​เปิดกลยุทธ์ Chatto ชานมไข่มุกมาเลย์ เพราะแตกต่าง! ถึงโตเร็วในปีเดียว

by SME Thailand 03 มค. 2019
Share:




 Cr : Vulcanpost.com
 
               
     ชานมไข่มุกซึ่งมีต้นกำเนิดจากไต้หวันนั้นเป็นที่รู้จักกันมานานนับสิบปีแล้ว และเป็นธุรกิจที่ก่อกระแสขึ้นๆ ลงๆ ในหลายประเทศเอเชีย ล่าสุดดูเหมือนชานมไข่มุกในบ้านเราจะกลับมาได้รับความนิยมอีกระลอกหลังจากที่กระแสซาไปนาน เช่นเดียวกับที่มาเลเซีย ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่คุ้นเคยในหมู่ผู้บริโภคโดยมีแบรนด์ใหญ่ๆ จากไต้หวันให้บริการ รวมถึงแบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์จากประเทศต้นตำรับ เรียกได้ว่าตลาดชานมไข่มุกมาเลเซียนั้นการแข่งขันก็สูงไม่ใช่เล่น แต่ละเดือนจะมีร้านชาเปิดบริการใหม่อยู่เสมอ แต่มีอยู่แบรนด์หนึ่งที่สามารถแทรกตัวเข้ามาในตลาดและยึดครองพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง
               

     แบรนด์ที่ว่าคือ Chatto เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกของมาเลเซียที่แม้จะเพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่สามารถทำเงิน 5 ล้านริงกิต (ราว 40 ล้านบาท) และขยายธุรกิจรวดเร็วถึง 14 สาขาในปีเดียว ผู้ก่อตั้งแบรนด์ตั้งเป้าจะขยายให้ถึง 40 สาขาในปี 2019 การแจ้งเกิดของ Chatto ชี้ให้เห็นว่าตลาดชานมไข่มุกมาเลเซียยังพอมีที่ว่างสำหรับผู้ประกอบการใหม่ๆ ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์ไหนจะปั้นแต่งกลยุทธ์การตลาดอย่างไร
               

     ธุรกิจเริ่มต้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2017 โดยหนุ่มสาวชาวมาเลเซียนามว่า เทอร์เรนซ์ และแยน เทอร์เรนซ์เคยทำงานเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดขององค์กรหนึ่งและมีความฝันต้องการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ส่วนแยน เป็นเจ้าของคาเฟ่และเคยคลุกคลีในตลาดชาไต้หวันมาก่อน จึงมีความรู้ด้านนี้ เทอร์เรนซ์และแยนได้ร่วมกันทำธุรกิจโดยเปลี่ยนคาเฟ่ของแยนให้เป็นร้านชานมไข่มุก และแยนเป็นคนคิดเมนูเองทั้งหมด สาขาแรกเปิดบริการที่ห้างในเมืองอิสกันการ์ รัฐยะโฮร์
               

     ทั้งคู่ใช้ชื่อร้าน Chatto  มาจากคำว่า chat ที่แปลว่าพูดคุย แต่ถ้าออกเสียงแบบญี่ปุ่นจะเป็น chat to เหตุผลที่ใช้ชื่อนี้เนื่องจากต้องการทำร้านชานมไข่มุกให้เป็นบาร์ที่ให้บริการชาแบบปราณีต และเป็นที่ๆ ผู้คนจะหลบจากที่ทำงานหรือที่บ้านมาพักผ่อนแบบสบายๆ พูดคุยและดื่มชาไปด้วย เนื่องจากร้านชานมไข่มุกมีมากมายหลายเจ้าและการแข่งขันค่อนข้างสูง เจ้าของร้านจึงวางตำแหน่งให้ Chatto เป็นบาร์ชาสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกในพื้นที่ทางใต้ของมาเลเซีย เป็นการสร้างความแตกต่างจากร้านชานมไข่มุกทั่วไปที่มักใช้คอนเซปต์แบบไต้หวัน    
               

     นอกจากนั้น Chatto ยังปรุงชาแบบลดน้ำตาลเพื่อไม่ให้หวานเกินไปโดยที่ยังคงรสชาติชาเต็มๆ โดยทางร้านได้นำเข้าชาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และจีน ส่วนกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการเจาะคือผู้บริโภคทุกวัยทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ไปจนถึงคนสูงวัย นับตั้งแต่เปิดสาขาแรกที่ยะโฮร์  ก็มีการขยายไปยังเมืองอื่นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ มะละกา อิโปห์ กัวลาลัมเปอร์ และเซลังงอร์ เป็นต้น สำหรับปี 2019 ผู้บริหาร Chatto ตั้งใจขยายให้ถึง 40 สาขา รวมถึงการรุกตลาดต่างประเทศด้วย 
               

     ธุรกิจ Chatto เกิดขึ้นด้วยเงินลงทุนของหุ้นส่วน 2 คนโดยไม่ได้ระดมทุนจากที่ใด และเป็นโชคดีที่ลูกค้าชื่นชอบในรสชาติจึงขอซื้อแฟรนไชส์ ทำให้ Chatto ได้มีโอกาสไปปักหมุดตามเมืองต่างๆ ของมาเลเซีย ใช้ระยะเวลาเพียงปีเดียวก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเนื่องจากสามารถขยาย 14 สาขาและทำยอดขายรวม 5 ล้านริงกิต มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยสูงสุด 100,000 คนต่อเดือน
               

     สำหรับกลยุทธ์การตลาดอื่นที่ Chatto นำมาใช้เพื่อดึงดูดลูกค้า ได้แก่ การแนะนำชาเมนูใหม่ทุก 3 เดือน และเจาะกลุ่มลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มองว่าการดื่มชาเป็นศิลปะ ต่างจากร้านชาแบรนด์อื่น อาทิ ชาไทม์ และทีไลฟ์ที่ขยายสาขาแบบหว่านแห ทำให้มีสาขาเกือบทุกที่  Chatto มีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจและคาดหวังจะทำให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนนัดมาเจอและสังสรรค์กันในร้านชา และอาจมีวันใดวันหนึ่งที่ Chatto กลายเป็นร้านที่สามารถแทนที่สตาร์บัคส์ได้  
               

อ้างอิง
https://vulcanpost.com/653230/chatto-bubble-tea-bar-malaysia/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​หมัดเด็ดเล็กสู้ยักษ์! ถอดกลยุทธ์ Dunham's ห้างสรรพสินค้าอิสระแห่งสุดท้ายในอเมริกา

ทุกเมืองคงเคยมีห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่น ก่อนที่แบรนด์ใหญ่ทุนหนาจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาจนห้างท้องถิ่นสู้ไม่ไหวปิดตัวลงไปในที่สุด แต่ไม่ใช่กับ Dunham’s ..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​ไอเดียเข้าท่า!! สาวนักกำหนดอาหารเปิดคาเฟ่ ควบคลินิกสุขภาพแห่งแรกในฮ่องกง

ช่วงหลังๆ นี้ เทรนด์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือร้านอาหารประเภท Fast Casual มีการจ้างนักกำหนดอาหารมาประจำร้านมากขึ้น แต่ร้าน Grain Of Salt เป็นร้านแรกใน..

by SME Thailand.| 09 เมย. 2021

​มีของดีทำไมต้องทิ้ง แบรนด์ระดับโลกแห่ใช้ “เนื้อโกโก้” เป็นวัตถุดิบ เติมความหวานในอาหารแทนน้ำตาล

เรียกว่ายิงปืนทีเดียวได้นกหลายตัวเลยก็ว่าได้เมื่อ “เนสท์เล่” เปิดตัว “Incoa” ดาร์กช็อกโกแลตที่ปราศจากน้ำตาลแต่สร้างความหวานด้วยการผสมเนื้อของผลโกโก้..

by SME Thailand.| 07 เมย. 2021