จีนปรับลดภาษีนำเข้าเครื่องประดับตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้

by SME Thailand. 25 มิย. 2018
Share:
 

 

 
 
               คณะกรรมการภาษีศุลกากรประจำคณะรัฐมนตรีของจีนได้ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าเครื่องประดับแท้ เครื่องประดับเทียม ของที่ทำด้วยไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง ของทำด้วยพลอยเนื้อแข็งหรือพลอยเนื้ออ่อน รวมถึงเครื่องทองและเครื่องเงิน จำนวน 18 รายการในหมวดสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับด้วยอัตราที่ลดลงเฉลี่ย 68% โดยอัตราภาษีนำเข้าใหม่ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การปรับอัตราภาษีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากจีนได้จัดประเภทสินค้าเครื่องประดับเหล่านี้ใหม่ให้เป็น “สินค้าประจำวันเพื่อผู้บริโภค” จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ถือว่าสินค้าเครื่องประดับเหล่านี้เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
 
 
               ในบรรดาสินค้าที่ได้รับการลดอัตราภาษีนั้นมีสินค้าเครื่องประดับทองและเครื่องประดับเงิน ซึ่งอัตราภาษีจะลดลงจาก 20% เป็น 8% ส่วนภาษีสำหรับเครื่องประดับแพลทินัมและโลหะมีค่าอื่นๆ จะลดลงจาก 35% เป็น 10% เช่นเดียวกันกับสินค้ากลุ่มของที่ทำด้วยไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง และของทำด้วยพลอยเนื้อแข็งหรือพลอยเนื้ออ่อน รวมถึงเครื่องทองและเครื่องเงิน และเครื่องประดับเทียมบางประเภท รายละเอียดดังตาราง
 
 
               การลดภาษีครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการคิดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของจีนในอัตราใหม่ โดยปกติไม่ว่าจะนำเข้าสินค้าชนิดใดจะต้องมีการเรียกเก็บภาษีอยู่สองประเภท คือ ภาษีนำเข้า (MFN Rate) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งการเรียกเก็บภาษีทั้งสองประเภทนี้จะถูกนำมาคิดรวมเป็นอัตราภาษีแบบเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Tax Rate) ซึ่งสามารถคำนวณได้โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้
 

               1) ถ้าสินค้าไม่ได้เรียกเก็บภาษีการบริโภค (Consumption Tax) ในขั้นตอนการนำเข้า จะสามารถคำนวณอัตราภาษีเบ็ดเสร็จตามสูตรคือ 
 


               2) ถ้าสินค้าเรียกเก็บภาษีการบริโภคในขั้นตอนการนำเข้า จะคิดอัตราภาษีเบ็ดเสร็จตามสูตรดังนี้ .
 
 
               ในการคิดอัตราภาษีโดยใช้สูตรการคำนวณทั้งสองสูตรดังกล่าวยกตัวอย่างเช่น


               1) สินค้าพิกัด 7113191100 เครื่องประดับทองฝังเพชร (ไม่เก็บภาษีการบริโภคในขั้นตอนการนำเข้า) ซึ่งคิดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 16% และอัตราภาษีนำเข้าปกติลดลงจาก 20% เหลือ 8% นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ฉะนั้น อัตราภาษีเบ็ดเสร็จของสินค้ากลุ่มนี้จะลดลงจากปัจจุบันที่ 39.20% (มาจาก 20% + 16% + 3.2%) เป็น 25.28% (มาจาก 8% + 16% + 1.28%) สำหรับสินค้าเครื่องประดับทองฝังเพชรที่มีมูลค่าตามราคา CIF เท่ากับ 1 ล้านหยวน อัตราภาษีเบ็ดเสร็จสำหรับการนำเข้าสินค้านี้จะลดลงจาก 392,000 หยวน เป็น 252,800 หยวน หรือลดลง 35.51%
 
 

               2) สินค้าพิกัด 71162000 ของที่ทำด้วยพลอยเนื้อแข็งหรือพลอยเนื้ออ่อน (มีการเรียกเก็บภาษีการบริโภคในขั้นตอนการนำเข้าที่อัตรา 10%) ซึ่งคิดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ 16% และอัตราภาษีนำเข้าปกติลดลงจาก 35% เป็น 10% ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ฉะนั้น อัตราภาษีเบ็ดเสร็จของสินค้ากลุ่มนี้จะลดลงจากปัจจุบันที่ 74% (มาจาก {35% + 10% + 16% + 5.6%} / 0.9%) เป็น 41.778% (มาจาก {10% + 10% + 16% + 1.6%} / 0.9%) ตัวอย่างเช่น สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าตามราคา CIF เท่ากับ 1 ล้านหยวน ภาษีเบ็ดเสร็จสำหรับการนำเข้าจะลดลงจาก 740,000 หยวน เป็น 417,780 หยวน หรือลดลง 43.54%
 


 
               อย่างไรก็ตาม ประเทศและภูมิภาคที่ได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนอัตราภาษีก็ยังคงเป็นไปตามข้อตกลง เช่น ประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ (ไทย เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว บรูไน) ถ้ามีการออกใบรับรองแหล่งที่มาตามกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) หรือที่เรียกว่า Form E สินค้านั้นก็จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า


               ตัวอย่างการคำนวณสินค้าที่ได้รับสิทธิลดภาษีนำเข้าตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน อาทิเช่น สินค้าพลอยก้อนที่ไม่ผ่านการแปรรูปในพิกัด 71031000 (มีการเรียกเก็บภาษีการบริโภคในขั้นตอนการนำเข้า 10%) เนื่องจากอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 16% และไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศในกลุ่มอาเซียน หากมีการออกใบรับรองแหล่งที่มาตามกฎแหล่งกำเนิดสินค้าที่กำหนดไว้ อัตราภาษีเบ็ดเสร็จจะลดลงจาก 30% (มาจาก {0% + 10% + 17% + 0%} / 0.9%) เป็น 28.889% (มาจาก {0% + 10% + 16% + 0%} / 0.9%) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มจากอัตรา 17% เหลือ 16% ดังนั้น หากสินค้าพลอยก้อนที่มีมูลค่าตามราคา CIF เท่ากับ 1 ล้านหยวน อัตราภาษีเบ็ดเสร็จที่จ่ายสำหรับการนำเข้าสินค้านี้จะลดลงจาก 300,000 หยวนเป็น 288,889 หยวน หรือลดลง 3.70%


Preferential Duties and Taxes for Entering China PRC

 
Source: World Tariff, * ACFTA Rate from http://asean.org/?static_post=asean-china-free-trade-area-2
 
 
            ทั้งนี้ การปรับลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้า 18 รายการในหมวดอัญมณีและเครื่องประดับของจีน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไปนั้น นับเป็นครั้งแรกในช่วงหลายปีมานี้ที่จีนลดภาษีนำเข้าในหมวดสินค้าประเภทนี้ และจะส่งผลให้อัตราภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวลดลงไปโดยปริยาย ซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นับเป็นโอกาสที่แบรนด์เครื่องประดับต่างประเทศจะเจาะเข้าสู่ตลาดจีนได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีนหากยื่นขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษีจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนย่อมได้เปรียบจากการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับทุกรายการ ซึ่งช่วยให้อัตราภาษีเบ็ดเสร็จสำหรับการนำเข้าสินค้าจากไทยนั้นต่ำกว่าการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าที่เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 อย่างแน่นอน
 
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
มิถุนายน 2561
 
------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง
 
1) "China Greatly Reduces Import Tariffs on Jewelry" by. Guangdong Gems & Jade Exchange (GDGJE). Available from https://mp.weixin.qq.com/s/7-bI-ucnkAmBSvJunOSuxw (June 5, 2018).
2) “China cuts import tariffs on jewelry.” by Leah Meirovich. Available from https://www.
diamonds.net/News/NewsItem.aspx?ArticleID=62395&ArticleTitle=China+Cuts+Import+Tariffs+on+Jewelry (June 11, 2018). 
 

 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020