3 กลุ่มสินค้าซอส-เครื่องปรุงรสไทย ที่มีโอกาสในตลาดออสเตรเลีย

by SME Thailand 21 มีค. 2018
Share:



     จากการทำเปิดเผยข้อมูลของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร ได้จัดทำรายงาน ตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในออสเตรเลีย พบว่า ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียมีปริมาณการรับประทานซอสและเครื่องปรุงรสเฉลี่ยคนละประมาณ 13.8 กิโลกรัมต่อปี และมีแนวโน้มความต้องการบริโภคเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสความนิยมของรายการทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการแข่งขันทำอาหาร อาทิ รายการ Master Chef และ รายการ My Kitchen Rules ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวออสเตรเลียจำนวนมากหันมาทดลองประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน ส่งผลให้สินค้าซอสและเครื่องปรุงรสต่างๆ ได้รับความสนใจมากขึ้นตามไปด้วย


     โดยในปี 2560 มีการประมาณการว่าตลาดซอสและเครื่องปรุงรสในออสเตรเลียมีมูลค่า 2,529.7  ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.9% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2555-2560) ซึ่งสินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดในช่วงดังกล่าว ได้แก่ น้ำปลา โดยขยายตัวเฉลี่ย 9% ต่อปี เนื่องจากมีความสนใจทำอาหารเอเชียมากขึ้น สำหรับรสชาติของซอสปรุงอาหาร (Cooking Sauces) แบบสำเร็จรูปที่นิยมบริโภคมากที่สุด ได้แก่ น้ำเกรวี่  น้ำแกง ซอสเปรี้ยวหวาน น้ำพริก และซอสครีมเปรี้ยวสโตรกานอฟฟ (Stroganoff) มีสัดส่วน 18.2%, 14.6%, 9.3%, 8% และ 7.5% ตามลำดับ


     ในเรื่องนี้ ยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้ว่าสินค้าของไทยจะมีมูลค่าไม่สูงมากนักในตลาดออสเตรเลีย แต่ด้วยทิศทางการนำเข้าที่มีแนวโน้มขยายตัวดี ส่งผลให้ซอสและเครื่องปรุงรสของไทยกลายเป็นอีกกลุ่มหนึ่งสินค้าอาหารที่มีความน่าสนใจและควรได้รับการส่งเสริม โดยในปี2560 (มกราคม-ตุลาคม) ออสเตรเลียมีการนำเข้าสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสจากไทยมูลค่าประมาณ 35.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าที่นำเข้าจากไทยส่วนใหญ่ ได้แก่ เครื่องแกงสำเร็จรูป มีมูลค่าการนำเข้า 12.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 34.4% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสทั้งหมดจากไทย ตามด้วยน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย และซอสมะเขือเทศ มีสัดส่วน 6.5%, 2.9%, 2.3% และ 1.2% ตามลำดับ


     ทั้งนี้ ชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพแบบธรรมชาติ ดังนั้นจึงชอบรับประทานอาหารที่ปรุงด้วยเครื่องเทศและสมุนไพร ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องวัตถุดิบที่หลากหลายเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยหากสินค้านั้นทำด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หรือมีฉลาก ‘organics’ จะได้รับความนิยมอย่างมาก รวมถึงสินค้าที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีฉลาก ‘ecolabel’ และบรรจุในภาชนะที่ปลอดภัย สะดวกต่อการหยิบใช้งาน ก็จะเป็นที่สนใจเช่นกัน”





     พร้อมกันนี้ ยงวุฒิ ยังกล่าวต่อด้วยว่า สินค้าสินค้าซอสและเครื่องปรุงรสไทยมีศักยภาพ และโอกาสขยายสู่ตลาดออสเตรเลียได้อย่างแน่นอน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ 


     1) กลุ่มเครื่องแกงสำเร็จรูป เช่น เครื่องต้มยำ  แกงเขียวหวาน แกงพะแนง และแกงส้ม เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเป็นชนิดสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยต้องคำนึงถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความสะดวก เหมาะสมในการใช้งาน 


     2)กลุ่มซอสบนโต๊ะอาหาร(Table Sauces) เช่น น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และซอสหอยนางรม ซึ่งกลุ่มนี้มีคู่แข่งรายสำคัญจากฮ่องกง และสิงคโปร์ อยู่ในตลาดนี้ด้วย ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและรักษาฐานตลาด โดยการคิดค้นสูตรเพื่อสุขภาพ อาทิ สูตรปราศจากสารกลูเตน หรือสูตรโซเดียมต่ำ เป็นต้น  


     3) กลุ่มซอสปรุงอาหาร(Cooking Sauces) ได้แก่ ผงหมัก หรือซอสหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ(Dry Sauces/Powder Sauces) เช่น ผงหมักหมูแดง ไก่ย่าง เนื้อสะเต๊ะ และน้ำซอสปรุงรส (Wet Cooking Sauces) เช่น น้ำยาสำเร็จรูป ซอสผัดไทย และน้ำปรุงส้มตำ เป็นต้น สำหรับนำไปคลุกหรือผสมกับส่วนประกอบอื่นได้เลย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:
B11

Related Articles

​ส่องเศรษฐกิจ CLMV โอกาสทางการค้าที่ทั่วโลกต่างจับตามอง

พิษสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่เศรษฐกิจซีแอลเอ็มวียังคงสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติได้ เวียดนามกลายเป็นดาวเด่..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​จับตลาดซามูไรให้อยู่หมัด! ด้วยเทคนิคการตลาดจาก 5 แบรนด์ดัง

ว่ากันว่าโอกาสประสบความสำเร็จของสินค้าใหม่ในท้องตลาดมีความเป็นไปได้ 80% ทำไมสตาร์บัคส์ คิทแคท พีแอนด์จี ฯลฯ แบรนด์เหล่านี้ถึงได้เป็น 20% ที่อยู่นอกเ..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​ขยายสาขายังไงให้ปัง! ถอดคำให้การมือบริหารพา KFC ยืนหนึ่งถิ่นจีนกว่า 3 ทศวรรษ

อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากเกินที่ผู้บริหารมือทองจะกรุยทางให้ KFC บุกตลาดจีน สามารถคืนทุนเพียงปีเดียว ที่น่่าทึงคือผ่านไป 32 ปี เคเอฟซียังครองแชมป..

by SME Thailand.| 14 มีค. 2019