​ส่องตลาดค้าปลีกจีน วอลมาร์ทใช้กลยุทธ์อะไร? ชนะใจผู้บริโภคแดนมังกร

by SME Thailand 30 ตค. 2018
Share:



 
 
     เมื่อตลาดในประเทศ มีความไม่แน่นอน อีกทั้งคู่แข่งอย่างอเมซอน และร้านสินค้าราคาถูก ดอลลาร์สโตร์ ก็แย่งกันชิงส่วนแบ่ง ทำให้วอลมาร์ท ห้างค้าปลีกหันไปโฟกัสที่ตลาดต่างประเทศแทน อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี ชิลี แคนาดา และเม็กซิโก แต่ตลาดที่วอลมาร์ทให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “จีน” เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ ข้อมูลระบุจีนเป็นตลาดค้าปลีกประเภทของกินของใช้ หรือโกรเซอรีที่ใหญ่สุดในโลก โดยมีมูลค่าตลาดราว 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี คาดในอีก 2 ปีข้างหน้ามูลค่าตลาดจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านเหรียญ
 
 
     ทั้งนี้ วอลมาร์ทได้รุกเข้าตลาดจีนตั้งแต่ปี 1996 จนถึงปัจจุบันขยายสาขาไปแล้ว 424 แห่ง เป็นห้างค้าปลีกข้ามชาติเจ้าแรกที่จำหน่ายสินค้าทุกอย่างทั้งอาหาร ของกินของใช้และเสื้อผ้าครบครัน และขึ้นแท่น supersized store ที่ใหญ่สุดในจีน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ วอลมาร์ทได้ทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จนสามารถสร้างความพึงพอใจ โดยกลยุทธ์ที่ว่าหลักเป็น customization หรือการปรับสินค้าและบริการตามรสนิยมของคนท้องถิ่นนั่นเอง
 



 
     ดั๊ก แมคมิลเลียน ซีอีโอวอลมาร์ท กล่าวว่าจีนจะเป็นตลาดกลยุทธ์สำหรับบริษัทในอนาคต โดยห้างวอลมาร์ทในจีนเน้นเซ็กชั่นอาหาร เนื่องเพราะผู้บริโภคจับจ่ายซื้อหาสินค้าอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตบ่อยกว่าสินค้าประเภทอื่น ทางห้างจึงต้องหาวิธีการดึงดูดลูกค้าให้เข้าห้าง และเมื่อลูกค้าเข้าห้างก็มีโอกาสที่จะซื้อสินค้าอื่น นอกเหนือไปจากสินค้าอาหาร หากเกิดความประทับใจ ก็อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าประจำภายหลัง

 
 

     หลังจากที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคก็พบว่าลูกค้าจีนชมชอบสินค้าสดใหม่ ทางวอลมาร์ทจึงวางเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้แพ็คไว้ให้ลูกค้าได้เลือกอย่างจุใจ จะหยิบจับขึ้นมาดมมาสำรวจก็ทำได้ตามชอบ ไม่เฉพาะเนื้อสัตว์ที่บริโภคทั่วไป วอลมาร์ทก็ยังมีเนื้อสัตว์แปลกๆ บริการ เช่น เนื้อกระต่าย เนื้อจระเข้ ส่วนปลาและของทะเลก็มากันแบบเป็นๆ ว่ายเวียนในตู้กระจกรอให้ลูกค้าเลือก ช่วงตรุษจีนก็เพิ่มหัวหมูสด ๆ เข้ามา กระทั่งข้าวสารก็มาเป็นกระบะให้ลูกค้าได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 สำรวจคุณภาพเอง



 

     นอกจากนั้น การที่ผู้บริโภคจีนเน้นสินค้าต้องดีและราคาถูก วอลมาร์ทจึงเคร่งครัดกับนโยบายไม่นำสินค้าตกรุ่น สินค้ามีตำหนิ สินค้าไม่ผ่านมาตรฐาน หรือแม้แต่สินค้าติดฉลากผิดมาขาย สินค้าที่จำหน่าย คุณภาพอยู่ในเกณฑ์และตั้งราคาไว้ต่ำตามสโลแกน “Everyday low prices” เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้สินค้าราคาถูกทุกครั้งที่มาช้อปห้างนี้ และภายหลังมีการเปลี่ยนสโลแกนเป็น “Worry Free” เพื่อรับประกันคุณภาพสินค้า
 
 
     สินค้าที่จำหน่ายในวอลมาร์ท ร้อยละ 95 เป็นสินค้าผลิตในจีน ก่อนหน้านั้น วอลมาร์ทเคยให้ทีมผู้จัดการในพื้นที่เป็นผู้จัดหาสินค้ามาจำหน่ายในห้าง ทำให้เกิดปัญหาละเมิดกฎความปลอดภัยเกี่ยวกับอาหาร ยังผลให้ทางห้างต้องยกเลิกธุรกิจกับซัพพลายเออร์เกือบ 2 ใน 3 ของซัพพลายเออร์ทั้งหมด ตั้งแต่นั้น จึงมีการปรับกระบวนการสรรหาสินค้าใหม่ โดยสินค้าทุกชิ้นต้องทราบแหล่งที่มาหรือแหล่งผลิต ไม่พอ วอลมาร์ทยังจัดห้องแล็บเคลื่อนที่ตระเวนสุ่มตรวจหายาฆ่าแมลงและสารตกค้างในผักและผลไม้ และตรวจวัดอุณหภูมิเนื้อสัตว์ที่วางจำหน่ายในห้างว่าอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัยหรือไม่ และนี่ก็คือกลยุทธ์ที่วอลมาร์ทใช้มัดใจผู้บริโภคชาวจีนนั่นเอง
 
 
อ้างอิง
www.businessinsider.com/shopping-walmart-china-pictures-experience-2017-9
https://apnews.com/57f8b5259a38420292cfe726ab0c6aea
 

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โลกต้องจับตา! เมื่อจีนเฉา เศรษฐกิจเฉื่อย โตต่ำสุดในรอบ 27 ปี

เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ขยายตัวที่ 6.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยที่การส่งออกจีนหดตัวถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อ่..

by SME Thailand.| 17 กค. 2019

​ร้อนสุดในอาเซียน! จับตา CLMV ศูนย์กลางแห่งใหม่ โอกาสธุรกิจความงามที่ SME ไทยต้องรุก

ตลาดเครื่องสำอางและความงามยังเป็นธุรกิจดาวรุ่ง ความร่วมมือเชิงรุกของทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการผลักดันให้ประเทศกลุ่ม CLMV ศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่า (V..

by SME Thailand.| 16 กค. 2019

​ทำความรู้จัก ‘เกาหลีใต้&อินเดีย’ พันธมิตรอาเซียน โอกาสธุรกิจ SME ไทย

อินเดีย และเกาหลีใต้ คือประเทศคู่ค้าสำคัญของอาเซียนและไทย อาหารและสินค้าไทยยังมีโอกาสในสองประเทศนี้ แต่ก่อนไปบุกตลาด SME ต้องศึกษาโอกาส และเตรียมตัว..

by SME Thailand.| 15 กค. 2019