อสังหากัมพูชาน่าสน...แต่ระวังมายาภาพแรงงาน

by Conceptplays Co.,Ltd. 18 มิย. 2014
Share:

 

 

  ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างนับ เป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการของไทยมีความได้เปรียบ เพราะมีความชำนาญและประสบการณ์มากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ในกลุ่ม CLMV 

 

ยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมีการเติบโตที่ดีจากความต้องการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ "กัมพูชา" ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาทิ ถนน สะพาน ทางรถไฟ ท่าเรือ นิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสู่ความเป็นเมืองทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างเป็นที่ต้องการ จึงเริ่มมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างของไทยเข้าไปลงทุนยังกัมพูชามากขึ้น 

 

  โอกาสสำหรับ SMEs ที่จะเข้าไปในตลาดกัมพูชานั้น อยู่ที่ตลาดธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบรับเหมาช่วง (subcontract) เนื่องจาก ฝีมือและมาตรฐานในการทำงานเป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม การรับงานรับเหมาแบบเช่าช่วงในต่างประเทศจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยด้านต่างๆ อาทิ วัฒนธรรม กฎหมาย สาธารณูปโภค วิถีการดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะ มายาภาพของต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งหมายรวมถึง "ต้นทุนทางตรง" และ "ต้นทุนแฝง" ที่มักทำให้การประกอบธุรกิจในกัมพูชาไม่ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งเป้าหมายไว้

 

มายาภาพแรงงานอาจซัดธุรกิจพังไม่เป็นท่า

 

  สิ่งที่ผู้ประกอบการพึงระวังคือ มายาภาพด้าน "ต้นทุนแรงงาน" และ "ค่าจ้างขั้นต่ำ"  เพราะแม้กัมพูชาจะมีค่าจ้างรายวันต่ำกว่าไทย 4 เท่าตัว แต่แรงงานกัมพูชาส่วนใหญ่มีปัญหาด้านผลิตภาพแรงงานก็ต่ำกว่าไทย 4 เท่าเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนแรงงานโดยรวมไม่ได้ลดลง เนื่องจากการก่อสร้างในกัมพูชาจะใช้เวลามากกว่าที่ไทยถึง 4 เท่า จึงอาจส่งผลให้ต้นทุนแรงงานโดยรวมไม่ได้ต่ำกว่าการผลิตในไทย   อีกทั้งกัมพูชาเองยังขาดแคลนแรงงานช่างเฉพาะด้าน อาทิ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้าและช่างประปาที่มีความจำเป็นต่อการก่อสร้างอีกมาก 

 

  นอกจากนี้ ปัญหาด้านผลิตภาพแรงงานยังส่งผลต่อต้นทุนด้านอื่นนอกเหนือจากต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเวลาส่งมอบงานที่ล่าช้าลง หากผู้รับเหมาไทยมีการกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์จะทำให้มีต้นทุนดอกเบี้ยที่เกิดจากระยะเวลาการกู้ยืมที่ยาวนานขึ้น 

 

ปัญหาผลิตภาพแรงงานของกัมพูชาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ผู้รับเหมาก่อสร้างจึงควรตระหนักถึงภาระต้นทุนโดยรวมที่อาจสูงขึ้น และอาจไม่ได้รับผลผลิตแบบที่ต้องการในเวลาอันเหมาะสม  อีกทั้ง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาวิธีในการสื่อสารกับแรงงานซึ่งใช้ภาษาท้องถิ่นเพื่อลดทอนการผิดพลาดในขั้นตอนการทำงานลง

 

ระวังต้นทุนแฝงจากปัจจัยแวดล้อม

 

  นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนแฝงด้านอื่นที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานและอาจส่งผลต่อต้นทุนรวมของการก่อสร้างบ้านเพิ่มเติม โดยแบ่งออกเป็น

 

1.ต้นทุนแฝงที่กระทบต่อปัจจัยการผลิต อันได้แก่ ความไม่พร้อมของสาธารณูปโภค และระบบขนส่งของกัมพูชาส่งผลให้ราคาขายวัสดุก่อสร้างซึ่งโดยส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศรวมทั้งไทยมีราคาที่สูงเพราะมีต้นทุนค่าขนส่ง อีกทั้งระบบภาษีมูลค่าเพิ่มขาเข้าก็ยังไม่ได้แบ่งแยกประเภทสินค้าโดยวัสดุก่อสร้างที่นำเข้าจะต้องเสียภาษีร้อยละ 10 ในทันทีโดยไม่สามารถขอชดเชยในภายหลังได้ 

 

2. ต้นทุนแฝงที่กระทบต่อกระบวนการทำงาน ขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยาก และซับซ้อนในการขออนุมัติการก่อสร้างของกัมพูชาเองก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการก่อสร้าง ยกตัวอย่าง จากรายงาน Doing Business (2012)  ของธนาคารโลกพบว่า ขั้นตอนการขออนุมัติก่อสร้าง ในกัมพูชามีถึง 21 ขั้นตอนและใช้เวลากว่า 652 วันเมื่อเทียบกับไทยที่มีเพียง 8 ขั้นตอนใช้เวลาทั้งสิ้น 152 วัน ซึ่งกระบวนการที่ยุ่งยากและยาวนานนี้เป็นแรงจูงใจให้เกิดการติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อเร่งขั้นตอนการทำงานให้เร็วขึ้นซึ่งถือเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินโครงการเพิ่มสูงขึ้น

 

นอกจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับการผลิตแล้ว ปัจจัยด้านสังคม วัฒนธรรม และการเมืองก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึงในการเข้าไปลงทุน เช่น ทัศนคติที่หวาดระแวงต่อผู้ประกอบการไทยเนื่องจากสัมพันธภาพระหว่างประเทศ ปัญหาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร กฎหมายลิขสิทธิ์และการบังคับใช้ ระบบภาษีและบัญชีที่เป็นมาตรฐาน รวมถึงวิธีปฏิบัติในด้านการชำระเงินระหว่างประเทศ เป็นต้น 

 

อย่างไรก็ตาม ประเทศกัมพูชาถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 6.5% มีการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ แนวโน้มในเชิงบวกที่มีต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา น่าจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีศักยภาพทางด้านตลาดที่กำลังเติบโตเช่นนี้ผู้ประกอบการไทยควรพิจารณาโอกาสเข้าไปลงทุนโดยพิจารณาบริบทโดยรวมที่ส่งผลต่อต้นทุนที่แท้จริงมากกว่าด้านแรงงานราคาถูก 

 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020