เมื่อมังกรเทนเซ็นต์ ผงาดเป็น TOP 4 บริษัทนวัตกรรมโลก

by SME Thailand. 05 มีค. 2019
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์




Main Idea
 
  • เทนเซ็นต์ บริษัทหนึ่งเดียวจากเอเชีย ยกระดับภาพลักษณ์ของผู้ผลิตจีนที่เคยถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งเมืองก๊อบปี้ ผงาดขึ้นมาเป็น 1 ใน 4 บริษัทนวัตกรรมโลก
 
  • เบื้องหลังความสำเร็จก้องโลกครั้งนี้มาจากวิศวกรด้านซอฟต์แวร์ผู้ได้เงินเดือนไม่ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มาพร้อมกับวิสัยทัศน์เชื่อในพลังของโซเชียลเน็ตเวิร์ก พร้อมแนวทางการบริหารแบบสวนทางธุรกิจทั่วไป จนเขย่าเวทีนวัตกรรมโลก


จากรายงานการจัด 50 อันดับบริษัทสุดยอดนวัตกรรมโลกประจำปี 2018 โดยนิตยสาร Fast Company สื่อที่เน้นเทคโนโลยีและแนวคิดที่เปลี่ยนโลก เผยชื่อ เทนเซ็นต์ (Tencent) บริษัทเดียวจากจีนที่เบียดเข้าไปติดโผเป็นลำดับ 4 โดยเป็นรองก็แค่แอปเปิล เน็ตฟลิกซ์ และสแควร์ ที่ล้วนแต่เป็นบริษัทอเมริกันทั้งสิ้น รวมถึงอเมซอนที่ติดอันดับ 5
 
 
     วิศวกรผู้ปิดทองหลังพระ
     
     แน่นอนว่า เทนเซ็นต์จะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลยหากไม่เป็นเพราะ หม่า ฮั่วเถิง หรือ โพนี่ หม่า วิศวกรด้านซอฟต์แวร์ผู้ได้เงินเดือนไม่ถึง 200 ดอลลาร์ฯ ชักชวนเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเสิ่นเจิ้นอีก 4 คน ร่วมก่อตั้งบริษัท เทนเซ็นต์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 เทนเซ็นต์เปิดตัวในฐานะเว็บพอร์ทัลรวบรวมข้อมูล ลิงก์ และเว็บไซต์ต่างๆ โดยจัดหมวดหมู่ให้ดูง่าย ไม่นานบริษัทก็ได้แนะนำผลิตภัณฑ์แรกเป็นโปรแกรมสนทนา OICQ (ย่อมาจาก Open ICQ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น QQ) โดยได้แรงบันดาลใจจากโปรแกรม ICQ ของอิสราเอล

     แค่เพียงปีเดียวจำนวนผู้ใช้ QQ ก็เพิ่มเป็น 1 ล้านคน หลังจากนั้นเทนเซ็นต์ก็เพิ่มบริการอื่นๆ เข้ามา เช่น MobileQQ ที่ใช้กับมือถือ และ Qzone โซเชียลเน็ตเวิร์ก มัลติมีเดียที่ภายหลังพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน และกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเกือบ 500 ล้านคน รวมถึงการรุกธุรกิจเกมที่ช่วงแรกๆ เทนเซ็นต์กว้านซื้อจากนักพัฒนาเกมรายอื่น ต่อมาจึงเริ่มพัฒนาเกมเอง และกลายมาเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท

                 

 
    WeChat แอปฯ เดียวมีครบทุกสิ่ง


     กระทั่งปี พ.ศ.2554 ที่ผู้บริหารเทนเซ็นต์มองเห็นศักยภาพของโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงเข็นวีแชท (WeChat หรือเหว่ยซิน) ออกมา แม้ในขณะนั้นโปรแกรม QQ จะมีผู้ใช้งานอยู่แล้วกว่า 800 ล้านคนก็ตาม และเมื่อเทนเซ็นต์ทยอยเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ ลงในวีแชท นอกจากเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่สุดจนมีการเปรียบเปรยว่าเป็นเฟซบุ๊กเวอร์ชันจีน แต่วีแชทเป็นแอปฯ ที่ครบวงจรกว่าเพราะรวมทั้งเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, สแนปแชท, แคนดี้ ครัช, ทินเดอร์ อเมซอน และยังรวมฟีเจอร์อื่นๆ เช่น เรียกแท็กซี่ นัดหมายแพทย์ รีวิวร้านอาหาร จองบริการ ตรวจสอบสถานที่ที่จะไปว่ามีผู้คนหนาแน่นเพียงใด ไปจนถึงโอนเงิน/ชำระเงินออนไลน์ เรียกว่าเข้าแอปฯ เดียว มีบริการทุกอย่างครบครันยิ่งกว่า One Stop Service ทำให้มียอดผู้ใช้งานราว 1,000 ล้านคน วีแชทก็กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวจีนขาดไม่ได้


     ในช่วงระยะ 5 ปี (พ.ศ.2554-2559) ธุรกิจเทนเซ็นต์เติบโตในอัตรา 40 เปอร์เซ็นต์มาตลอด ส่งผลให้เทนเซ็นต์ติดอันดับ 10 บริษัทแรกที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกเมื่อปี พ.ศ.2560 การเติบโตของธุรกิจเทนเซ็นต์ยังส่งผลให้กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ามากสุดในเอเชีย และไต่ไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับแอปเปิล เฟซบุ๊ก และอเมซอนในการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าตามราคาหุ้นเกิน 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแซงหน้าคู่แข่งอย่างเฟซบุ๊กในการเป็นบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกด้วยตัวเลข 540,000 ล้านดอลลาร์ฯ 
 
     

 บริหารธุรกิจแบบสวนทาง


     กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างหนึ่งของเทนเซ็นต์คือ Monetization ซึ่งขัดกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจทั่วไป กล่าวคือ โดยปกติบริษัทจะพัฒนาสินค้าหรือบริการขึ้นมาเพื่อหาลูกค้ามาอุดหนุน แต่เทนเซ็นต์กลับทำในสิ่งตรงกันข้ามคือ พัฒนาบริการเพื่อให้ผู้บริโภคใช้ฟรี เมื่อคนเข้ามาใช้เยอะๆ จึงค่อยเริ่มหารายได้จากบริการเสริม


     ข้อมูลระบุช่วงปี พ.ศ.2553 รายได้ส่วนใหญ่ของเทนเซ็นต์มาจากบริการเสริมบนสมาร์ทโฟน จากเกมบนเครื่องพีซี จากโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น ค่าสมาชิกต่างๆ และการจำหน่าย Virtual Goods หรือสินค้าเสมือนจริง ได้แก่ การดาวน์โหลดเพลง และภาพยนตร์ เป็นต้น ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้คิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เทนเซ็นต์ทั้งหมด ที่เหลือเป็นรายได้จากโฆษณาออนไลน์ และอี-คอมเมิร์ซ


     สำหรับธุรกิจที่เป็นตัวทำเงินหลักอีกอย่างคือธุรกิจเกม คาดปี พ.ศ.2563 ตลาดเกมบนมือถือจะขยายตัวและมีขนาดใหญ่กว่าตลาดเกมแบบดั้งเดิมที่เล่นบนพีซี ซึ่งเทนเซ็นต์เองได้วางตำแหน่งไว้แล้วว่าจะเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าในตลาดเกมบนมือถือ โดยเฉพาะเกม Honor of Kings ของเทนเซ็นต์ซึ่งเป็นเกมที่มีการเล่นแพร่หลายสุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ถูกรัฐบาลจีนกล่าวหาว่าเกมดังกล่าวเป็นต้นเหตุที่ทำให้เยาวชนจีนติดเกม กลางปี พ.ศ.2560 เทนเซ็นต์เบนเข็มไปยังตลาดเกมต่างประเทศ เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ โดยเปลี่ยนชื่อเกมเป็น Arena of Valor


     ในเรื่องของรายได้โฆษณา เมื่อเทียบกับเฟซบุ๊กที่ 98 เปอร์เซ็นต์ของรายได้มาจากโฆษณา แต่เทนเซ็นต์กลับไม่กระตือรือร้นในเรื่องนี้สักเท่าไร ทั้งนี้ โฆษณาทำรายได้ให้บริษัทคิดเป็นสัดส่วนเพียง 19 เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นเพราะเทนเซ็นต์มองว่ายังมีช่องทางอื่นที่ทำเงินมากกว่า


     อย่างไรก็ตาม เทนเซ็นต์ก็ไม่ได้ปฏิเสธการรับโฆษณาบนวีแชทเลยเสียทีเดียว แต่จะระมัดระวังไม่สร้างความรำคาญ ไม่ให้กระทบต่อการใช้งานของผู้ใช้วีแชท เช่น จำกัดการเห็นโฆษณาแค่วันละครั้ง ในอนาคตหากมีการพัฒนาเครื่องมือที่ทำให้เข้าใจผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น คนไหนสนใจอะไรแล้วค่อยป้อนโฆษณาไปให้เพื่อเพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้งานจะคลิกเข้าไปชม ถึงเวลานั้น โฆษณาก็อาจจะเป็นบ่อเงินบ่อทองของเทนเซ็นต์ก็ได้



   

    จากเว็บพอร์ทัลเล็กๆ ในจีน ใช้เวลาเพียง 2 ทศวรรษ เทนเซ็นต์ก้าวสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นเจ้าของธุรกิจหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก บริการชำระเงินออนไลน์ ธุรกิจสื่อ ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจสมาร์ทโฟน ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ และอื่นๆ อีกมากมาย


     แม้จะถูกค่อนแคะว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่รัฐบาลจีนกีดกันโซเชียลเน็ตเวิร์กจากต่างชาติหรอกที่เอื้อให้แอปฯ วีแชทของเทนเซ็นต์ได้รับความนิยม ถึงกระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร และการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เทนเซ็นต์จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นบริษัทที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิต หากยังเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของชาวจีนอย่างสิ้นเชิง สมดังเจตนารมณ์ของโพนี่ หม่าที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมาพร้อมความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ผ่านการใช้อินเทอร์เน็ต ตำแหน่ง Top 4 บริษัทสุดยอดนวัตกรรมโลกจึงนับว่าเป็นรางวัลที่ควรค่าแก่เทนเซ็นต์


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​Photogenic décor กลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าเป็นพนักงานขาย

ในยุคที่เรียกได้ว่าสมาร์ทโฟนครองเมือง พฤติกรรมอย่างหนึ่งที่มักพบเห็นคือการถ่ายรูปลงในโซเชียลมีเดียเพื่อแสดงไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และช่องทางหนึ่งที่ได้ร..

by SME Thailand.| 17 พค. 2019

​SME เตรียมรับมือ : สงครามการค้าสหรัฐฯ จีนระลอกใหม่

ประธานาธิบดีทรัมป์กลับลำจะขึ้นภาษีสินค้านําเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐจากเดิม 25 เปอร์เซ็นต์ เป็น 60 เปอร์เซ็นต์นั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูง ส..

by SME Thailand.| 17 พค. 2019

​SME ล้มยักษ์ได้! บทเรียน Amazon เจาะตลาดจีนอย่างไรก็ไม่ชนะธุรกิจท้องถิ่น

ต้องยอมรับว่าจีนเป็นตลาดสุดหินที่ไม่ง่ายต่อการจับจองนัก แม้แต่ยักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซอย่างอเมซอนยังต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน ยอมแพ้ให้กับธุรกิจท้องถิ่น นี..

by SME Thailand.| 13 พค. 2019