สยามอินเตอร์เนชั่นแนล ขยายธุรกิจรับเทรนด์ AEC

by SMEs 01 กพ. 2013
Share:

 

  กระแสความตื่นตัวที่มีต่อการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือAEC ในอีก 3 ปีข้างหน้า นับเป็นโอกาสและความท้าทายที่สำคัญ สำหรับธุรกิจไทย ในการเข้าไปติดต่อค้าขายและลงทุนข้ามประเทศดังเช่นที่บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจไทยรายแรกๆ ที่มองเห็นโอกาสและเล็งเห็นศักยภาพของตลาดผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในฐานะบริษัทผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่อันดับต้นๆ ในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า 
 
ในปัจจุบัน สยาม รามสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ย้อนถึงที่มาก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดDistributor ตัวแทนจำหน่ายที่นำสินค้าจากบริษัทใหญ่ในประเทศไทย อาทิ บริษัทโอสถสภา ยูนิชาร์ม บริษัทในเครือสหพัฒนพิบูล ฯลฯ ไปขายในประเทศเพื่อนบ้านว่า เขาเริ่มต้นจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และร้านทองที่จังหวัดตราด ก่อนจะมองเห็นลู่ทางในการนำเข้าสินค้าไทยไปขายในประเทศกัมพูชาเมื่อ 15 ปีก่อน
 
  สินค้าแรกที่เขาจับตลาดอย่างจริงจัง คือ เครื่องดื่มชูกำลังอย่างเอ็ม-150 ที่มีเสียงเรียกร้องจากพ่อค้าแถบชายแดนจำนวนมากที่ต้องการสินค้าประเภทนี้ หลังจากน??ำเข้าไปขายได้ไม่นาน สยามก็ได้รับการติดต่อจากทาง บริษัท โอสถสภา ให้เป็นตวั แทนจำหน่ายสินค้าอื่นๆในกัมพูชาด้วย
 
  ทว่าในช่วงแรกที่เข้าไปทำตลาดในประเทศกัมพูชานั้น สยามก็ต้องประสบกับอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งปัญหาเรื่องภาษาที่สื่อสารกันไม่เข้าใจ และคนกัมพูชาส่วนใหญ่ในตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้จักสินค้าไทยเท่าใดนัก เขาจึงต้องเริ่มต้นทำตลาดใหม่โดยการเดินทางลงพื้นที่ไปติดต่อร้านค้าท้องถิ่นด้วยตนเอง มีการให้สินค้าตัวอย่างไปทดลองใช้ฟรีเพื่อสร้างความรู้จักคุ้นเคยกับตราสินค้า แม้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ในที่สุดเขา ก็สามารถเจาะตลาดผู้บริโภคและร้านค้าในเขตพื้นที่ที่นักธุรกิจต่างชาติ หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “หิน” ที่สุดในยุคสมัยนั้น
 
  “สิ่งสำคัญมากในการทำธุรกิจในต่างประเทศคือ คอนเน็กชันพอเราเริ่มต้นทำตลาดกัมพูชาได้ดี หลังจากนั้นอีกหลายบริษัทก็ตามมาเรื่อยๆ เพราะเขาเห็นว่าเราทำจริง เพียงแต่ในช่วงแรกต้องหาคู่ค้าที่เขามีสินค้าในตลาดอยู่แล้ว จากนั้นเราจึงค่อยหาลู่ทางเข้าสู่ตลาดท้องถิ่น เมื่อมีคู่ค้าแล้ว ผมก็ขยายช่องทางการตลาดเข้าสู่ร้านค้าต่างๆมากขึ้น โดยการซื้อรถส่งของ หาพนักงานขาย สร้างโกดังเพื่อสต๊อก
สินค้าและกระจายสินค้า เมื่อเรามีช่องทางการตลาดหรือช่องทางในการขายแล้ว เดี๋ยวสินค้าต่างๆ ก็จะตามมาเอง”
 
  หลังจากบุกเบิกตลาดในประเทศกัมพูชาสำเร็จ สยามก็เริ่มขยายธุรกิจสู่ประเทศลาวเป็นลำดับถัดไป ผู้บริโภคชาวลาวมีวัฒนธรรม ภาษาที่ใกล้เคียงและคุ้นเคยกับสินค้าผ่านสื่อต่างๆ ของไทยอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เขาจึงไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ในขณะที่ตลาดเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่สามที่เขาเข้าไปทำธุรกิจนั้นเป็นตลาดที่แข่งขันสูงและมีเงื่อนไขในการทำธุรกิจค่อนข้างจุกจิกสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ส่วนตลาดใหม่ในภูมิภาคอาเซียนอย่างพม่าเป็นประเทศล่าสุดที่สยามเข้าไปลงทุน
 
  “ความยากง่ายในการเข้าไปทำตลาดในแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน โดยหลักการเราต้องเข้าไปสำรวจตลาด ดูพฤติกรรมของคนในประเทศนั้นๆ ก่อน ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ นอกจากสินค้าเราต้องดี และต้องมีคุณภาพแล้ว คู่ค้าต้องเก่งและแข็งแรง เพราะถึงแบรนด์จะดีอย่างไร ถ้าหากคนทำตลาดหรือคนที่ถือสินค้านั้นไม่ดี บริหารผิดพลาด ธุรกิจก็แย่ ในทางกลับกันถึงสินค้าเราดี มาร์เก็ตติ้งดี แต่ถ้าคู่ค้าไม่ดี เอาสินค้าไปกองอยู่ในโกดัง ไม่มีช่องทางจำหน่ายสินค้าก็แย่เหมือนกัน ในการทำธุรกิจคู่ค้าจะต้องช่วยเหลือกันและเดินไปด้วยกัน ฉะนั้น สายสัมพันธ์ระหว่างบริษัทผู้ผลิตสินค้าและบริษัทที่กระจายสินค้าต้องรักษาไว้”
 
  ปัจจุบันสินค้าที่สยามอินเตอร์เนชันแนลเป็นตัวแทนจำหน่ายมีอยู่ 6 หมวดหลักด้วยกัน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอทีผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตนเอง อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งเครื่องสำอาง
และแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม อาทิ วุฒิศักดิ์คลินิก บิวตี้บุฟเฟต์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแผนกให้บริการหลังการขายสำหรับสินค้าโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทางบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่าย
โดยเฉพาะเป้าหมายธุรกิจในอนาคตของสยามคือเป็นบริษัทกระจายสินค้าหรือ Distributor อันดับหนึ่งของแต่ละประเทศ ซึ่งในขณะนี้บริษัทของเขาอยู่ในอันดับ Top 5 ในเกือบทุกประเทศแล้ว ทั้งลาว กัมพูชา เวียดนามและพม่าในอนาคตสยามยังเตรียมจะขยายธุรกิจไปอินโดจีนอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซียอีกด้วย
 
“ผมมองแนวโน้มการลงทุนในภูมิภาคนี้ว่าอนาคตต่อไปเอเชียโดยเฉพาะอาเซียนและอินโดไชน่าจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก แค่ในแถบจีน เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย รวมไปจนถึงอินเดียก็มีประชากรและกำลังซื้อรวมกันมหาศาล และ AECจะมาเชื่อมทุกประเทศเข้าด้วยกัน เมื่อไม่มีเรื่องภาษีในการทำธุรกิจระหว่างประเทศก็ยิ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนมาลงทุนมากขึ้น”
 
สยามให้แนวคิดสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศในแถบอาเซียนว่า ไม่ควรไปแบบรีบร้อนโดยยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพตลาดที่เข้าไปทำธุรกิจ ที่สำคัญจะต้องมีคู่ค้าหรือพันธมิตรที่ดีและมีความเข้มแข็งในตัวโปรดักต์สินค้านั้นๆ เพื่อที่จะได้หาช่องทางในการเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น ที่เขาสามารถนำพาสินค้าจากหลากหลายบริษัทไปตีตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศได้ ก็เป็นผลมาจากตัวสินค้าและการส่งเสริมการตลาดที่ดีควบคู่กันนั่นเอง
 
  “นักธุรกิจไทยต้องมองหาจุดขายของสินค้าหรือบริการ ต้องรู้ว่าประเทศไหนต้องการอะไรและพัฒนาสินค้าออกมาให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละประเทศนั้น โดยเฉพาะคู่ค้าธุรกิจก็สำคัญหากมีคู่ค้าที่ดีโอกาสเติบโตก็สูงตามไปด้วย นอกจากนี้ การเลือกลงทุนก็ต้องเลือกประเทศให้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ บางประเทศอย่างเช่น สิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ แต่ต้องลงทุนเยอะและให้ผลตอบแทนน้อย เราจึงควรไปมองประเทศที่ลงทุนน้อยๆ และให้ผลตอบแทนเยอะกว่า เช่น ลาว พม่า กัมพูชา หรือเวียดนาม”
 
ในการทำธุรกิจในต่างประเทศ สยามแนะนำทิ้งท้ายว่าผู้ประกอบการไทยไม่ควรนั่งรอโอกาส แต่ต้องสร้างโอกาสให้ตัวเองด้วยการไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง รวมทั้งศึกษาตลาดคู่แข่งเมื่อรู้เขารู้เรา กลยุทธ์เช่นนี้ไม่ว่าทำธุรกิจใดก็ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน
 
 
ที่มา : วารสาร K SME Inspired
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020