​เปิดวิสัยทัศน์ 3 ทายาทแบรนด์แฟชั่นดังจากฮ่องกง Bossini, G2000 และ Moiselle

by SME Thailand 05 กย. 2018
Share:




                 

     หากเอ่ยถึงแฟชั่นดังของฮ่องกง เชื่อว่าแบรนด์ที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จักต้องมี Bossini, G2000 และ Moiselle รวมอยู่ด้วย ซึ่งแบรนด์เหล่านี้สั่งสมความสำเร็จมาตั้งแต่รุ่นบิดามารดา ครั้นมีการส่งมอบธุรกิจให้ทายาทสืบต่อ ไปดูกันว่ามุมมองของคนรุ่นใหม่เหมือนหรือแตกต่างจากคนอีกเจเนอเรชั่นหนึ่งอย่างไร ทายาทรุ่นปัจจุบันที่กุมบังเหียนบริษัทได้แก่ โลอิส เทียน แห่ง G2000 วิคตอเรีย ลอว์ จาก Bossini และแฮร์ริส ชาน ผู้บริหารหนุ่มของ Moiselle คนรุ่นหนุ่มสาวทั้ง 3 เข้ามาดูแลธุรกิจครอบครัวก็จริง แต่พวกเขาต่างมีความฝันเป็นของตัวเอง
 

Lois Tian ทายาท G2000 / Cr.scmp.com
              
              
     คนแรกเป็นผู้สืบต่อแบรนด์ G2000 โลอิส เทียนเล่าว่าเธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำตอนที่ไมเคิล บิดาของเธอก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี 1985 โลอิสจบการศึกษาด้านแฟชั่นและการบริหารจัดการธุรกิจแฟชั่นที่สหรัฐฯ และทำงานในนิวยอร์กหลายปีในตำแหน่งจัดซื้อให้กับหลายบริษัทรวมถึงแบรนด์ J. Crew และได้กลับมาช่วยงานธุรกิจครอบครัว แต่ดูเหมือนความฝันยังไม่ถูกเติมเต็ม โลอิสจึงตั้งบริษัทขึ้นมา และสร้างสรรค์แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ภายใต้ชื่อ “Anagram” โลอิสจ้างดีไซเนอร์ทีมเล็กๆ ไม่กี่คน โดยเธอรับหน้าที่เป็นผู้จัดการแบรนด์ ดูแลการดำเนินการดำเนินการและงานการตลาดร่วมกับผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของบริษัท    
               

     โลอิสวาดหวังสักวันหนึ่งแบรนด์ Anagram จะเทียบชั้น G2000 หลังจากตัดสินใจเปิดช้อปในฮ่องกงหลายสาขา เธอมีแผนรุกตลาดจีน เบื้องต้นเป็นการชิมลางตลาดออนไลน์โดยจำหน่ายทางแพลทฟอร์ม Reebonz ซึ่งเป็นตลาดสินค้าหรูออนไลน์ โดยทั่วไป แบรนด์แฟชั่นฮ่องกงมักทำเงินในฮ่องกงและตลาดภูมิภาคเอเชีย แต่เป้าหมายของโลอิสคือการผลักดันแบรนด์แฟชั่น Anagram ให้เป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ ก่อนอื่นเธอต้องหาวิธีสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ก่อน 
 

 Victoria Law ผู้สืบต่อแบรนด์ Bossini / Cr.scmp.com
 
               
     มากันที่วิคตอเรีย ลอว์แห่ง Bossini วิคตอเรียก็เหมือนโลอิสที่ดำเนินธุรกิจภายใต้ร่มเงาของครอบครัว โดยหลังจบการศึกษาจาก Parsons School of Design ในนิวยอร์ก เธอก็เข้าสู่วงการแฟชั่นในตำแหน่งจัดซื้อให้กับมาร์ค จาคอบส์ พอกลับมาปักหลักที่ฮ่องกง ริเริ่มธุรกิจด้วยตัวเองด้วยเปิดร้าน ZStampz จำหน่ายเสื้อผ้าบูติกหลากหลายแบรนด์ หลังจากเปิดร้านได้ 2 ปี วิคตอเรียก็ทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเองออกมา ใช้ชื่อว่า bread n butter และวางจำหน่ายในร้าน ZStampz นั่นเอง   
               

     สำหรับวิคตอเรีย ข้อดีของการทำธุรกิจตัวเองควบคู่ไปกับธุรกิจครอบครัวคือทำให้การเข้าธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกดำเนินไปอย่างสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิต ปัจจุบัน แม้ร้าน ZStampz จะปิดตัวไปแล้ว แต่แบรนด์เสื้อผ้า bread n butter ของเธอได้ขยายไปยังตลาดจีนและมีสาขา 80 แห่งแล้ว และขณะนี้ เธอกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินโปรเจกต์ใหม่ นั่นคือการเปิดตัวแบรนด์แฟชั่นที่จำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น
 
 
Harris Chan แห่ง Moiselle / Cr.scmp.com
 
               
     คนสุดท้ายที่พูดถึงคือแฮร์ริส ชาน ผู้บริหารแบรนด์ Moiselle แฮร์ริสรักในแบรนด์ของครอบครัวมาก ครอบครัวเขาดำเนินธุรกิจผลิตเสื้อผ้า และแบรนด์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1996 เพื่อป้อนงานให้กับคนงานในโรงงานที่เสี่ยงต่อการตกงาน แฮร์ริสจบด้านแฟชั่นที่ลอนดอน และเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น ดิออร์ เบอร์เบอร์รี่ และท็อปช้อป เมื่อจบการศึกษาในปี 2009 เขาได้ไปฝึกงานที่ปารีสระยะหนึ่งก่อนกลับไปสานต่อธุรกิจครอบครัว
               

     จากที่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าทั่วไป แฮร์ริสตั้งใจปรับภาพลักษณ์และปรับคอนเซปต์ใหม่ให้ Moiselle แตกต่างไปจากเดิม เช่น การแบ่งไลน์สินค้าออกเป็น 5 กลุ่ม รวมถึงกลุ่ม “คลาสสิก” ที่เป็นเสื้อผ้าแนวหรูหรา กลุ่ม “เทรนดี้” ที่เน้นสตรีทแฟชั่น และกลุ่ม “โร้ดทริป” ที่เป็นคอลเลคชั่นลำลองสบาย ๆ นอกจากนั้น เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กว้างขวางขึ้น แฮร์ริสยังใช้กลยุทธ์ collaboration หรือ X กับเซเลบในแวดวงสังคมฮ่องกง อาทิ การร่วมกับ โรซามันด์ กวน หรือกวนจือหลิน อดีตนักแสดงฮ่องกงจัดแฟชั่นโชว์
               

     ไม่เท่านั้น เขายังมีมากมายหลายโปรเจกต์ ได้แก่ การลงขันกับ ผู้จัดการส่วนตัวของนักร้อง นักแสดง และนางแบบชาวจีนนามว่าแองเจล่า เบบี้ เปิดร้านเสื้อผ้าสไตล์วินเทจ และการแตกไลน์ธุรกิจไปยังสินค้าเครื่องหนังและหมวก ทั้งนี้ ทุกการก้าวย่างของแฮร์ริส นอกจากได้รับการชี้แนะจากบิดามารดา เขายังเปิดกว้างรับฟังคำแนะนำจากพนักงานบริษัทอีกด้วย แฮร์ริสกล่าวว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่เพื่อสนองอัตตาตนเอง หรือเพื่อพิสูจน์การเป็นแบรนด์ท้องถิ่นคุณภาพดี แต่เป้าหมายของเขาคือการผลิตสินค้าที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเมื่อยามสวมใส่ ขณะเดียวกันก็ทำให้พนักงานในสังกัดรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับบริษัท และแน่นอนเขาอยากเห็นพ่อแม่มีความสุข แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาต้องการทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีขึ้น
 


ที่มา
www.scmp.com/lifestyle/fashion-beauty/article/2157915/their-parents-founded-hong-kong-fashion-success-stories
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ทำไม “มูซังคิง” ทุเรียนบ้านๆ จากมาเลย์ ถึงกลายเป็นราชันแห่งทุเรียน ส่งออกไปจีนปีละกว่า 1,000 ตัน

“มูซังคิง” ผลไม้ยอดฮิตของกลุ่มคนรักทุเรียนในจีน ได้เริ่มต้นส่งออกทุเรียนมูซังคิงไปยังประเทศจีนเมื่อ 6 ปีก่อน และปัจจุบันได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราช..

by SME Thailand.| 22 เมย. 2021

​EAON MALL สลัดภาพค้าปลีกหัวเก่า ก้าวเท้าสู่ “ดิจิทัล” ตั้งศูนย์เทคโนโลยีนำร่องในจีน ก่อนใช้จริงในญี่ปุ่น

อิออน มอลล์ที่ให้บริการในจีนได้เคยนำร่องให้ร้านค้าของห้างไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าไปแล้วหลังจากที่มีการก่อตั้งศูนย์บริหารดิจิทัลอิออนขึ้นในเมืองหังโจว เรี..

by SME Thailand.| 19 เมย. 2021

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021