วิสแพค ปูทางสู่อาเซียน ชักธงสู่พม่า-กัมพูชา

by SMEs 04 มีค. 2014
Share:

 

 
 
 
 
ในอดีต ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แต่ พ.ศ.นี้...ถนนเศรษฐกิจทุกสายต่างมุ่งหน้ามายังภูมิภาคอาเซียน เพราะในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังซวนเซ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตอเมริกาหรือสหภาพยุโรป แต่อนาคตการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนกลับมีแนวโน้มที่สดใสเป็นอย่างมาก
 
อดีตวิศวกรด้านวิศวกรรมเคมีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่าง จรัล เดชประทุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิสแพค จำกัด เป็นนักธุรกิจไทยที่มองเห็นโอกาสดังกล่าว เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เขาจึงเริ่มกรุยทางขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “กัมพูชา” เป็นแห่งแรก โดยใช้จุดแข็งอย่างการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างครบวงจร พร้อมบริการติดตั้งวัสดุก่อสร้างทั้งงานภายในและภายนอกอาคาร ที่มีประสบการณ์ยาวนานนับสิบๆ ปีในเมืองไทย
 
ปักธงธุรกิจก่อสร้างไทยที่กัมพูชา
 
“จริงๆ เราเตรียมตัวก่อนที่จะมี AEC เราตั้งบริษัทที่กัมพูชาชื่อว่า บริษัท วิสแพค กัมพูชา ทำธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างทุกอย่างเหมือนในเมืองไทย โดยในระยะแรกที่เข้าไปในกัมพูชา เราเริ่มต้นจากการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชาที่เมืองเสียมเรียบ หลังจากนั้นเราก็หาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าภายในประเทศเป็นอย่างดี เพราะว่าธุรกิจก่อสร้างในกัมพูชากำลังโต เป็นผลมาจากการเติบโตของเมืองและกำลังพัฒนาประเทศ” จรัลเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน
 
เรียกได้ว่า การเข้าไปทำตลาดธุรกิจวัสดุก่อสร้างของวิสแพคในเวลานั้น ไปในจังหวะที่ถูกที่ ถูกเวลาพอดี เพราะหลังจากนั้นไม่นานคู่แข่งต่างชาติทั้งรายเล็กและรายใหญ่ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ ก็เริ่มเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้น เพิ่มอุณหภูมิการแข่งขันให้แวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้างของกัมพูชายิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก
 
“เมื่อก่อนนักธุรกิจหลายคนจะค่อนข้างกลัวตลาดกัมพูชา วิสแพคถือว่าเป็นธุรกิจไทยกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปทำตลาดที่นั่น แม้จะบุกเบิกเป็นรายแรก แต่ความจริงเราเองก็ต้องเสียโอกาสไปเหมือนกัน เพราะในช่วงที่เรากำลังทำงานเต็มที่ ก็มีการก่อจลาจลเผาสถานทูตไทย ธุรกิจของเราก็ต้องหยุดชะงักไปช่วงหนึ่ง”
 
หลังเหตุการณ์สงบลง จรัลก็เดินหน้าทำการตลาดต่ออย่างเต็มที่ เพราะในช่วงระยะเริ่มต้นนั้น ลูกค้าชาวกัมพูชายังไม่ค่อยรู้จักสินค้าวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง วัสดุกันซึม หลังคาโพลีคาร์บอเนต ฯลฯ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานในการโปรโมตสินค้าให้เป็นที่รู้จัก จรัลบอกเล่าว่า ผู้บริโภคกัมพูชาบางส่วนมีกำลังซื้อสูง และยอมจ่ายในราคาแพงเพื่อแลกกับวัสดุที่มีคุณภาพ
 
ด้วยการไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา บริษัทวิสแพคจึงได้เริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมทั้งขยายโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและบริการให้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน โดยได้มีการวิจัยและพัฒนาเป็นสินค้าแบรนด์ที่ทางบริษัทผลิตเอง มีคุณภาพดี ในราคาที่เหมาะสม จากเดิมที่เคยทำตลาดเฉพาะสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ที่ต้องใช้งบประมาณสูง เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ผู้บริโภค ซึ่งเป็นการขยายตลาดของบริษัทอีกทางหนึ่ง 
 
 
 
Next Station “พม่า”
 
หลังจากการเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนของพม่า จรัลเล็งเห็นว่าวงการอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในพม่ามีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จึงได้วางแผนเพิ่มการลงทุนในธุรกิจประเภทวัสดุก่อสร้างไปยังประเทศพม่าด้วยอีกแห่งหนึ่ง
 
“ผมมองว่าตลาดธุรกิจวัสดุก่อสร้างของพม่าน่าจะดีกว่ากัมพูชา เพราะว่าเป็นประเทศใหญ่ ประชากรมากกว่า และมีทรัพยากรธรรมชาติเยอะมาก จึงยังมีโอกาสในการลงทุนก่อสร้างอีกมาก ยิ่งเวลานี้มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจในพม่าจำนวนมาก จนโรงแรมที่พักต่างๆ ไม่เพียงพอ ต้องมีการก่อสร้างเพื่อรองรับนักลงทุนเพิ่มเติมอีก ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีของเราในการเข้าไปบุกตลาดก่อสร้างในพม่า”
 
แม้จะมองเห็นโอกาส แต่ใช่ว่าจะมองไม่เห็นความเสี่ยง จรัลยอมรับว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างในพม่ามีการแข่งขันสูง ทั้งจากนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ เขาจึงจำเป็นต้องมองหาพันธมิตรทางธุรกิจท้องถิ่นด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา และมีนักลงทุนชาวพม่าหลายรายสนใจอยากจะมาร่วมทำธุรกิจกับบริษัทวิสแพค
 
“ถ้าหากเราเข้าไปทำตลาดโดยชูจุดเด่นของสินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นจุดขาย ผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่เข้าถึงลูกค้าที่ดีที่สุด แม้จะมีคู่แข่งหลากหลายชาติ แต่บริษัทวิสแพคของเราทำตลาดมานาน สินค้าที่อยู่ในมือเราส่วนใหญ่เป็นแบรนด์สินค้าอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ เรื่องการติดตั้งสินค้าที่เป็นมืออาชีพ การบริการของเราก็เป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ”
 
 
 
ปัจจุบัน บริษัทวิสแพคเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำจากต่างประเทศหลายแบรนด์ ซึ่งบาง                   แบรนด์ทางวิสแพคเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ ยังมี House Brand หรือผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตและคิดค้นเองอย่างเคมีภัณฑ์สำหรับกันซึมในงานก่อสร้าง รวมถึงบริษัทลูกอย่าง บริษัท วี.บิวเดอร์ จำกัด ที่ให้บริการงานก่อสร้าง ตกแต่งและปรับปรุงอาคารครอบคลุมทุกด้าน ทั้งงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เหล่านี้ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สนับสนุนความพร้อมให้บริษัทวิสแพค ก้าวสู่สนามแข่งขันธุรกิจวัสดุก่อสร้างระดับ AEC ในอนาคต
 
“การที่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับแบรนด์ต่างๆ สร้างความได้เปรียบให้กับวิสแพค เพราะสินค้าหลายตัวที่เราขายให้กับประเทศพม่า เป็นแบรนด์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกห้ามวางขายในพม่า จึงต้องส่งผ่านและนำเข้าจากเมืองไทย แต่ในขณะเดียวกันเรื่องภาษาก็เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจเหมือนกัน ตอนนี้เราจึงแก้ปัญหาโดยการนำคนพม่าและกัมพูชาเข้ามาทำงานในบริษัทด้วย”
 
นอกจากการนำพนักงานต่างชาติที่เป็นคนท้องถิ่นเข้ามาทำงานในองค์กรแล้ว ทางบริษัทวิสแพคยังมีการเตรียมพร้อมด้วยการเทรนนิ่งบุคลากร พร้อมกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและสรรหาวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรมมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นบริษัทวัสดุก่อสร้างแถวหน้าของเมืองไทยและอาเซียน โดยในอนาคตจรัลยังมีแผนที่จะดำเนินการโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเตรียมรองรับการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่พรมแดนรอยต่อของจังหวัดกาญจนบุรี หลังจากการเปิดโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในประเทศพม่า
 
“เป้าหมายแรกเราเริ่มต้นที่ย่างกุ้งก่อน จากนั้นจึงจะค่อยๆ ขยายธุรกิจไปทั่วประเทศ ซึ่งถ้าหากโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและเส้นทางคมนาคมไปสู่บ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรีเสร็จเมื่อไหร่ เราก็วางแผนจะเปิดโรงงานขึ้นที่ทวายเป็นแห่งแรก เพราะระยะทางระหว่างเมืองกาญจนบุรีกับทวายห่างกันนิดเดียว การขนส่งและกระจายสินค้าจะง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่งถ้าหากเมืองทวายเปิดเมื่อไหร่ เราจะพร้อมก่อนคนอื่น”
 
 
ทั้งนี้ ในระยะเริ่มแรกจรัลตั้งใจที่จะนำวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรมต่างๆ อย่างเช่น บ้านน็อกดาวน์เข้าไปช่วยเหลือในโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่ทางวิสแพคจะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้มากขึ้น รวมทั้งเตรียมสร้างโกดังและศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งที่ทวายและกาญจนบุรี นอกจากสร้างเป็นโกดังสินค้าสำหรับโลจิสติกส์แล้ว เขายังซื้อที่ดินกว่าร้อยไร่ริมแม่น้ำแควน้อย ในจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อพัฒนาสร้างเป็นโครงการหมู่บ้านตากอากาศ “ทวาย ริเวอร์แคว วิลเลจ” สำหรับนักธุรกิจไทยและต่างชาติอีกด้วย
 
“ผมคิดว่าในอนาคตกาญจนบุรีจะเป็นศูนย์กลางที่สำคัญทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองไทยกับพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนไทยแล้วโครงการทวายโปรเจ็กต์นั้นน่าสนใจมาก แต่เราควรจะเตรียมพร้อมในเรื่องเกี่ยวกับคนให้มีความพร้อมก่อนที่จะเข้าสู่ AEC และศึกษาหาพาร์ตเนอร์ในท้องถิ่นให้ดี ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลงทุนที่ไหน ถ้าหากว่า AEC เปิดเมื่อไหร่ ต้องดูว่าประเทศไหนที่เขาเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าไทย น่าจะเริ่มจากตลาดนั้นก่อน” จรัลแนะนำทิ้งท้าย
 
เมื่อนวัตกรรมรวมกับวิสัยทัศน์...ผลลัพธ์ที่ได้คือความพร้อมของธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในอาเซียนได้ไม่ยาก
 
เครดิตภาพ : บริษัท วิสแพค จำกัด
 
Share:

Related Articles

​Saorsa 1875 โรงแรม Vagan เต็มสูตร เที่ยวหรูได้ไม่ขัดศรัทธาสาวกวีแกน

โรงแรม Saorsa 1875 ในเมืองสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นโรงแรมวีแกนแห่งแรกของสหราชอาณาจักร ที่นี่หรูหราและแสนสะดวกสบายโดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์แม้แต่น้อย เรี..

by SME Thailand.| 29 ตค. 2020

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020