​เทรนด์สังคมอนาคตเปลี่ยน! อิเกียรุกขยับ ปรับตามประชากรโลก

by SME Thailand 14 พค. 2018
Share:





 
     คนไทยเราคุ้นเคยกับอิเกีย แบรนด์ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่ใหญ่สุดในโลกเป็นอย่างดี ล่าสุดเมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา อิเกียเพิ่งเปิดบริการสาขาที่ 2 ในไทยที่บางใหญ่ เป็นสโตร์อิเกียที่มีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนพื้นที่ 50,278 ตารางเมตร หากสังเกตดูจะพบในหลายประเทศสโตร์อิเกียมักเปิดบริการย่านชานเมืองเป็นส่วนใหญ่ แต่การปรับกลยุทธ์ของยักษ์ใหญ่จากสวีเดนจะทำให้เห็นอิเกียเข้ามาเปิดในใจกลางเมืองใหญ่มากขึ้น นั่นเป็นเพราะอิเกียกำลังเตรียมรับมือกับเทรนด์ผู้บริโภคในอนาคต
 
 
     ทั้งนี้ อิเกียได้ทำวิจัยออกมาและมีการคาดการณ์ว่าในปี 2030 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า ราว 60% ของประชากรโลกจะเป็นประชากรที่อาศัยในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปัจจุบัน จากที่เคยวางแผนธุรกิจระยะยาวไว้ 5-10 ปี ตอนนี้อิเกียได้ยกเลิกและหันมาวางแผนใหม่เป็น 3 ปีแทนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์ใหม่ของอิเกียคือการให้ความสำคัญต่อ “โลกของคนเมือง” หรือกลุ่มลูกค้าอาศัยในเมืองใหญ่ที่มีความ “น้อยลง” ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นแง่ของเวลาที่น้อยลง พื้นที่ที่อยู่อาศัยน้อยลง และเงินในกระเป๋าที่เบากว่าแต่ก่อน
 

     รายงานระบุว่าอิเกียกำลังอยู่ระหว่างการปรับกลยุทธ์ จากที่เคยเลือกทำเลนอกเมืองในการเปิดสโตร์เป็นหลักก็จะเปลี่ยนมาเปิดในเมืองมากขึ้น โดยปรับขนาดร้านให้เล็กลงเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย โดยตอนนี้อิเกียเริ่มเปิดโชว์รูมกว่า 10 แห่งในเมืองใหญ่ ๆ เช่น ลอนดอน ปารีสไปแล้วเพื่อจับกลุ่มลูกค้าในเมืองโดยเฉพาะ กลยุทธ์ใหม่ของอิเกียคือการตะลุยบุกไปไปยังห้องนั่งเล่นของลูกค้าด้วยวิธีต่าง ๆ อาทิ การปรับระบบทั้งหลายเป็นดิจิทัล เพิ่มช่องทางช้อปปิ้งออนไลน์ และปรับปรุงบริการส่งสินค้าถึงบ้าน เป็นต้น
 

     อย่างไรก็ตาม อิเกียไม่ได้ละทิ้งรูปแบบการเปิดร้านขนาดใหญ่ในย่านชานเมือง ร้านเมกะสโตร์แบบนี้จะยังมีอยู่ แต่บริษัทจะลงทุนกับการเปิดสาขาย่อยในเมืองใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในอนาคต ซึ่งเป็นชาวเมืองใหญ่ รายได้ปานกลาง อาศัยในพื้นที่จำกัด หากจะว่าไป สินค้าของอิเกียนั้นตอบโจทย์ตรงนี้พอดีเพราะจุดยืนของ Ingvar Kampard ผู้ก่อตั้งอิเกีย คือการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนทั่วไปด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลาย ดีไซน์สวยงาม พร้อมด้วยประโยชน์ใช้สอยในราคาที่คนทั่วไปจ่ายได้
                 

     ถามว่าการเจาะตลาดคนเมืองเป็นเรื่องที่ใหม่ไหม ก็คงไม่ใช่เพราะหลายปีที่ผ่านมา ก็มีผู้ประกอบการหลายคนปรับกลยุทธ์ตามสภาพสังคมเช่นกัน ยกตัวอย่างร้าน Home Fix ในสิงคโปร์ จากที่เคยดำเนินธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ก็ปรับเพิ่มแผนกค้าปลีกสินค้าประเภท DIY – Do It Yourself เข้ามา ประเภทสินค้าตกแต่งบ้าน วอลเปเปอร์ โคมไฟ กรอบรูปหรืออื่นๆ ที่ลูกค้าสามารถซื้อและไปประกอบหรือทำเองได้ด้วยตัวเอง เหตุผลก็คือเพราะสิงคโปร์เป็นเกาะขนาดเล็ก พื้นที่จำกัด ประชากรทั่วไปอาศัยในห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ สินค้าประเภทนี้สามารถขจัดความจำเจและสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้ที่พักอาศัยได้ ด้วยจำนวนร้าน Home Fix ที่มีมากถึง 25 สาขาทั่วประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ และขยายไปยัง 11 สาขาในมาเลเซีย น่าจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า
 

     ย้อนกลับมาที่มานครใหญ่เช่นกรุงเทพ ความนิยมในการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะในกลุ่มคนชั้นกลางทำให้เห็นว่าหลังๆ ผู้ประกอบการก็ผลิตสินค้าหรือผุดธุรกิจเพื่อตอบสนองผู้บริโภคกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ตู้กดน้ำกรอง เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เครื่องซักผ้าขนาดมินิที่สามารถวางในห้องน้ำแคบๆ ได้ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่ออกแบบมาสำหรับพื้นที่จำกัด โอกาสทางธุรกิจสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองใหญ่ยังพอมี อยู่ที่ผู้ประกอบการต้องตีโจทย์ให้แตกว่าสินค้าหรือบริการที่กลุ่มลูกค้าคนเมืองต้องการคืออะไร
 

ที่มา
www.bloombergquint.com/markets/2018/05/03/inside-the-world-s-most-elite-and-secret-traders-club



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​แบรนด์นอกถอยไป! ได้เวลา C-beauty เครื่องสำอางจีนทวงบัลลังก์คืน

ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก หลายแบรนด์หรูจากนอกต่างเข้ามายึดหัวหาดครองตลาดอยู่นับหลายสิบปี แต่เร็วๆ นี้ Chinese-beauty หรือเรียกสั้น..

by SME Thailand.| 20 กย. 2019

​‘Marvel’ จากบริษัทเกือบล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายพนักงาน สู่เจ้าจักรวาลฮีโร่มูลค่ามหาศาล

มาร์เวล สตูดิโอ เป็นบ้านหลังใหญ่ของเหล่าฮีโร่ ก่อนเป็นความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตลาดการ์ตูนในสหรัฐกำลังถึงจุดตกต่ำ มาร์..

by SME Thailand.| 18 กย. 2019

​น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้ง ว่ากันว่าอัพขึ้นราคาเป็นหลายเท่าตัว จากถ้วยละ 200 เยน สามารถอัพ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019