แอสตัน ซุน: จากเด็กก้นครัวสู่เจ้าของอาณาจักร F&B กว่า 11 แบรนด์

by SME Thailand. 12 มีค. 2019
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • ผลจากความอดทนไม่เกี่ยงงานเล็กงานน้อย ทำงานหนักกว่าวันละ 18 ชั่วโมง ต่อยอดเป็นองค์ความรู้
 
  • เปลี่ยนชีวิตเด็กล้างจานให้เป็นเจ้าของร้านสเต็กทำรายได้ 300 ล้านใน 4 ปี อีก 14 ปีต่อมาก็กลายเป็นเจ้าของอาณาจักร F&B - Food & Beverage ที่ความสำเร็จยังไม่หยุดเพียงแค่นี้




     จากพนักงานร้านอาหารสู่การเป็นเจ้าของอาณาจักร F&B - Food & Beverage ที่มีแบรนด์ทั้งหมดในการดูแล 11 แบรนด์ด้วยกัน แอสตัน ซุน ผู้ก่อตั้งเครือข่ายร้านอาหาร “แอสตัน” ในสิงคโปร์อาจไม่คาดคิดว่าเขาจะมาได้ไกลขนาดนี้ แอสตันเริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจ F&B จากการทำงานเป็นพนักงานร้าน Ponderosa เชนร้านสเต็กอเมริกันที่ขึ้นชื่อด้านสลัดบาร์ที่ตอนนี้ปิดตัวไปแล้ว

 
สู้งานวันละ 18 ชั่วโมง


     เขาได้รับมอบหมายให้หมุนเวียนทำทุกแผนกตั้งแต่คนล้างจาน เตรียมอาหารในครัว ประจำแผนกย่างสเต็ก ไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟ ไต่เต้าจนขึ้นสู่ตำแหน่งผู้จัดการ ช่วงระยะเวลาที่ทำงานกับ Ponderosa แอสตันได้เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ทุกอย่างเกี่ยวกับการปรุงอาหารตะวันตกโดยเฉพาะสเต็ก หลังจากที่มั่นใจว่ามีฝีมือพอ แอสตันลาออกจากงานเพื่อไปเริ่มต้นธุรกิจตัวเองด้วยเงินลงทุน 35,000 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 8.2 แสนบาท
               

     ปี 2005 เขาเปิดร้านคอฟฟี่ช้อปเล็ก ๆ ริมถนนอีสต์โคสต์ใช้ชื่อ“Astons Specialities” เน้นเมนูอาหารตะวันตกคุณภาพดีในราคาเป็นมิตรกับกระเป๋า แอสตันลงมือทำคนเดียว เตรียมงานเองทุกอย่าง มีสมาชิกครอบครัวคอยช่วยเหลือบ้าง แต่เขาก็ต้องทำงานหนักถึงวันละ 18 ชั่วโมง ความเหน็ดเหนื่อยจากการโซโล่เดี่ยวทำให้เขาต้องแอบงีบหลับหลังร้านในช่วงที่ลูกค้าซาก็มี
               




     แม้จะเหนื่อยกาย แต่ธุรกิจก็ไปได้ดีมาก ๆ เนื่องจากร้านของเขาเสิร์ฟสเต็กคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า อาทิ สเต็กเซอร์ลอยด์หรือริบอายจำหน่ายเพียงเสิร์ฟละไม่ถึง 20 เหรียญ เรียกว่าย่อมเยากว่ามากเมื่อเทียบกับร้านอื่น เมื่อบวกกับบริการที่น่าประทับใจ จึงทำให้ลูกค้าไม่เพียงแวะเวียนกลับมาเป็นลูกค้าประจำ แต่ยังมีการบอกต่อกันปากต่อปาก ส่งผลให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร้าน Astons Specialities เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อสื่อให้ความสนใจ ทำให้ธุรกิจของแอสตันถึงจุดคุ้มทุนในเวลาเพียง 6 เดือน
 

บุญคุณต้องทดแทน


     เพื่อตอบสนองจำนวนลูกค้าที่ล้นหลามขึ้น ปีถัดมา แอสตันขยายร้านให้มีขนาดใหญ่กว่าเดิม และจ้างพนักงาน 10 คน แต่ตัวเขายังควบคุมการผลิตในครัว ไม่นานหลังจากนั้น ร้าน Astons Specialities ก็มีอันต้องขยายพื้นที่ขึ้นไปอีกจากร้าน 33 ที่นั่งเป็นร้าน 90 ที่นั่ง และในปี 2007 เขาก็เปิดสาขา 2 ที่เอ้าท์เล็ตแห่งหนึ่งโดยหุ้นกับเพื่อนที่เคยช่วยเหลือช่วงที่เขาเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ เมื่อร้านที่ 2 อยู่ตัว เขาก็ยกร้านให้เพื่อนเพื่อตอบแทนบุญคุณก่อนไปเปิดสาขา 3
               

     ปี 2009 หรือ 4 ปีหลังเริ่มต้นธุรกิจ กิจการ Astons Specialities ก็สร้างรายได้ 12 ล้านเหรียญหรือ 28 ล้านกว่าบาท แม้รายได้จะสูงขนาดนั้น แต่แอสตันยืนยันว่ากำไรไม่ได้มากมายอะไรเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูง และเขาไม่ได้ตั้งราคาสินค้าแพงมาก แต่ที่ยังอยู่ได้เพราะมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ เรียกว่ายอมกำไรน้อยแต่อาศัยขายในปริมาณมาก ลูกค้าพอใจ กลับมาอุดหนุนเรื่อย ๆ ทางร้านไปต่อได้
 




จากร้านสเต็กสู่เจ้าของกลุ่มธุรกิจ F&B กว่า 11 แบรนด์
                 

     จากร้านสเต็กเล็ก ๆ ริมถนนร้านเดียว 14 ปีผ่านไป Astons Specialities กลายเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจ F&B ที่มีแบรนด์ร้านอาหารในการดูแล 11 แบรนด์ ได้แก่ AjiIchi, BizenWagyu Steakhouse, Chic-a-boo Fried Chicken, East Treasure Chinese Restaurant, Javier’s Rotisserie & Salad, Man Le (hotpot buffet), Sedap Mania และ The Ranch Steakhouse โดยมีสาขามากกว่า 35 แห่งทั่วโลก
               

     สำหรับเครือร้านสเต็กแอสตันแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Astons Steak & Salad, Astons Specialities, Astons Express และ Andes by Astons นอกเหนือจากธุรกิจร้านสเต็กราคาประหยัด แอสตันยังมีธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านจำหน่ายข้อไก่ทอดอีกด้วย แอสตันกล่าวว่า เขามักจะเกิดไอเดียใหม่ ๆ และสร้างสรรค์สูตรร่วมกับทีมงาน สูตรทุกอย่างของทางร้าน ไม่มีการปกปิดจากเชฟเพื่อให้รสชาติและคุณภาพคงมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง


   
            
     แอสตันยังเผยอีกว่าหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจร้านอาหารคือการควบคุมคุณภาพให้คงที่คงวา และอาหารที่เสิร์ฟจะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าคุ้มราคา นอกจากนั้น ปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทคือทีมงานที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งจะเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตเป้าหมายของแอสตันคือการรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น แนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักไม่ว่าจะผ่านระบบแฟรนไชส์ การร่วมทุน หรือการเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ก็ตาม
 


อ้างอิง
https://vulcanpost.com/657357/astons-western-food-chain-singapore-founder/
 
 

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:
B11

Related Articles

​ส่องเศรษฐกิจ CLMV โอกาสทางการค้าที่ทั่วโลกต่างจับตามอง

พิษสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่เศรษฐกิจซีแอลเอ็มวียังคงสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติได้ เวียดนามกลายเป็นดาวเด่..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​จับตลาดซามูไรให้อยู่หมัด! ด้วยเทคนิคการตลาดจาก 5 แบรนด์ดัง

ว่ากันว่าโอกาสประสบความสำเร็จของสินค้าใหม่ในท้องตลาดมีความเป็นไปได้ 80% ทำไมสตาร์บัคส์ คิทแคท พีแอนด์จี ฯลฯ แบรนด์เหล่านี้ถึงได้เป็น 20% ที่อยู่นอกเ..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​ขยายสาขายังไงให้ปัง! ถอดคำให้การมือบริหารพา KFC ยืนหนึ่งถิ่นจีนกว่า 3 ทศวรรษ

อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ยากเกินที่ผู้บริหารมือทองจะกรุยทางให้ KFC บุกตลาดจีน สามารถคืนทุนเพียงปีเดียว ที่น่่าทึงคือผ่านไป 32 ปี เคเอฟซียังครองแชมป..

by SME Thailand.| 14 มีค. 2019