มาสร้างภูมิคุ้มกัน สู้ศึก AEC กันเถอะ

by SMEs 06 มิย. 2013
Share:

 

 
  นอกจากการวางแผนดำเนินธุรกิจในขั้นพื้นฐานแล้ว ผู้ประกอบการ SME ยังควรเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจให้แข็งแกร่ง ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นหลังเปิด AECทำความเข้าใจเกี่ยวกับ AEC
 
ผู้ประกอบการ SME ส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาและรายละเอียดเกี่ยวกับ AEC อยู่มาก ดังนั้นควรที่จะต้องศึกษาในเรื่องนี้ให้เข้าใจอย่างชัดเจนเสียก่อน โดยอาจจะเข้าร่วมรับฟังสัมมนากับทางหน่วยงานภาครัฐที่จัดสัมมนาเกี่ยวกับ AEC หรือสอบถามไปยังาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพื้นฐาน และมีความเข้าใจที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจ เพื่อรองรับการแข่งขันในลำดับถัดไป
 
การบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
        การบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด มีผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น การสั่งซื้อสินค้า การบริหารสต็อกสินค้า ควรมีการจัดทำบัญชีรายการสินค้าเข้าออก และบัญชีรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการจัดซื้อสินค้า และการทำสต็อกสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
 
พัฒนาสินค้าและบริการ
 
ผู้ประกอบการการ SME ควรที่จะมัดใจลูกค้า ด้วยการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความหลากหลายและเกิดความแตกต่าง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีคุณภาพและมาตรฐาน เนื่องด้วยสินค้าและบริการของไทยมีข้อเสียเปรียบในเรื่องของต้นทุนที่สูงกว่าหลายๆ ประเทศในอาเซียน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคา และหันมายกระดับสินค้าและบริการให้มีคุณภาพและมาตรฐานยิ่งขึ้น 
 
พัฒนาคุณภาพของบุคลากร
 
การจ้างบุคลากรที่ดี การพัฒนาความสัมพันธ์ที่เหมาะสม และทำให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานเป็นกุญแจสำคัญทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะและความชำนาญ นอกจากนี้ การที่นายจ้างสามารถดูแลพนักงานได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ก็จะทำให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี ผลที่ตามมา คือ กิจการจะประสบผลสำเร็จตามที่วางไว้รักษาฐานลูกค้าเก่าให้มั่น ไปพร้อมๆ กับการสร้างฐานลูกค้าใหม่
 
ผู้ประกอบการ SME ที่มีความน่าเชื่อถือ มีความใกล้ชิดและผูกพันกับกลุ่มลูกค้าเก่ามายาวนาน อาจจะง่ายต่อการเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้า และความรู้สึกดีๆ จากลูกค้าเก่า อาจนำไปสู่การบอกต่อแบบปากต่อปากจนกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ได้ลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจมากขึ้น
 
ไม่ว่าจะเป็น Wireless Technology และเว็บไซต์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรนำมาใช้ เพื่อเป็นช่องทางในการขายสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการ SME ควรหันมาใช้ Internet ที่มีเว็บไซต์ 2 ภาษา ในการเจาะกลุ่มลูกค้าให้กว้างขวางมากขึ้น หรือที่เรียกว่า E-Commerce ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันพบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในอาเซียน เริ่มหันมาซื้อขายสินค้าและบริการผ่านทางช่องทางออนไลน์กันมากขึ้นเตรียมความพร้อมทางด้านภาษา
 
ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังคงต้องพัฒนาทักษะทางด้านภาษาให้พร้อมที่จะทำการค้าขายกับคนต่างชาติ หากผู้ประกอบการคิดที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น เพราะการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าไม่สามารถสื่อความให้เข้าใจตรงกันได้ นับเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ และอาจทำให้สูญเสียลูกค้าไปให้กับคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย
 
เรียบเรียงข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020