สร้าง 7 อุตสาหกรรมไทยสู่ฮับอาเซียน

by SMEs 06 มีค. 2014
Share:

 

 
 
เดินหน้าไปแล้วอย่างเข้มข้นกับโครงการ AEC Ready ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือกับ 4 หน่วยงานเพื่อขับเคลื่อน 7 อุตสาหกรรมหลักของไทยเข้าสู่ AEC ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับผิดชอบอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม รับผิดชอบอุตสาหกรรมการพิมพ์ และการบริการเพื่อสุขภาพ สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย รับผิดชอบอุตสาหกรรมก่อสร้าง และสถาบันพลาสติก รับผิดชอบอุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งอุตสาหกรรมทั้ง 7 ด้านของไทยนี้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเลยทีเดียว
 
อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ
 
   เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญและมีศักยภาพครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ รวมถึงมีมาตรฐานซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในภูมิภาคต่างๆ อย่างกว้างขวางมาตลอดอยู่แล้ว การเข้าสู่ AEC จะยิ่งส่งผลให้เกิดโอกาสอีกมากทั้งในแง่ของการแสวงหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ๆ รวมถึงการขยายฐานการลงทุนและฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากร แรงงาน และการขนส่ง แต่ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเผชิญกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีที่อาจทำให้ถูกครอบงำจากนักลงทุนต่างชาติจนกลายเป็นผู้รับจ้างผลิตมากกว่าเป็นเจ้าของกิจการ รวมถึงความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่จะส่งผลต่อการปรับตัวในแง่ต้นทุนการผลิต และภาวะสมองไหลด้วย
 
อุตสาหกรรมพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก
 
   ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก และอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกเป็นวัตถุดิบ เช่น อาหาร ชิ้นส่วนรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ซึ่งการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาคจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างหลากหลายขึ้น รวมถึงการเข้าไปลงทุนในกลุ่ม CLMV เพื่อใช้เป็นฐานขยายการผลิตด้วย หากแต่มีแนวโน้มที่จะเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับสินค้าราคาถูกและสินค้าด้อยคุณภาพจากประเทศอื่นๆ เช่นกัน
 
อุตสาหกรรมการพิมพ์
 
  ในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 220,000 ล้านบาท โดยมียอดส่งออกทางตรง (เฉพาะสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์) ประมาณ 10,000 ล้านบาท (ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของ World Demand เท่านั้น) และทางอ้อม (สิ่งพิมพ์ที่ติดไปกับสินค้าส่งออก) ประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งบ้านเรามีจุดแข็งด้านวัตถุดิบคือ กระดาษ มีแรงงานที่ค่าจ้างยังไม่สูงมาก อีกทั้งมีนิคมอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อธุรกิจการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะที่จะผลักดันให้เกิดอาณาจักรอุตสาหกรรมการพิมพ์ทั้งระบบ แต่ด้านอุตสาหกรรมสนับสนุนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งในเรื่องของเครื่องจักรและวัสดุหมึกพิมพ์ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับคู่แข่งที่สำคัญในภูมิภาคคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งมีทักษะด้านแรงงานและการศึกษาสูงกว่า การโทรคมนาคม รวมถึงการขนส่งก็มีประสิทธิภาพ สำนักพิมพ์ต่างชาติจึงใช้เป็นฐานการผลิตสูง 
 
การบริการเพื่อสุขภาพ
 
  ปัจจุบันมีส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ของการท่องเที่ยวทั้งหมดในประเทศ โดยในปีที่แล้ว สร้างรายได้สู่โรงพยาบาลเอกชนประมาณ 70,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการใช้จ่ายในด้านอื่นๆ อาทิ ที่พัก อาหาร สินค้า ของที่ระลึก รวมถึงบริการแพทย์ทางเลือก อย่างสปา และนวดแผนไทย อีกประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยความท้าทายหลัง AEC นั้นจะยิ่งผลักดันให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงอย่างพม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในเอเชียคือ สิงคโปร์ ตามมาด้วยไทย ซึ่งแม้ว่าบ้านเราจะตามหลัง แต่ก็นับว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้เปรียบด้านแพทย์เฉพาะทางที่มีคุณภาพในมาตรฐานระดับเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว ภายใต้ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า 
 
อุตสาหกรรมก่อสร้าง
 
   ถือเป็นภาคส่วนบริการที่เติบโตเร็วมากที่สุด โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ธุรกิจดังกล่าวยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องภายใต้ 3 ปัจจัยบวกคือ นโยบายภาครัฐที่เริ่มผลักดันโครงการขนาดใหญ่ อาทิ ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ระบบป้องกันน้ำท่วม โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ฯลฯ ซึ่งช่วยเปิดทำเลที่มีศักยภาพทางด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วย ปัจจัยที่สองคือ การลงทุนภาคเอกชนที่ขยายสู่ต่างจังหวัดมากขึ้น สุดท้ายคือ การเตรียมรับกับ AEC ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความคึกคักให้อุตสาหกรรมการก่อสร้าง โดยเฉพาะจังหวัดที่มีเขตการค้าติดกับประเทศเพื่อนบ้านก็มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง
 
  หากผู้ประกอบการไทยพัฒนา Entrepreneurial เพิ่มขึ้น พร้อมๆ กับฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการคน เงิน และสินค้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ย่อมส่งผลอันยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทยภายใต้กรอบการค้า AEC แน่นอน 
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020