​จับตาธุรกิจยีนส์ซบหนัก! หลังเทรนด์แฟชั่น Athleisure มาแรง

by SME Thailand 29 สค. 2018
Share:




 

     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ผ้าเดนิมหรือยีนส์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น All time hit fashion หรือแฟชั่นที่ได้รับความนิยมตลอดกาลจะถึงจุดตกต่ำ จนทำให้บริษัท วีเอฟ คอร์ป ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจเสื้อผ้าจากอเมริกา เจ้าของยีนส์แบรนด์ดัง “แรงเลอร์” และ “ลี” กำลังใคร่ครวญว่าจะทำการแยกลีกับแรงเลอร์ออกไปเป็นธุรกิจย่อย เพื่อหันไปโฟกัสธุรกิจหลักแทน หรือจะขายทิ้งไปเลย ทั้งนี้ วีเอฟได้เข้ามาบริหารบริษัทยีนส์แบรนด์ดังกล่าวนานหลายทศวรรษแล้ว แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยอดขายเสื้อผ้าเดนิมโดยรวมในอุตสาหกรรมลดลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากกระแสกางเกงโยคะสำหรับสตรี เริ่มมาแรงตั้งแต่ปี 2014
               

     รายงานระบุแม้ธุรกิจเดนิมของวีเอฟจะส่งสัญญาณบวก รวมถึงแรงเลอร์ที่ยอดขายกระเตื้องติดต่อกัน 4 ไตรมาส แต่วีเอฟต้องการทุ่มเทให้กับแบรนด์ในสังกัดที่กำลังโตเร็วมากกว่า อาทิ แวนส์, เดอะ นอร์ธเฟซ และทิมเบอร์แลนด์ รวมถึงการขายทอดบางธุรกิจ เช่นการประกาศขายธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์นอติก้าที่ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากนักลงทุน จนส่งผลให้หุ้นบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 50% ในปีที่ผ่านมา 
               

     ย้อนกลับมาที่แผนเกี่ยวกับแบรนด์เดนิมแรงเลอร์และลีของวีเอฟ เชื่อว่าเป็นผลพวงจากความนิยมลดลงเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน หันไปสวมกางเกงอื่นแทน ทั้งที่กางเกงยีนส์เคยเป็นเครื่องแต่งกายยืนพื้นที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้ามานาน ทั้งนี้ ยีนส์เป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ได้ทุกวัน และเอนกประสงค์พอที่จะเป็นเครื่องแต่งกายลำลองหรือกึ่งทางการก็ได้ อย่างไรก็ตาม แฟชั่นเดนิมโดยรวมที่เคยเติบโตต่อเนื่องมาตลอดหลายสิบปี ยอดขายปีที่ผ่านมากลับลดลง 6% มาอยู่ที่ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สวนทางกลับธุรกิจกางเกงโยคะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 7% ไปอยู่ที่ 33,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
               

     การลดลงดังกล่าวแม้จะมีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มลูกค้าผู้หญิง แต่ความสนใจในเสื้อผ้ายีนส์ในกลุ่มลูกค้าชายก็เบาบางลงเช่นกัน นั่นเป็นเพราะลูกค้าเหล่านั้นหันไปซื้อกางเกงประเภทอื่น อย่างกางเกงโยคะ เลกกิ้ง กางเกงหลวมๆ ที่ใส่สบาย และกางเกงกีฬามากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากแฟชั่นเดนิมไม่ได้มีดีไซน์ใหม่ๆ ออกมาดึงดูดใจ คือหลังจากที่กางเกงยีนส์สกินนี่สีสันสดใสออกมาตีตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาแนะนำสู่ตลาดอีก
               

     นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งในอริโซน่ากล่าวว่า ตอนนี้กางเกงโยคะได้เข้ามาแทนที่กางเกงยีนส์ในตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเพราะเธอซื้อเลกกิ้งกับกางเกงใส่เล่นโยคะมากกว่ายีนส์เสียอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าเวลาสวมใส่จะเหมือนกางเกงยีนส์ skinny แนบตัวแต่ให้ความสบายกว่ามาก ไม่เฉพาะแรงเลอร์ และลีที่เผชิญปัญหายอดขายตก กระทั่งแบรนด์เก่าแก่ที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง “ลีวายส์” ก็ยอมรับว่าธุรกิจแฟชั่นเดนิมผู้หญิงของบริษัทได้รับผลกระทบจากเทรนด์ “athleisure” หรือเทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าลำลองแบบชุดกีฬา ซึ่งลีวายส์ได้พยายามปรับโดยการออกแบบแฟชั่นเดนิมเวอร์ชั่นใหม่ที่เนื้อผ้ายืดได้ สวมใส่สบายเหมือนกางใส่กางเกงทรงหลวม   
               

     รายงานระบุในอดีตอุตสาหกรรมเดนิมเคยเผชิญวิบากกรรมมาก่อน คือช่วงกลางทศวรรษ 1970 ที่ยอดขายยีนส์ร่วง 3-4% เพราะทานกระแสความนิยมกางเกงลูกฟูกไม่ไหว และล่าสุดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว แฟชั่นกางเกงสีกากีได้รับความนิยม กางเกงยีนส์ก็ถูกเมินเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์ในวงการแฟชั่นมองว่าการเสื่อมของธุรกิจเดนิมครั้งนี้น่าจะกินเวลายาวนานกว่าทุกครั้ง เพราะกระแส “athleisure” ที่ผู้คนกำลังอ้าแขนรับนี้สะท้อนการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในสังคม ต่อให้ไม่ได้ไปยิม แต่คนจำนวนมากก็ยังอยากสวมเสื้อผ้ากึ่งชุดกีฬาเพื่อให้ดูเหมือนว่ากำลังจะไปออกกำลังกาย
               

     แม้ว่าลีวายส์และวีเอฟซึ่งเป็นเจ้าแบรนด์แรงเลอร์กับลีจะพยายามปรับตัวด้วยการออกแบบแฟชั่นผ้าเดนิมให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สวมใส่สบายขึ้น แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะทำให้แฟชั่นเดนิมกลับมาได้รับความนิยมดังเดิม เพราะผู้บริโภคจำนวนมากมีความคิดว่าหากต้องการกางเกงโยคะก็ต้องซื้อกางเกงโยคะ กางเกงยีนส์ที่ยืดได้ยังไงก็คือยีนส์ ไม่มีทางที่จะเหมือนกางเกงโยคะไปได้
 


ที่มา
www.usatoday.com/story/money/business/2014/09/06/jeans-face-an-uncertain-future-amid-yoga-wear-rage/15146265/
www.usatoday.com/story/money/nation-now/2018/08/10/lee-wrangler-owner-vf-corp-may-exit-jeans-business-report-says/962379002/
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020