ถุงคลุมรถเข็นใส่สินค้าที่เห็นในรูปนี้ แม้จะดูเหมือนว่าทำออกมาง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วกลับช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาใช..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​แตกไลน์ธุรกิจยังไงให้รอดและรุ่ง ถอดกลยุทธ์อายิโนะโมะโต๊ะ แบรนด์อาหารกว่าร้อยปีหนีตายสู่ธุรกิจไอที

หลายคนคงนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่าวันหนึ่ง “อายิโนะโมะโต๊ะ” แบรนด์ผงชูรสที่แสนจะคุ้นหู จะบุก “วงการไอที” ที่แสนจะห่างไกลจากธุรกิจอาหาร ด้วยการหันมาจริงจัง..

by SME Thailand.| 19 กย. 2021

​“การบริจาค” กลยุทธ์ชุบชีวิตแบรนด์โนเนมในจีน จากเกือบล้มละลายเป็นขายสินค้าเกลี้ยงร้าน

กระแสชาตินิยมของจีนประทุขึ้นมาอีกระลอกช่วงเกิดวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ที่มณฑลเหอหนานช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และ“เออร์เก้” (ERKE) ที่ล้มลุกคลุกคลานและ..

by SME Thailand.| 14 กย. 2021