นวัตกรรมแฟชั่น ป้องกันภัยอาชญากรรมทางเพศ

by SME Thailand. 30 มค. 2018
Share:
Text ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ



     อินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้หญิง The Diplomat เคยรายงานว่าเหตุผลที่ทำให้เกิดคดีสะเทือนขวัญและอาชญากรรมกับผู้หญิงมาจากหลายปัจจัย เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีไม่เพียงพอ อีกทั้งยังขาดทักษะในการรับมือต่อคดีอาชญากรรมทางเพศ และระบบกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้า แม้จะมีการตื่นตัวจากคดีสะเทือนขวัญเมื่อปี 2555 ทำให้รัฐบาลอินเดียเกิดความกระตือรือร้นมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอ และนั่นจึงทำให้มีนโยบายที่จะสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น เช่น การเรียกร้องให้โทรศัพท์มือถือทุกค่ายที่จำหน่ายในประเทศมีการติดตั้งปุ่มเรียกขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน หรือ Panic Button ในขณะที่ภาคเอกชนก็มีแนวคิดดีๆ อย่างการนำแฟชั่นอุตสาหกรรมเครื่องประดับมาหลอมรวมกับเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมแฟชั่นที่สามารถป้องกันภัยจากอาชญากรรมได้



Cr :getmyivy



     Smartfuture Ivy ที่ดูเผินๆ อาจเป็นเพียงสร้อยคอหรือกำไลข้อมือธรรมดาๆ ที่ใครๆ ก็มีใส่กันดาษดื่น แต่รู้หรือไม่ว่าภายในสร้อยหรือกำไลนั้น ติดตั้งชิพ AI ที่จะเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน และยังสามารถใช้กดเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด และยังสามารถใช้โทรศัพท์ได้เหมือนกับ Smart Watch แบรนด์ดังๆ และบันทึกเสียงได้ด้วย โดยนวัตกรรมนี้ เป็นความร่วมมือที่เกิดจากทุกภาคส่วนทั้งเอกชน NGO และ ภาครัฐ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศให้หมดไป


     ที่สำคัญ Smartfuture Ivy ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของประเทศอินเดีย แต่ เป็นผลงานของบริษัทจากสิงคโปร์ ซึ่งมองเห็นความสำคัญของปัญหาเหล่านี้ รวมถึงโอกาสที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สิ่งที่หญิงชาวอินเดียต้องการด้วย

 
     จากเคสของ Smartfuture Ivy ทำให้เราได้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาผสานกับอุตสาหกรรมแฟชั่นหรือเครื่องประดับไม่จำเป็นต้องทำออกมาให้เวอร์วังอลังการ หรือดูหลุดโลกราวกับหลุดออกมาจากสตาร์เทรค แต่การทำให้เรียบง่ายและกลมกลืนกับไลฟ์สไตล์รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงต่างหาก คือหัวใจสำคัญ เพราะในบ้านเรา อุตสาหกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับก็มิได้น้อยหน้า โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ในปี 2560 การผลิตอัญมณีและเครื่องประดับจะขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 เนื่องจากคาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยนแปลงในทิศทางดีขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้ง มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของบ้านเราในปี 2559 มีมูลค่าถึง 7,299.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 247,374 ล้านบาท ในขณะที่อุตสาหกรรมด้านแฟชั่นก็เติบโตในระดับคงที่เนื่องจากมีการแข่งขันสูงแต่มีรากฐานที่มั่นคง 


    ดังนั้น ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับ หรือแม้แต่ผู้ประกอบการด้านแฟชั่น หากสามารถสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการร่วมมือแบบ Cross Industry ได้ ก็มีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตที่ต่อยอดออกไปได้ สร้างทางออกใหม่ให้กับอุตสาหกรรม


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ลูกค้าคิด หุ่นยนต์ทำ โมเดลธุรกิจร้านอาหารแห่งอนาคต

ในอนาคตหุ่นยนต์จะเข้ามาดูแลเรื่องอาหารการกินของผู้คน และภาพแบบนี้กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยตอนนี้ก็มีหุ่นยนต์ที่เตรียมเบอร์เกอร์อร่อย..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​Squid Game ซีรีส์ปลุกวงการธุรกิจจีนให้คึก แค่ 3 วันยอดขายหน้ากากดำทำเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

ความฮอตฮิตของซีรีส์ Squid Game คือความเคลื่อนไหวบรรดาแบรนด์ต่างๆ ที่พยายามโหนกระแสความดังด้วยการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ปรากฏในเนื้อเรื่องอ..

by SME Thailand.| 15 ตค. 2021

​Sticky ร้านลูกอมที่เกือบเจ๊งเพราะโควิด แต่พลิกวิกฤตด้วย Social Media Marketing

โลกออนไลน์กลายเป็นทางรอดของหลายธุรกิจในยุคโควิด “Sticky” เป็นร้านลูกอมแฮนด์เมดในออสเตรเลียเป็นหนึ่งในนั้น หลังจากยอดหายหดจนเหลือ 0 ร้านก็ได้เริ่มโพส..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021