ศิลปะการร่วมโต๊ะอาหารกับพญามังกร...ดื่ม-กินอย่างไรให้ได้ธุรกิจ

by SME Thailand 25 สค. 2018
Share:




 

     ชาวจีนให้ความสำคัญกับการดื่ม และการรับประทานอาหารมานับพันปี ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การดื่มและการรับประทานอาหารนั้นถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ชาวจีนจะนำสิ่งนี้ไปเป็นธรรมเนียมประเพณีในการทำธุรกิจอีกด้วย


     เรื่องที่พูดกันต่อๆ ว่าถ้าจะทำธุรกิจกับชาวจีนจะต้องดื่มสุราเก่งชนิดคอต้องทำด้วยเหล็กกล้า และคนจีนจะเจรจาธุรกิจบนโต๊ะอาหารนั้นมีความจริง แต่ก็มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งไม่ใช่เรื่องการกระดกเหล้าเก่งเท่านั้น พวกที่ไม่ดื่มสุราอาจกังวลว่า ถ้าไม่ดื่มจะไม่ได้ดีลหรือเปล่า บ้างก็สงสัยว่าการเจรจามันต้องเริ่มตรงไหนในระหว่างรับประทานอาหาร นั่งปุ๊บเจรจาปั๊บ หรือรอให้รับประทานอาหารเสร็จก่อน เนื่องจากชาวจีนถือเรื่องการดื่มการกินเป็นเรื่องใหญ่


     ดังนั้น การที่ละเลยไม่ทำความเข้าใจในเรื่องธรรมเนียมนี้ก็อาจจะทำให้ถูกมองว่าไม่มีมารยาท ซึ่งชาวจีนจะไม่นิยมทำธุรกิจกับคนที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมตรงนี้ ไม่ใช่คนที่ดื่มเหล้าไม่เป็นแล้วจะไม่ได้ธุรกิจแต่เป็นพวกที่ไม่เข้าใจมารยาทบนโต๊ะอาหารตามธรรมเนียมของชาวจีนต่างหาก จากการที่มีโอกาสเข้าร่วมฟังการสอนเคล็ดลับพิชิตหัวใจมังกร : วัฒนธรรม มารยาทและการเจรจา โดย ยงค์กิจ ธรรมพัฒนาภรณ์ กรรมการบริหารศูนย์สร้างธุรกิจไทยสู่จีน โดยท่านให้ฝึกนั่งโต๊ะจีนจริงๆ เลยได้รู้ว่า การรับประทานอาหารกับชาวจีนนี่ละเอียดอ่อนมากๆ มันเป็นศิลปะจริงๆ เลยได้ขออนุญาตนำเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์มากในเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารมาสรุปให้อ่านกัน เพื่อที่จะได้เข้าใจว่าทำอย่างไรถึงจะพิชิตหัวใจมังกรได้
 

กฎเหล็ก

     • ช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวัน คือ 12.00-14.00 น. และอาหารเย็น คือ 18.00-20.00 น. โดยชาวจีนจะไม่นั่งลากยาวดื่มกินไปเรื่อยๆ แต่จะรับประทานในช่วงเวลานี้เท่านั้น ตนเองได้มีโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงกับนักธุรกิจหลายครั้งก็เคยงงๆ ว่า ทำไม 20.00 น. ทุกคนลุกกลับร่ำลาเจ้าภาพกันหมด เคยคิดว่าต้องดื่มกันแบบไม่เมาไม่เลิก ดื่มกันยันสว่างคาตา คิดผิดถนัด


     • ผู้เชิญจะเป็นผู้เลือกร้านอาหาร สั่งอาหารและจ่ายเงิน จะไม่นิยมมาแย่งกันจ่ายให้วุ่นวาย หรือมาหารกันแบบ อเมริกันแชร์ ที่จริงแล้วถ้าเราไปพูดกับฝรั่งว่า อเมริกันแชร์นี่เขาไม่รู้จัก ถ้าจะหารกันก็จะใช้คำว่า Go Dutch แต่สำหรับชาวจีนใครเป็นผู้เชิญคนนั้นจะเป็นผู้จ่าย


     • การพูด หรือเจรจาธุรกิจจะทำหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว ไม่ชนแก้วไปคุยธุรกิจไป หรือคืบอาหารไปคุยไป


     • การนั่งจะต้องเป็นไปตามธรรมเนียมเขา คือ เจ้าภาพจะนั่งเป็นลำดับที่ 1 และแขกที่มีความสำคัญอันดับ 1 และ 2 จะนั่งประกบข้างเจ้าภาพ
 

รับประทานอาหารอย่างผู้มีวัฒนธรรม

     • จะเริ่มรับประทานต่อเมื่อเจ้าภาพได้เริ่มรับประทานแล้ว หรือรอจนกว่าจะถูกเชิญ แม้หิวแค่ไหนก็ต้องรอ


     • ชาวจีนนิยมรับประทานอาหารหลายจานอลังการมาก เริ่มที่ออเดิร์ฟ ซุป อาหารจานหลัก และของหวาน ที่เป็นลักษณะทยอยเสิร์ฟเรื่อยๆ จึงต้องค่อยๆ รับประทานไปเรื่อยๆ และห้ามรับประทานหมดเกลี้ยงจานเด็ดขาด เพราะชาวจีนจะคิดว่าเราต้องการอาหารเพิ่ม และเจ้าภาพจะรู้สึกเสียหน้าว่า เขาสั่งอาหารไม่พอเลี้ยงแขก คนจีนถือมากที่สุดในเรื่องนี้ และเขาจะสั่งอาหารให้เยอะๆ เผื่อเหลือไว้ เราคนไทยก็อย่าใช้ธรรมเนียมเราที่ถูกสอนมาว่า ต้องรับประทานอาหารให้หมดจาน แบบนี้ใช้ไม่ได้เมื่อร่วมโต๊ะกับชาวจีน


     • ส่วนใหญ่โต๊ะจีนจะมีถาดหมุนบนโต๊ะ เพื่อให้เราหมุนอาหารไปรอบโต๊ะได้ ผู้รับประทานจะต้องหมุนไปรับประทานด้านซ้ายเสมอ ไม่ใช่หมุนไป-มา ซ้ายทีขวาที และจะต้องรอให้ถึงคิวตัวเองก่อนค่อยหมุน


     • ให้ใช้ช้อนกลางและตะเกียบกลางในการตักอาหารจากจานกลาง โดยไม่ควรนำตะเกียบคุ้ยเขี่ยหาอาหารที่ต้องการในจานกลาง และเมื่อตักอาหารมาก็ให้เอาใส่ถ้วยไม่ใช่วางไว้บนจานเพราะชาวจีนจะรับประทานอาหารในถ้วย
 

การร่ำสุรา

     • หากไม่ดื่มไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ให้แจ้งเจ้าภาพเสียก่อน เช่น ไม่ดื่มเพราะไม่สบาย มีโรคประจำตัว หรือเพราะถือศีลก็ให้บอกได้ เคล็ดลับที่สำคัญคือ ถ้าท่านไม่ดื่มก็ควรหาเพื่อนที่ดื่มเก่งพอสมควรมานั่งดื่มแทน และถ้าจะให้ดีควรเป็นสุภาพสตรีที่ดื่มได้จะทำให้เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีและเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพ


     • ชาวจีนนิยมยกชูแก้วก่อนดื่มแล้วพูดว่า กานเปย คือ หมดแก้ว ดังนั้น ท่านต้องดื่มให้หมดแก้ว จะไม่มานั่งชนน้ำเปล่า หรือเอาเหล้ามาแก้วเดียวจิบทั้งคืนพอเป็นพิธีแบบคนไทยนิยมทำ ไม่ดื่มคือไม่ดื่มแจ้งเจ้าภาพไปเลย เขาไม่บังคับ ถ้ารอบนี้ไม่ดื่ม หากมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะกันอีกก็ให้พาเพื่อนที่ดื่มได้มา


     • การชนแก้วนั้นผู้ที่อาวุโสน้อยจะต้องเอาปากแก้วชนต่ำกว่าแก้วของผู้อาวุโส ผู้เขียนไม่เคยทราบมาก่อนก็เคยทำผิดหลายที นึกแล้วก็แอบกังวลไปว่า ผู้ใหญ่จีนหลายท่านอาจจะคิดว่า เรามารยาทไม่ค่อยมีหรือเปล่านะ แต่ต่อไปนี้ไม่ผิดแน่


     • ถ้าเจ้าภาพไม่มาชนแก้วชวนดื่มอย่ายกซดเองเป็นอันขาด เราจะเคยชินกับการยกดื่มเองในระหว่างรับประทานอาหารได้ตามสบาย แต่สำหรับการนั่งดื่มกับชาวจีนต้องระวังให้มาก ต้องให้เจ้าภาพชวนดื่ม และนิยมมีการอวยพรก่อนดื่ม เช่น เซินถีเจี้ยนคัง-สุขภาพแข็งแรง หรือ กงจั้วซุ่นลี่-ขอให้การงานราบรื่น เป็นต้น อย่าดื่มเองคนเดียวเป็นอันขาด


     • การดื่มเหล้า น้ำชา หรือน้ำเปล่าก็ตาม หากน้ำของท่านหมดแก้ว อย่าเติมของตัวเองก่อน ให้มองไปทั่วโต๊ะว่ามีใครต้องการไหมและรินให้กับคนอื่นก่อนที่จะรินให้ตัวเอง เพื่อนๆ ชาวจีนบอกว่า คนไทยชอบรินให้ตัวเองก่อน แต่ชาวจีนจะไม่ทำแบบนั้น


     • จบการดื่มเมื่ออาหารขึ้นโต๊ะหมดแล้ว ไม่ยืดเยื้อดื่มต่อเรื่อยๆ
 

     อย่ามองเคล็ดลับนี้ว่ามันเป็นอุปสรรค ห้ามนั่นห้ามนี่เยอะแยะ แต่อยากให้มองเป็นโอกาสที่เราจะได้ชนะใจชาวจีนเวลาร่วมโต๊ะอาหารกับเขา รายละเอียดปลีกย่อยนี้มันเป็นศิลปะในการทำธุรกิจกับชาวจีนจนเรียกได้ว่า สำหรับชาวจีนแล้วจะ Deal หรือ No Deal ก็ขึ้นกับมารยาทบนโต๊ะอาหารนี่แหละ



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020