โอกาสพม่า...ในมุมมอง SME ไทย

by SMEs 04 มีค. 2014
Share:

 

 
ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่กำลังเนื้อหอมสุดในอาเซียนเวลานี้ สำหรับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือประเทศพม่า  หลังจากเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนจากทั่วโลก ส่งผลให้พม่ากลายเป็นประเทศที่ถูกจับตามองในฐานะแหล่งลงทุนและตลาดแห่งใหม่ที่มีศักยภาพสูงในกลุ่มอาเซียนทันที ไม่เว้นแม้แต่ผู้ประกอบการ SME ไทย ซึ่งต่างก็วาดฝันที่จะออกไปแสวงหาโอกาสยังประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมา ข้อมูลมากมายที่เกี่ยวข้องกับพม่าได้ถูกนำเสนอออกสู่สาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้ทำความรู้จักกับพม่าให้มากยิ่งขึ้น แต่อย่างที่โบราณว่าไว้ “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น” การที่จะรู้จักพม่าให้ลึกซึ้งได้นั้น จำเป็นต้องเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
 
ล่าสุดทีมงาน SME Thailand ได้มีโอกาสเข้าไปทำความรู้จักกับประเทศพม่าด้วยสองตาของตัวเอง จากการร่วมเดินทางไปกับผู้ประกอบการ SME ของไทยกว่า 20 ชีวิต ในกิจกรรม “จับคู่ธุรกิจไทย-เมียนมาร์ แบบส่วนตัว” (Private Business Matching) ภายใต้การดำเนินการของ Make It Happen International ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยให้มารู้จักกับนักธุรกิจพม่าตัวจริงเสียงจริง เพื่อต่อยอดสู่ความร่วมมือทางธุรกิจต่อไปในอนาคต
 
 
 
 
 
การเดินทางครั้งนี้ จุดหมายปลายทางอยู่ที่  ย่างกุ้ง  อดีตเมืองหลวงของพม่า แต่ต้องยอมรับว่า ย่างกุ้งยังคงเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของพม่า โดยเฉพาะสินค้าและบริการของไทยส่วนใหญ่จะทำตลาดอยู่ในย่างกุ้งแทบทั้งสิ้น ภาพแรกของพม่าจากสายตาที่เห็นนั้น ไม่ต่างอะไรไปจากประเทศไทย ซึ่งนับถอยหลังไปประมาณ 40-50 ปีที่แล้ว ระบบการคมนาคมขนส่งก็ยังไม่สะดวกสบาย ไฟฟ้ายังมีไม่เพียงพอรองรับตลอด 24 ชั่วโมง แต่หลังจากที่พม่าเปิดประเทศนั้น ก็เริ่มได้เห็นทิศทางการพัฒนาในหลายๆ ด้านเกิดขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงนับเป็นแรงผลักดันที่ทำให้นักลงทุนจากทั่วโลกต้องการจะมาแสวงหาโอกาสจากพม่าแห่งนี้ 
 
สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้ ทีมงาน SME Thailand ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ SME ไทยกับนักธุรกิจพม่าอย่างใกล้ชิด ซึ่งมากันหลากหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือแม้แต่ในกลุ่มของ Interior Design เป็นต้น ซึ่งเป้าหมายของผู้ประกอบการ SME ไทยเหล่านี้ก็คือ การเข้ามาดูลู่ทางตลาดและทำความรู้จัก พร้อมกับการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับนักธุรกิจพม่าให้ได้มากที่สุด เพื่อหวังจะใช้เป็นบันไดต่อยอดไปสู่การค้าและการลงทุนในอนาคต 
 
หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้  กานต์รวี โลหรัตนวิศิษฎ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ แอลลิ ไทย เทรด จำกัด ซึ่งได้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายและรับอัดสายไฮดรอลิก รวมถึงท่อยางอุตสาหกรรมทุกชนิด มองว่า การมาพม่าในครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นตลาดชัดเจนขึ้น  โดยเฉพาะโอกาสในธุรกิจของตนนั้นพบว่า แม้พม่าจะมีเครื่องจักร รถเครน หรือรถยกเป็นจำนวนมาก แต่แทบจะไม่มีร้านอัดสายไฮดรอลิกเปิดให้บริการเลย จึงมองว่ามีความเป็นไปได้ในการจะเข้ามาทำตลาด เพียงแต่เวลานี้ต้องการจะหาตัวแทนจำหน่ายมาช่วยดูแลธุรกิจดังกล่าวในพม่า
 
“คู่ค้าที่เราต้องการ ขอแค่ให้จริงใจทั้งต่อตัวเราและลูกค้า เราไม่อยากขายระยะสั้น แต่อยากขายระยะยาว ซึ่งการได้มาจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ ทำให้เราเปลี่ยนความคิดในหลายเรื่อง โดยเฉพาะมุมมองที่มีต่อคนพม่า เราอาจจะติดภาพแรงงานพม่าในไทย แต่จริงๆ แล้ว คนพม่าเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น ภาษาอังกฤษเขาดีกว่าเราด้วยซ้ำ มารยาทก็ดี วิธีการเจรจาการค้าก็ดูจริงใจ ตรงไปตรงมา มีความเป็นนักธุรกิจสูงมาก”
 
ด้าน ร.ท.วีระเดช เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อพอลโล่ โซลาร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ให้ความเห็นถึงการมาเปิดตลาดในพม่าว่า ก่อนหน้านี้มีเพื่อนชวนให้มาค้ารถยนต์เก่าในพม่า ตนจึงตัดสินใจมาดูตลาดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งช่วงนี้เป็นจังหวะที่รัฐบาลพม่าเปิดตลาด ทำให้ราคารถยนต์เริ่มลดลงเรื่อยๆ เหมือนกับว่าเป็นการกระตุ้นให้อุตสาหกรรมรถยนต์เติบโตขึ้น แต่ในรายละเอียดลึกๆ ยังไม่รู้ว่าระบบโครงสร้างภาษีของที่นี่เป็นอย่างไร อีกทั้งความชอบของคนเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้น หากต้องการจะมาทำการค้าจริงๆ จำเป็นต้องมาเรียนรู้ให้มากกว่านี้ ขณะเดียวกันด้วยความที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จึงอยากจะดูลู่ทางการลงทุนด้านนี้ด้วย แต่ก็พบว่าที่ดินราคาค่อนข้างแพง คงต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสม แต่ที่แน่ๆ คือ โรงแรมในพม่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องดูราคาว่าเหมาะสมน่าลงทุนหรือไม่ 
 
“ผมว่าน่าจะมีโอกาสที่จะเกิดการลงทุนได้ แต่ต้องให้เวลาสักหน่อย เพราะไม่เหมือนของซื้อของขาย ที่เรามีของแบบนี้ และพอดีว่าเขาอยากได้ ทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาว คงต้องมาพม่าให้บ่อยกว่านี้ ถึงจะเข้าใจตลาดพอที่จะลงทุนทำอะไรได้ สำหรับผมคิดว่าคงได้มาเที่ยวบ่อยขึ้น พม่าเจริญกว่าที่ผมคิดไว้มาก เรามีความคิดว่าประเทศเขาปิด แต่จริงๆ แล้ว ประเทศเขาเปิดตลอด มีแต่ปิดกับฝรั่งเท่านั้นเอง แต่กับคนเอเชียเขาเปิดตลอด ถามว่าประเทศไทยจะมีความได้เปรียบประเทศอื่นๆ ที่จะมาลทุนที่นี่ไหม ก็คงมีบ้าง สำคัญที่ว่าเราหาให้เจอเท่านั้นเอง”  
 
ณ วันนี้พม่า เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปมากที่สุด แต่ส่วนใหญ่คือการไปท่องเที่ยว ทริปหน้าลองเปลี่ยนจากเที่ยว เป็นการไปแบบทัวร์ Business ดูบ้าง แล้วคุณจะเห็นว่าโอกาสในพม่ามีอยู่มากมายจริงๆ 
 
Share:

Related Articles

​Saorsa 1875 โรงแรม Vagan เต็มสูตร เที่ยวหรูได้ไม่ขัดศรัทธาสาวกวีแกน

โรงแรม Saorsa 1875 ในเมืองสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมวีแกนแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่นี่หรูหราและแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์แม้แต่น้อย เรี..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020