​เมื่อ 2 คู่แข่งยักษ์ใหญ่ “แมคโดนัลด์-สตาร์บัคส์” พักรบชั่วคราว ผนึกกำลังทำแก้วรักษ์โลก

by SME Thailand 25 กค. 2018
Share:




Cr : fastcompany.com
               
               
     ยังเป็นกระแสที่ไม่จางหายง่ายๆ เกี่ยวกับการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกและหลอดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ล่าสุด เกิดการเคลื่อนไหวที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เมื่อคู่แข่งขันในธุรกิจกาแฟระดับโลกอย่าง แมคโดนัลด์ ยอมผนึกกำลังกับสตาร์บัคส์ผลักดันโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลและย่อยสลายได้ โดยจะเริ่มจากแก้วบรรจุเครื่องดื่มร้อนและเย็นที่ทำจากวัสดุใช้งานยั่งยืน แล้วจึงขยายไปยังฝาผิดและหลอดดูด
               

     ข้อมูลจากองค์การกาแฟสากล (the International Coffee Organization) ระบุในแต่ละปีมีการผลิตแก้วกระดาษและแก้วพลาสติกเพื่อใช้งานจำนวนกว่า 600,000 ล้านใบทั่วโลก โดยที่  4% ของจำนวนดังกล่าวหรือประมาณ 24,000 ล้านใบเป็นแก้วที่มาจากร้านแมคโดนนัลด์และสตาร์บัคส์ ซึ่งปลายทางของแก้วเหล่านี้ คือการถูกทิ้งเป็นขยะปริมาณมหาศาล ด้วยเหตุนี้แมคโดนัลด์ร่วมกับสตาร์บัคส์ทำโครงการลดขยะแก้วพลาสติกและแก้วกระดาษ
               

     โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า NextGen Cup Consortium and Challenge เป็นโครงการที่สตาร์บัคส์วางแผนเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยร่วมกันกับบริษัทโคลสลูป พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ จุดประสงค์ของโครงการเพื่อเป็นศูนย์กลางให้นักออกแบบนวัตกรรม ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมถึงคนทั่วไปได้ร่วมนำเสนอแนวคิด ความรู้และทางออกในการลดขยะด้วยการผลิตแก้วที่สามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้แบบสมบูรณ์ ในการร่วมมือกันครั้งนี้ แมคโดนัลด์ลงขันสนับสนุนโครงการเป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์ และพันธมิตรทั้งสองตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะผลิตแก้วคุณสมบัติที่กล่าวมาเพื่อแทนที่แก้วรุ่นปัจจุบันที่ใช้อยู่ทั้งหมด
               

     หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมแมคโดนัลด์และสตาร์บัคส์ที่ถือเป็นคู่แข่งจึงร่วมมือร่วมใจกัน แทนที่ต่างฝ่ายต่างพัฒนาเทคโนโลยีแล้วเก็บงำนวัตกรรมนั้นไว้ใช้แต่เพียงผู้เดียว ไปดูคำตอบของ แอนดี้ คอร์เล็ตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของสตาร์บัคส์กัน แอนดี้กล่าวว่าการทำโครงการ NextGen Cup Consortium and Challenge ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแก้วเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังจะสร้างมาตรฐานในอุตสาหกรรมให้บริษัทต่างๆ ทั่วโลก ทั้งพันธมิตรและคู่แข่งได้ดำเนินตาม ดังนั้น ทุกเทคโนโลยีที่พัฒนาจาก NextGen Cup Consortium and Challenge จะมีการเปิดเผยรายละเอียดและ know –how เพื่อให้ทุกคนได้นำไปใช้ประโยชน์หรือต่อยอดได้
               

     แอนดี้ยังกล่าวอีกว่าแนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะสำหรับสตาร์บัคส์ หากเป็นวาระที่คนทั้งโลกต้องร่วมมือกัน ด้านแมเรียน กรอส หัวหน้าฝ่ายงานซัพพลายเชนของแมคโดนัลด์ประจำสหรัฐฯ มองว่าแมคโดนัลด์ไม่จำเป็นต้องแข่งขันไปเสียทุกเรื่อง อย่างการแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้เป็นประเด็นทางสังคมที่ทุกฝ่ายควรช่วยกัน แมเรียนยังยกตัวอย่างเปรียบเทียบก็เหมือนกับประเด็นความปลอดภัยด้านอาหาร ประเด็นนี้ไม่มีผู้ประกอบการรายไหนต้องมาแข่งกันเพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ เมื่อสตาร์บัคส์ริเริ่มโครงการพัฒนาแก้วเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แมคโดนัลด์แม้จะเป็นคู่แข่งจึงไม่ลังเลที่จะร่วมด้วยช่วยกัน  
 


ที่มา
www.fastcompany.com/90202133/exclusive-starbucks-and-mcdonalds-team-up-to-rethink-cups
www.bustle.com/p/starbucks-mcdonalds-new-cup-initiative-takes-aim-at-reducing-cup-waste-9790185



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​EAON MALL สลัดภาพค้าปลีกหัวเก่า ก้าวเท้าสู่ “ดิจิทัล” ตั้งศูนย์เทคโนโลยีนำร่องในจีน ก่อนใช้จริงในญี่ปุ่น

อิออน มอลล์ที่ให้บริการในจีนได้เคยนำร่องให้ร้านค้าของห้างไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าไปแล้วหลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์บริหารดิจิทัลอิออนขึ้นในเมืองหังโจว เรี..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2021

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​ไอเดียเข้าท่า!! สาวนักกำหนดอาหารเปิดคาเฟ่ ควบคลินิกสุขภาพแห่งแรกในฮ่องกง

ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือร้านอาหารประเภท Fast Casual มีการจ้างนักกำหนดอาหารมาประจำร้านมากขึ้น แต่ร้าน Grain Of Salt เป็นร้านแรกใน..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021