​ส่องตลาดขนมอบอินโดนีเซีย เหตุใดขนมปังญี่ปุ่นจึงชนะใจชาวอิเหนา?

by SME Thailand 17 ธค. 2018
Share:




ขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นแบรนด์ส่าหรีโรตีที่ครองตลาดอินโด / Cr : asia.nikkei.com
 
               
     แน่นอนว่าข้าวนั้นเป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย แต่วัฒนธรรมการบริโภคขนมอบขนมปังแบบชาวตะวันตกก็ถูกถ่ายทอดมาช้านาน แต่ละประเทศก็จะมีแบรนด์ขนมอบเป็นของตัวเอง มากมายหลายแบรนด์ล้วนเป็นแบรนด์ท้องถิ่น แต่ที่ญี่ปุ่นนั้น แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและมีสาขาในหลายประเทศเอเชียก็เห็นจะเป็น “ยามาซากิ” แบรนด์นี้เราคุ้นชื่อเพราะมีขายในไทยมานานหลายสิบปีแล้ว
               

     ที่อินโดนีเซีย ยามาซากิได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากเป็นอาหารว่างยังกลายเป็นอาหารหลักในบางมื้อของผู้คนที่นั่นอีกด้วย เด็กนักเรียนสาววัย 15 จากชานกรุงจาการ์ตาเล่าว่าทุกวันนี้ อาหารกลางวันของเธอจะเวียนสลับระหว่างข้าว ขนมปัง และพาสต้า บางวันเธอก็ซื้อขนมปังไส้ช็อคโกแลตจากโรงอาหารรับประทานเป็นอาหารกลางวันเพราะชื่นชอบในความนิ่มและทานง่ายของขนมปัง
               

     ยามาซากิขยายธุรกิจเข้ามายังอินโดนีเซียเมื่อ 4 ปีที่แล้วและเริ่มวางจำหน่ายขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นโดยการร่วมทุนกับบริษัทจัดหาสินค้าและบริการครบวงจรมิตซูบิชิคอร์ป และเชนร้านสะดวกซื้ออัลฟามาร์ทที่มีสาขาทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ของยามาซากิจึงได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งเป็นอาหารกลางวันและขนมทานเล่น ความสำเร็จที่ว่ามาจากเทคโนโลยีการอบที่ทำให้ได้เนื้อขนมที่เบา นุ่มและเด้ง ถูกใจผู้บริโภคอินโดนีเซีย และการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจก็เอื้อให้สินค้าของบริษัทเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น
               

     สำหรับสินค้าที่ขายดีของยามาซากิคือ โชกุปัง หรือขนมปังปอนด์ขาวธรรมดาที่ใช้ทำแซนด์วิชที่เนื้อสัมผัสมีความนุ่มเป็นพิเศษราวกับฟองน้ำ กระทั่งขอบขนมปังก็นุ่มมาก นอกจากความพึงพอใจในรสชาติ ราคาก็จูงใจผู้บริโภคอย่างยิ่งเนื่องจากจำหน่ายเพียงแถวละ 12,000 รูเปียหรือประมาณ 27 บาท ซึ่งถูกกว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อื่นเกือบ 50% ขนมปังปอนด์จึงเป็นสินค้าทำเงินให้ยามาซากิ โดยสร้างรายได้ 1 ใน 4 ของรายได้ต่อปีทั้งหมดราว 1,500 ล้านเยนหรือราว 432 ล้านบาท
               

     นอกจากขนมปังปอนด์ ปีที่แล้ว ยามาซากิได้แนะนำแซนด์วิชไส้ทูน่าโดยหวังเอาชนะใจผู้บริโภคอินโดนีเซียที่ชื่นชอบขนมอบประเภทของหวานมากกว่าของคาว ด้วยการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ปัจจุบัน ยามาซากิสามารถขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อราว 5,600 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวเทียบกับปี 2014 ที่เพิ่งบุกตลาดอินโดนีเซียครั้งแรก
               

     สำหรับคู่แข่งรายใหญ่ของยามาซากิก็เห็นจะเป็นเจ้าถิ่นคือกลุ่มบริษัทซาลิม กรุ๊ปที่ครองส่วนแบ่งตลาดขนมปังในประเทศ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ขนมปังภายใต้แบรนด์ “ส่าหรีโรตี” ผ่านร้านสะดวกซื้อและร้านค้าในเครือบริษัทกว่า 15,000 สาขา โดย 90% ของยอดขายส่าหรีโรตีมาจากร้านค้าปลีก และแต้มต่อของซาลิม กรุ๊ปอยู่ที่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับญี่ปุ่น ได้แก่ บริษัทปาสโก ชิกิชิมา และบริษัทเทรดดิ้งโซจิส (Sojitz) ที่ลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิตขนมอบมายาวนานตั้งแต่ปี 1995 หรือเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
               

     อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของยามาซากิได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานของซาลิม โดยก่อนหน้านั้น ปาสโก้ ชิกิชิมาจะส่งเจ้าหน้าที่มาอบรมพนักงานซาลิมที่อินโดนีเซียเป็นครั้งคราว แต่ปัจจุบัน ปาสโก้ส่งพนักงานมาประจำที่อินโดนีเซียเพื่อดูแลในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต แ ละการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต  นอกจากนั้น ภายใต้เทคโนโลยีของพันธมิตรญี่ปุ่น ซาลิมยังพัฒนาคุณภาพขนมปังเพื่อชนกับยามาซากิโดยตรง โดยได้เปิดตัวขนมปังส่าหรีโรตีที่มีความนิ่มเท่าตัว แต่จำหน่ายแพงกว่าในราคาแถวละ 18,000 รูเปียหรือประมาณ 40 บาท
               

     ขนมปังญี่ปุ่นได้รับความนิยมเรียกได้ว่าทั่วตลาดอาเซียน กระทั่งผู้นำมาเลเซีย ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัดยังเป็นแฟนตัวยงของขนมปังญี่ปุ่นที่ว่ากันว่าน่าจะเป็นขนมปังที่นิ่มที่สุดในบรรดาขนมปังทั้งหมด ส่วนที่ฟิลิปปินส์ ประเทศที่ผู้คนบริโภคขนมปังเป็นหลักพอ ๆ กับข้าว บริษัทโซจิสได้จับมือกับเรียวยุ พันธมิตรอีกรายในญี่ปุ่นซึ่งเชี่ยวชาญด้านขนมอบเพื่อเตรียมเจาะตลาดฟิลิปปินส์ในปีหน้า โดยจะเปิดโรงงานที่ชานกรุงมะนิลาเพื่อผลิตขนมปังส่งขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าสะดวกซื้อ
               

     ผลพวงจากเศรษฐกิจที่พัฒนานำไปสู่ความหลากหลายของอาหารการกิน สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือตลาดขนมปังในอาเซียนเติบโตอย่างรวดเร็วมีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการบริโภคขนมปังที่สูงขึ้นเกิดขึ้นใน 3 ประเทศได้แก่อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ริวโซ ดาโดโคโระ ผู้จัดการฝ่ายดำเนินการของยามาซากิประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าการบริโภคขนมปังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับรายได้ที่สูงขึ้นของผู้บริโภค อุตสาหกรรมขนมปังจึงยังพอมีที่ว่างในตลาดอาเซียน อย่างในอินโดนีเซีย ผู้บริโภครับประทานขนมปังเฉลี่ยคนละ 4.6 กก.หรือประมาณ 1ใน 5 ของปริมาณที่คนญี่ปุ่นบริโภค แต่หากขนมปังกลายเป็นอาหารหลัก ปริมาณการบริโภคในอินโดนีเซียจะเพิ่มเป็น 10 เท่าเนื่องจากอินโดนีเซียมีประชากรมากกว่าญี่ปุ่นเท่าตัว
 

อ้างอิง
https://asia.nikkei.com/Business/Business-Trends/Southeast-Asia-places-more-Japanese-bread-in-its-basket


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​แปลงเวลาให้เป็นเงิน! เปิดกลยุทธ์ IKEA ดูไบที่ให้ลูกค้าใช้เวลาของพวกเขาซื้อสินค้าได้

เมื่อหลายแบรนด์เริ่มตระหนักได้ว่าเวลาของผู้บริโภคนั้นคือสิ่งล้ำค่า สิ่งสำคัญในยุคนี้คือการ “ช่วงชิงเวลา” ล้ำค่าเหล่านั้นมาเป็นของตนให้ได้! และนี่คือ..

by SME Thailand.| 20 กพ. 2020

​ไอเดียเจ๋ง! โรงพยาบาลตุ๊กตาที่จะเปลี่ยนน้องเน่าให้กลับมาเหมือนวันแรกที่เจอกัน

ที่โรงพยาบาลตุ๊กตาอย่าง Fumofu Land & Nuigurumi Health Corporation ความกังวลใจเหล่านั้นจะหมดไปเพราะตุ๊กตาตัวโปรดของคุณจะได้รับการดูแลเสมือนว่าน้..

by SME Thailand.| 19 กพ. 2020

​เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา โอกาสตลาดใหม่ธุรกิจ SME ส่งออก ปี’63

สสว. เผยตัวเลขส่งออก SME ปี 2562 มูลค่ารวม 75,477.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 3.6 ผลจากการส่งออกสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ไปตลาดส่งออกสำคั..

by SME Thailand.| 18 กพ. 2020