แบรนด์กุชชี่กับดราม่า “Blackface” และความอ่อนไหวของผู้บริโภคในสังคม

by SME Thailand 08 กพ. 2019
Share:


Main Idea

 
  • blackface & red lips ในบริบทสังคมตะวันตก คือการเล่นมุขตลกหน้าดำปากแดงที่ล้อเลียนคนผิวดำในอดีต และปัจจุบันกลายเป็นสัญญลักษณ์ของการเหยียดเชื้อชาติ
 
  • ล่าสุด แบรนด์กุชชี่ ก็เผชิญกับดราม่าเหยียดเชื้อชาติที่รุนแรง จากสินค้าใหม่คอลเลคชั่น Fall Winter 2018 เสื้อไหมพรมแบบสวมหัวสีดำ ที่ออกแบบให้สามารถดึงคอเสื้อขึ้นปิดได้ครึ่งหน้า และบริเวณที่คลุมรอบริมฝีปากมีสีแดง
 
  • จนบริษัทต้องออกแถลงการขออภัย และยกเลิกการจำหน่ายสินค้าในที่สุด
 



     เพิ่งได้รับการโหวตหมาดๆ ให้เป็นแบรนด์แฟชั่นหรูที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 อยู่แท้ๆ ล่าสุด กุชชี่ แบรนด์สินค้าสัญชาติอิตาลีก็เผชิญกับดราม่าเหยียดเชื้อชาติที่รุนแรงจนบริษัทต้องออกแถลงการขออภัย และยกเลิกการจำหน่ายสินค้าทั้งทางออนไลน์และตามช้อปทุกสาขา               
               

     สินค้าเจ้าปัญหาที่ว่าคือเสื้อไหมพรมแบบสวมหัวสีดำที่ออกแบบให้สามารถดึงคอเสื้อขึ้นปิดได้ครึ่งหน้า และบริเวณที่คลุมรอบริมฝีปากมีสีแดง ดีไซน์ดังกล่าวเป็นสินค้าใหม่จากคอลเลคชั่น Fall Winter 2018 ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วจนถึงเดือนมกราคมปีนี้ในราคาตัวละ 890 เหรียญหรือราว 28,000 บาท
               

     แต่จู่ๆ ก็เกิดปรากฎการณ์ที่บรรดาชาวเน็ตต่างพากันทวีตภาพ มีการรีทวีตและแชร์ต่อๆ กันโดยมองว่าสินค้าของกุชชี่ออกแบบมาให้ละม้ายคล้ายเหมือน “blackface” ชาวเน็ตบางคนทวีตว่าถ้าเป็นสีดำล้วนคงไม่เป็นไร แต่พอมีสีแดงรอบปากเข้ามา มันดูจงใจเกินไป ซึ่งกระแสดังกล่าวรุนแรงจนกุชชี่ต้องยอมถอย แถลงการณ์ขอโทษ และเก็บสินค้าเข้ากรุโดยดี นอกจากเสื้อไหมพรมแบบสวมหัว กุชชี่ยังเก็บคืนหน้ากากไหมพรมสำรับเล่นสกีสีดำลายริมฝีปากแดงออกจากชั้นด้วยเช่นกัน    
               




     ในแถลงการณ์ขอโทษ กุชชี่น้อมรับกระแสและจะนำเหตุการณ์นี้ไปเป็นบทเรียนให้กับทีมออกแบบ ทั้งนี้ blackface & red lips ในบริบทสังคมตะวันตก คือการเล่นมุขตลกหน้าดำปากแดงที่ล้อเลียนคนผิวดำในอดีต และปัจจุบันกลายเป็นสัญญลักษณ์ของการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งหากใครทำนำมาเล่น มักเกิดดราม่าได้ง่าย
               

     กุชชี่ไม่ใช่รายแรกหรือรายเดียวที่โดนกระแสเหยียดคนผิวสี เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ปราด้าซึ่งเป็นแบรนด์ไฮเอนด์จากอิตาลีก็พลาดพลั้งเช่นกันที่แนะนำพวงกุญแจ Otto-Toto ราคา 550 เหรียญเป็นรูปลิงปากแดงในคอลเลคชั่น Pradamagalia แต่คนในสังคมกลับวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือน blackface ทำให้ปราด้าต้องออกมาชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นแต่อย่างใด และเพื่อความสบายใจของผู้บริโภค ปราด้ายอมยุติการขายพวงกุญแจชุดนี้
 
 
 
               
     และเมื่อต้นปี 2018 ราวเดือนมกราคม H&M แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นหรือแฟชั่นเสิร์ฟด่วนจากสวีเดนก็เผชิญดราม่าเหยียดผิวที่ดูจะสาหัสกว่าทุกกรณีเนื่องจากถูกต่อต้านจากทั้งอเมริกา แคนาดา และยุโรป แถมที่ประเทศแอฟริกใต้ ดราม่านี้สร้างความโกรธแค้นทำให้ประชาชนลุกฮือบุกพังร้าน H&M หลายสาขาทั่วประเทศ ดราม่าดังกล่าวมาจากการลงภาพโฆษณาเสื้อผ้าเด็ก โดยหนึ่งในเด็กที่เป็นแบบ ทาง H&M ให้สวมเสื้อฮูดดี้สีเขียวพิมพ์ข้อความ “coolest monkey in the jungle” ในขณะที่เด็กผิวขาวคนอื่นๆ สวมเสื้อข้อความธรรมดา สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริโภคอย่างยิ่ง และท้ายที่สุด H&M ก็ต้องพ่ายต่อกระแส ยกเลิกการจำหน่ายเสื้อนั้นไป
               

     หรืออย่างในไทยเองก็เคยเจอดราม่าคล้ายกัน ประมาณปี 2013 ที่ดังกิ้นโดนัททำการตลาดประชาสัมพันธ์โดนัทชาร์โคลแล้วให้พรีเซนเตอร์หญิงทาหน้าทาคอเป็นสีดำ ทาปากแดง ถือดังกิ้นชาร์โคล โฆษณานี้ได้รับการติติงจากทางยุโรปและอเมริกาว่าไม่เหมาะสมจนต้องถูกถอดออกเช่นกัน
               

     เทรนด์ที่ทันสมัยในปัจจุบันคือการมองทุกคนเป็นพลเมืองโลก การยอมรับความหลากหลายในสังคม การกระทำใดทั้งที่เจตนาและไม่เจตนาที่ส่อถึงการแบ่งแยกเชื้อชาติและวัฒนธรรมจึงเป็นแนวคิดที่ล้าสมัย ด้วยเหตุนี้ แบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกหลายแบรนด์จึงลงทุนจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมให้ดูแลแคมเปญต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนแบรนด์ที่ไม่มีผู้ชำนาญการดูแลก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ หากเสียไปแล้ว บางทีก็ยากจะกอบกู้กลับคืนมา
 


อ้างอิง
www.dailymail.co.uk/news/article-6676289/890-balaclava-knit-Gucci-sparks-outrage-social-media-users-say-likened-blackface.html
www.washingtonpost.com/news/arts-and-entertainment/wp/2018/01/19/hm-faced-backlash-over-its-monkey-sweatshirt-ad-it-isnt-the-companys-only-controversy/?utm_term=.6dedfa336048
www.bbc.com/news/business-47153413
https://adage.com/article/cmo-strategy/prada-stop-selling-blackface-keychains/315997/



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​แบรนด์นอกถอยไป! ได้เวลา C-beauty เครื่องสำอางจีนทวงบัลลังก์คืน

ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก หลายแบรนด์หรูจากนอกต่างเข้ามายึดหัวหาดครองตลาดอยู่นับหลายสิบปี แต่เร็วๆ นี้ Chinese-beauty หรือเรียกสั้น..

by SME Thailand.| 20 กย. 2019

​‘Marvel’ จากบริษัทเกือบล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายพนักงาน สู่เจ้าจักรวาลฮีโร่มูลค่ามหาศาล

มาร์เวล สตูดิโอ เป็นบ้านหลังใหญ่ของเหล่าฮีโร่ ก่อนเป็นความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตลาดการ์ตูนในสหรัฐกำลังถึงจุดตกต่ำ มาร์..

by SME Thailand.| 18 กย. 2019

​น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้ง ว่ากันว่าอัพขึ้นราคาเป็นหลายเท่าตัว จากถ้วยละ 200 เยน สามารถอัพ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019