จับตาเศรษฐกิจเมียนมาร์ เมื่อแบรนด์หรูตบเท้าเข้ามาลงทุน

by SME Thailand. 22 มิย. 2017
Share:

Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์



    เพิ่งอ่านเจอข่าวจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เมียนมาร์เกี่ยวกับโครงการคอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังทำแคมเปญส่งเสริมการขายในเมืองย่างกุ้งเพื่อหวังดึงชาวเมียนมาร์มีฐานะให้มาซื้อคอนโดราคายูนิตละ 120 ล้านจ๊าต (ราว 3 ล้านบาท) ในกรุงเทพฯ ทำให้นึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์นี้พุ่งเป้าไปที่ลูกค้าเมียนมาร์ 

    หลังจากค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าเมียนมาร์ก็เหมือนหลายประเทศกำลังพัฒนาที่ยังมีช่องว่างระหว่างชนชั้น กลุ่ม HNWI หรือ high net worth individual เริ่มเปิดตัวมากขึ้น นิยามของคนกลุ่มนี้คือผู้ที่มีทรัพย์สินเป็นเงินสด หรือเงินลงทุนมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ยังไม่นับรวมกลุ่มมหาเศรษฐีที่มีระดับความมั่งคั่งเกินกว่านี้     บริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งในเมียนมาร์ระบุเศรษฐีเหล่านี้เป็นเมียนมาร์เชื้อสายจีนเสียเป็นส่วนใหญ่ และมักมีสายสัมพันธ์กับผู้นำทางทหาร กับนักธุรกิจในแวดวงค้าอัญมณี หรือในอุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่ 

    นับตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาร์ปกครองประเทศเมื่อปี 1962 เศรษฐกิจของเมียนมาร์ก็ชะงักงันมานาน กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และมีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อปี 2012 เศรษฐกิจก็เริ่มกระเตื้องอันเป็นผลจากการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ  ซึ่งนำไปสู่การเฟื่องฟูของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความคึกคักในอุตสาหกรรมอัญมณี เศรษฐกิจที่โตปีละ 7% ยังทำให้ธุรกิจค้าปลีกในประเทศพลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย อย่างไรก็ตาม การผุดขึ้นของห้างสรรพสินค้าดูเหมือนจะเน้นไปที่ผู้บริโภคระดับรากหญ้าและชนชั้นกลางมากกว่า ส่วนกลุ่มเศรษฐีเมียนมาร์ก็ยังนิยมบินไปช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ต่างประเทศ เช่น ไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ หรือไม่ก็ยุโรป 

    เนื่องจากนาฬิกาและรถยนต์ถือเป็นสิ่งที่แสดงฐานะทางสังคม ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นแบรนด์สินค้าหรูหลายเจ้าให้ความสนใจตลาดเมียนมาร์และเริ่มเข้ามาบุกเบิกบ้างแล้ว เช่น นาฬิกาแฟรงก์ มุลเลอร์จากสวิสก็มาเปิดช้อปภายในโรงแรมเซโดนา โรงแรมขนาดใหญ่ในย่างกุ้ง เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูเจ้าแรกบุกตลาดพม่า ตามด้วยร้าน Swiss Time Square ซึ่งเป็นศูนย์รวมนาฬิกาหรูหลากหลายยี่ห้อ มีข่าวนาฬิกาโรเล็กซ์ก็จะมาเปิดช้อปเช่นกัน

     นอกจากนาฬิกา ก็มีค่ายรถยนต์ที่มาเปิดโชว์รูมให้บริการ เป็นต้นว่า จาร์กัวร์แลนด์โรเวอร์ บีเอ็มดับบลิว และเมอร์เซเดสเบนซ์ ยังไม่นับรวมเครื่องสำอางแบรนด์ไฮเอนด์ที่ก็ไม่พลาดมีส่วนในตลาดเมียนมาร์เช่นกัน การเข้ามาของธุรกิจเหล่านี้ไม่ได้ตอบสนองเฉพาะกลุ่มเศรษฐี หากยังรวมถึงกลุ่มชาวเมียนมาร์โพ้นทะเลที่เคยอพยพไปตั้งรกรากในต่างประเทศแล้วกลับมาดำเนินธุรกิจในบ้านเกิดตัวเอง และชนชั้นระดับกลางค่อนไปทางสูงซึ่งเป็นกลุ่มใหม่และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น 

    เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพและไม่ควรมองข้ามเลยมีเดียว สำหรับผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของเมียนมาร์ ลองประเมินดูว่านอกจากอสังหาริมทรัพย์  และบริการทางการแพทย์ (โรงพยาบาลเอกชน) เรามีสินค้าหรือบริการอะไรที่พอจะดึงดูดลูกค้ากระเป๋าหนักจากเมียนมาร์ได้บ้าง  

Source:
www.nytimes.com/2016/09/06/fashion/luxury-in-myanmar-a-long-term-investment.html
https://consult-myanmar.com/myanmar-direct-marketing-high-networtth-individuals-hnwi-rich/

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020