ทำไมค้าปลีกญี่ปุ่น จึงย้ายฐานหนีตลาดจีน

by smethailandclub 23 กพ. 2017
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์



    สองสิ่งที่เคยรับรู้มาตลอดเกี่ยวกับข้อดีของตลาดจีนคือจำนวนผู้บริโภคมหาศาลและแรงงานราคาถูกมาก นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บรรดานักธุรกิจและผู้ประกอบการแห่แหนกันเข้าไปลงทุนในจีน โดยหวังจะลดต้นทุนการผลิตจากค่าแรงที่ไม่แพง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนยุคทองอันผ่องใสของผู้ประกอบการจะเปลี่ยนไปเพราะเราจะเริ่มเห็นเทรนด์ผู้ประกอบการถอนทัพออกจากจีนหรือไม่ก็ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นหรือกลับฐานเดิมของตัวเอง 

    ที่เห็นชัด ๆ เลยคือวงการค้าปลีกญี่ปุ่น ปีที่แล้ว อิโตคิน (Itokin) ผู้ผลิตเครื่องแต่งกายสตรีได้ยุติปฏิบัติการทุกสิ่งอย่างในจีนหลังรายได้ไม่กระเตื้อง แม้อิโตคินจะมีช้อปในจีนกว่า 300 สาขา แต่การแข่งขันอย่างรุนแรงจากบรรดาคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นก็กระทบต่อผลกำไรของบริษัท ขณะที่ Honeys แบรนด์เสื้อผ้าสตรีอีกแบรนด์ของญี่ปุ่นก็ทะยอยปิดร้านที่กระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าในจีน โดยตั้งเป้า ภายในระยะเวลา 3 ปี จะลดจำนวนสาขาลงเหลือ 430 ร้าน
 
    บริษัทอาซาฮี คอร์ป ผู้ผลิตรองเท้าหนังได้กำหนดแผนย้ายโรงงานผลิตกลับมาที่ญี่ปุ่นภายใน 5 ปีเนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานในเมืองจีนพุ่งขึ้นถึง 7 เท่าโดยบริษัทยอมทุ่มงบ 1,000 ล้านเยนปรับปรุงสายการผลิตอันรวมถึงการนำเครื่องจักรสำหรับตัดหนังมาใช้แทนแรงงานคน ขณะที่บริษัทซันโก้ ลักเกจ เจ้าของสินค้าเกี่ยวกับกระเป๋าที่เคยมีโรงงานผลิตในจีน บัดนี้ ได้ย้ายการผลิตกลับมายังญี่ปุ่นแล้วตั้งแต่ปีก่อน นี่ยังไม่รวมผู้ผลิตเครื่องแต่งกายรายอื่น ๆ ของญี่ปุ่นที่กำลังทบทวนมาตรการถอยห่างจากจีนเช่นกัน

    ก่อนหน้านั้น ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น (จากประเทศอื่นด้วย) ไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตสินค้าในจีนด้วยเหตุผลที่ว่าค่าแรงถูก แต่ตอนนี้ ค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้น ๆ ทำให้จีนไม่ได้มีข้อได้เปรียบอีกต่อไป รายงานระบุว่าแม้เศรษฐกิจของจีนจะไม่ได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักอย่างที่เคยเป็นมา แต่ค่าแรงเฉลี่ยของประชากรก็ยังเพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 10% เป็นเหตุให้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการสูงตามไปด้วย เรียกว่าเพิ่มขึ้นทวีคูณเลยทีเดียว ยิ่งตลาดจีนเติบโตมากเท่าใด ดูเหมือนการแข่งขันก็จะรุนแรงขึ้นเท่านั้น ถามใจตัวเองดูก่อนว่าจะฟาดฟันกับแบรนด์ท้องถิ่นไหวหรือไม่ อีกอย่างหนึ่ง ยุคทองของค่าแรงราคาถูกในจีนไม่มีอีกต่อไปแล้ว ผู้ประกอบการท่านใดที่คิดจะเข้าไปลงทุนในจีนควรดูทิศทางลมให้ดี
Share:

Related Articles

​ลูกค้าคิด หุ่นยนต์ทำ โมเดลธุรกิจร้านอาหารแห่งอนาคต

ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามาดูแลเรื่องอาหารการกินของผู้คน และภาพแบบนี้กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีหุ่นยนต์ที่เตรียมเบอร์เกอร์อร่อย..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​Squid Game ซีรีส์ปลุกวงการธุรกิจจีนให้คึก แค่ 3 วันยอดขายหน้ากากดำทำเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

ความฮอตฮิตของซีรีส์ Squid Game คือความเคลื่อนไหวบรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่พยายามโหนกระแสความดังด้วยการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรากฏในเนื้อเรื่องอ..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​Sticky ร้านลูกอมที่เกือบเจ๊งเพราะโควิด แต่พลิกวิกฤตด้วย Social Media Marketing

โลกออนไลน์กลายเป็นทางรอดของหลายธุรกิจในยุคโควิด “Sticky” เป็นร้านลูกอมแฮนด์เมดในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากยอดหายหดจนเหลือ 0 ร้านก็ได้เริ่มโพส..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021