‘One Belt One Road’ จะเปลี่ยนโลก โลจิสติกส์ไทยต้องปรับตัว

by SME Thailand. 27 กค. 2017
Share:
 
 
 
          
 
     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายของจีนเกี่ยวกับ One Belt One Road : OBOR หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เส้นทางสายไหม" ซึ่งเป็นโครงการที่จีนจะเชื่อมโยงระบบการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อกระจายสินค้าของแต่ละประเทศที่อยู่ภายใต้โครงการนี้ไปสู่ตลาดใหม่ๆได้มากขึ้น
 
 
     สำหรับ ‘One Belt One Road’ เป็นโครงการที่มีความพิเศษไม่เพียงเฉพาะการลงทุนของประเทศจีนด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังเป็นการสร้างเส้นทางโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของโลกด้วย  โดยเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางทะเลระหว่าง 1 ภูมิภาค และ 3 ทวีป คือ อาเซียน เอเชีย แอฟริกา และยุโรป เกี่ยวข้องกับ 64 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประชากรโลกถึง 4,500 ล้านคน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงถึง 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก 
 
 
     นอกจากนี้ยังจะเกิดความร่วมมือด้านนโยบายการอำนวยความสะดวกทางการค้าการลงทุน และความร่วมมือด้านการเงิน เป็นอันปฏิเสธไม่ได้ว่า OBOR จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงและสร้างประโยชน์โดยตรงกับธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยอย่างแน่นอนเพราะไทยมีที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียนอันเป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญทำให้ไทยได้เปรียบในด้านการคมนาคมและกระจายสินค้าไปสู่ประเทศต่างๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและทวีปอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว 
 
 
     ประกอบกับความพร้อมด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านจึงทำให้ไทยกลายเป็นประตูสู่อาเซียนของจีนได้ไม่ยาก หากแต่ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นจะต้องปรับตัวพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการธุรกิจและมาตรฐานสากล บุคลากรที่มีคุณภาพ การศึกษากฎหมายของแต่ละประเทศ การลดต้นทุนสินค้า/บริการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ทัน
 
 
     ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นคู่ค้าสำคัญกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติการค้าจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ (ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค.60) พบว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนอยู่ในลำดับที่ 1 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นสูงถึง 28,884 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีอัตราการขยายตัวถึง 13.55% 
 
 
     อย่างไรก็ดีประเทศไทยมีธุรกิจบริการโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนนิติบุคคลอยู่ถึง 21,763 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค.60) กรมฯ ได้ดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่ภาคธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และยกระดับธุรกิจให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001 
 
 
     นอกจากนี้กรมฯ ยังได้นำธุรกิจไปเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรกับประเทศใน ASEAN+6 พร้อมสำรวจเส้นทางการค้า เพื่อมองเห็นโอกาสในการประกอบธุรกิจ หากธุรกิจจำนวนนี้สามารถปรับตัวให้มีบริการสอดรับกับมาตรฐานสากล เชื่อว่าธุรกิจนี้จะเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่ ‘ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์' ลำดับต้นของภูมิภาคได้อย่างไม่ยากและจะไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป
 
 
     และล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานสัมมนา “ปลุกไทยคิดไกลขับเคลื่อน One Belt One Road นำไทยสู่ศูนย์โลจิสติกส์โลก” ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 กระทรวงพาณิชย์ ขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นธุรกิจไทยโดยเฉพาะด้านบริการโลจิสติกส์ให้ปรับตัวและสามารถสร้างโอกาสทางการตลาดจากนโยบาย “One Belt One Road : OBOR” ของจีนได้
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020