ขุมทองพม่า SME ไทยจะเข้าไปขุดอย่างไร?

by SMEs 04 มีค. 2014
Share:

 

 

ประเทศพม่ากำลังถูกกล่าวถึงกันเสียงขรมว่าเป็นประเทศที่น่าเข้าไปลงทุน เพราะมีทรัพยากรเยอะ แต่โจทย์ที่ต้องตั้งและแก้ให้ได้ก่อนที่ SME ไทยจะเข้าไปในพม่านั้น อยู่ตรงที่ว่าจะเข้าไปในลักษณะใดจึงจะเหมาะสมที่สุด
 
อย่างไรก็ตาม ในทางทฤษฎีแล้ว การดำเนินธุรกิจต่างประเทศกระทำได้ 4 รูปแบบด้วยกัน โดยแต่ละรูปแบบมีความแตกต่างกันในเชิงความเสี่ยงและต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก นอกจากนี้ อาจยังมีข้อพึงระวังสำหรับการทำธุรกิจในรูปแบบเหล่านั้นในพม่าด้วย 
 
รูปแบบที่ 1. ส่งออกสินค้าจากไทยไปยังพม่า (export) วิธีนี้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด และใช้เงินทุนไม่มากนัก แต่ต้องศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจน เนื่องจากยังมีสินค้าบางชนิดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าประเทศ ปัจจุบัน บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่ ใช้วิธีหาเอเย่นต์พม่าบริเวณชายแดนเพื่อนำสินค้าจำพวกเครื่องดื่มเข้าเจาะตลาดในพม่า ในขณะที่ เอสซีจี ซิเมนต์ และกิฟฟารีนใช้วิธีให้ใบอนุญาต (license) กับบริษัทพม่าให้เป็น authorized dealer โดยตรงในการนำเข้าและจำหน่ายสินค้า
 
รูปแบบที่ 2. ขายแฟรนไชส์ให้กับบริษัทพม่า (franchising) เหมาะสำหรับนักธุรกิจทั้งภาคการผลิตและการบริการที่ยังขาดความพร้อมหรือยังไม่คุ้นเคยกับความเสี่ยงของการเข้าไปลงทุนโดยตรงในพม่า อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการผลิตไม่ตรงตามสูตรหรือกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในพม่าเช่นกันเนื่องจากทักษะของผู้ประกอบการและแรงงานอาจยังไม่ทัดเทียมกับไทย  ตัวอย่างของ แฟรนไชส์ไทยในพม่า ได้แก่ 108 Shop ของเครือสหพัฒน์  และ โมลี่ แคร์ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์ให้บริการดูแลรักษารถยนต์ 
 
รูปแบบที่ 3. จัดตั้งบริษัทจำหน่ายสินค้าในพม่า (distribution) โดยกระบวนการผลิตทั้งหมดยังคงอยู่นอกพม่า ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนจัดตั้งบริษัทเอง 100% หรือผ่านการร่วมทุน (joint venture) กับบริษัทพม่าที่มีความพร้อมในด้าน distribution network อยู่แล้ว   โดยอาจมีการทำสัญญาร่วมกันเพื่อใช้ distribution network ของกันและกันได้อีกด้วยถ้าหากสินค้าสามารถจำหน่ายร่วมกันได้ เช่น เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม ยังปรากฏข้อห้ามบริษัทต่างชาติทั้งแบบลงทุน 100% และแบบ joint venture ทำธุรกิจประกอบการค้า (trading business) ในพม่าอยู่ วิธีนี้จึงยังไม่เหมาะสมในระยะที่กฎหมายการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบการค้าขายยังไม่มีความชัดเจน  
 
รูปแบบที่ 4. ตั้งโรงงานหรือสร้างธุรกิจบริการในพม่า (production) ในลักษณะการถือหุ้น 100% หรือเป็น joint venture ก็ได้ โดยผู้ประกอบการต้องมองการลงทุนในระยะยาวและมีสายป่านยาวพอเพื่อรองรับต้นทุนการลงทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม  นักธุรกิจจะได้ประโยชน์จากค่าจ้างแรงงานราคาถูกในพม่า และหากสามารถควบรวมกิจการที่มีอยู่แล้ว (acquisition) ก็จะทำให้ต้นทุนของการลงทุนลดลง   วิธีการเข้าไปตั้งโรงงานในพม่านี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริษัทขนาดใหญ่ เช่น ปตท.สผ. ซีพีเอฟ และสหพัฒน์ เป็นต้น ในส่วนภาคบริการของไทยที่เข้าไปสร้างธุรกิจในพม่าแล้ว ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม เช่น โรงแรมดุสิตธานี และ โรงแรม Chatrium เป็นต้น
 
สำหรับบริษัท SME ในไทย ควรเริ่มต้นศึกษาการลงทุนในรูปแบบการส่งออกและการขายแฟรนไชส์  โดยใช้จุดแข็งด้านความสัมพันธ์อันดีกับพม่ามาเป็นประโยชน์ในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ (partner) ในพม่าที่เหมาะสมสำหรับเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้านำเข้า หรือรับซื้อแฟรนไชส์ของไทย  
 
      อย่างไรก็ตาม  ถ้าผู้ประกอบการใดมีศักยภาพเพียงพอก็สามารถทำ joint venture จัดตั้งบริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลางเพื่อผลิตและกระจายสินค้าหรือทำเป็นธุรกิจบริการได้  
 

 

Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020