ขยายสาขายังไงให้ปัง! ถอดคำให้การมือบริหารพา KFC ยืนหนึ่งถิ่นจีนกว่า 3 ทศวรรษ

by SME Thailand. 14 มีค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
  • หลายครั้งที่เคเอฟซี พยายามเจาะตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่เป็นผล
 
  • จนกระทั่งได้ผู้บริหารมือทองช่วยกรุยทาง แม้จะต้องเจออุปสรรค แต่สามารถคืนทุนได้เพียงปีเดียว ผ่านไป 32 ปี เคเอฟซียังครองแชมป์ร้านฟาสต์ฟู้ดยอดนิยมของชาวจีน โดยมีสาขากว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ 




     ในวันอันหนาวเย็นของเดือนพฤศจิกายนปี 1987 ฝูงชนต่างไปออกันที่หน้าห้างเปิดใหม่ทำเลใกล้จตุรัสเทียนอันเหมิน บรรดาสื่อมวลชนจากสำนักข่าวต่างประเทศ และประชาชนชาวจีนผู้กระหายใคร่รู้ต่างไม่หวั่นต่อความยะเยือกของอากาศมาชุมนุมเพื่อเป็นประจักษ์พยานสำคัญในประวัติศาสตร์ในพิธีเปิดร้านไก่ทอดเคนตั๊กกี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 4 ปีก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน และสหภาพโซเวียต และเป็นเวลา 3 ปีก่อนที่แมคโดนัลด์ เชนฟาสต์ฟู้ดสัญชาติเดียวกันจะรุกเข้าจีน


     “วันเปิดร้านเคเอฟซี มีนักข่าว 20-30 คนได้ที่เดินตามผมต้อย ๆ ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหน” โทนี่ หวัง ต้าตุง ชายผู้อยู่เบื้องหลังในการนำเคเอฟซีเข้าจีนเล่าถึงบรรยากาศ การเข้ามาของเคเอฟซีเรียกได้ว่าสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่ววงการร้านอาหารของประเทศ นอกจากแนะนำระบบความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยในการดำเนินการร้านอาหาร เคเอฟซียังวางพื้นฐานแนวคิดอารยะ เช่น การต่อแถวเพื่อซื้ออาหาร เป็นต้น


     เคเอฟซีกลายเป็นร้านอาหารยอดฮิต ไม่กี่วันหลังเปิดบริการก็มีลูกค้าต่อแถวยาวถึง 2 กม.เพื่อรอซื้ออาหาร “พวกเขาไม่ได้มาเคเอฟซีเพื่อซื้อไก่ทอด แต่มาเพื่อสัมผัสบรรยากาศความเป็นอเมริกัน มาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าไลฟ์สไตล์แบบอเมริกันเป็นเช่นไร ธุรกิจโตเร็วมาก และเคเอฟซีก็คืนทุนได้ในเวลาเพียงปีเดียวที่ลงทุน” จนถึงทุกวันนี้ 32 ปีผ่านไป เคเอฟซียังครองแชมป์ร้านฟาสต์ฟู้ดยอดนิยมของชาวจีน โดยมีสาขากว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ
 
 


หวัง ต้าตุง โทนี่ ผู้กรุยทางให้เคเอฟซีโตในจีน

     นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา ผู้ที่ถือใบอนุญาตดำเนินกิจการเคเอฟซีในจีนคือบริษัทยัม ไชน่าซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่ผู้กรุยทางให้เคเอฟซีได้เข้ามาเติบโตในจีนต้องยกเครดิตให้ที่ หวัง ต้าตุง โทนี่เกิดที่มณฑลเสฉวนในจีน ตอนเขาอายุ 5 ขวบ ครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่ไต้หวันเมื่อปี 1949 เพื่อหนีสงครามกลางเมือง เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยไต้หวัน จุง หยวน คริสเตียนด้วยดีกรีวิศวกรรมศาสตร์ และจบปริญญาโทด้านการจัดการที่สถาบันเทคโนโลยีสตีเวนส์ รัฐนิวเจอร์ซีย์


     หลังเรียนจบได้ทำงานฝ่ายการตลาดที่บริษัทผลิตยาแห่งหนึ่งก่อนถูกเคเอฟซีซื้อตัวไปเพื่อทำหน้าที่นักวิเคราะห์ธุรกิจที่สำนักงานใหญ่เคเอฟซี เมืองหลุยส์วิลล์ รัฐเคนตั๊กกี้ ทำได้เพียง 5 ปีก็ลาออกเพราะต้องการเป็นเจ้าของกิจการ แต่ยังไม่ทันได้เริ่มธุรกิจอะไรก็ได้รับการทาบทามจากนกยกเทศมนตรีเมืองเทียนจินของจีนให้ช่วยแนะนำวิธีดำเนินธุรกิจฟาสต์ฟู้ดในจีน โทนี่เดินทางไปเทียนจินและมองเห็นว่าเป็นเมืองที่มีศักยภาพ แต่ก็มีความเสี่ยงเพราะเป็นเมืองที่ยังใหม่ต่อการทำธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ในปี 1982 ใต้การร่วมทุนระหว่างหุ้นส่วนธุรกิจสิงคโปร์กับหุ้นส่วนจีน หวังเปิดร้าน “Orchid Food” ขายแฮมเบอร์เกอร์และแซนด์วิช


     “ผมกับหุ้นส่วนสิงคโปร์ลงทุนไป 300,000 เหรียญสหรัฐฯ และ 10 เดือนต่อมา เราก็เปิดสาขา 2 ที่สวนน้ำเทียนจิน” ความสำเร็จของโทนี่ในการทำร้าน Orchid Food นี่เองที่กระตุ้นให้เคเอฟซีสนใจตลาดจีน และได้เข้ามาติดต่อโทนี่ให้รับตำแหน่งรองประธานเคเอฟซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน หวังตอบรับ และขายหุ้นใน Orchid Food ทันที
 


 
ทุกปัญหามีทางออก

     ช่วงทศวรรษ 1980 เคเอฟซีขยายธุรกิจเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเปิดบริการในฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย และใช้เวลาหลายปีในความพยายามที่เจาะตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไม่เป็นผลเพราะผู้บริหารของเคเอฟซีในขณะนั้นไม่ได้รับวีซ่าให้เข้าประเทศ ในช่วงนั้น ร้านเคเอฟซีฮ่องกง และสิงคโปร์บริหารโดยผู้ซื้อแฟรนไชส์ และภายหลังเคเอฟซีซื้อคืนร้านแฟรนไชส์กลับมาครึ่งหนึ่ง โดยโทนี่นั่งบริหารเคเอฟซีและวางแผนการรุกเจ้าตลาดจีนแผ่นดินใหญ่จากสำนักงานในสิงคโปร์


     ด้วยสายสัมพันธ์ที่เคยทำธุรกิจในจีน ในที่สุดโทนี่ก็ประสบความสำเร็จในการเปิดเคเอฟซีสาขาแรกในปักกิ่งซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างเคเอฟซีกับกระทรวงท่องเที่ยว และซัพพลายเออร์ไก่ การเปิดร้านสาขาแรกไม่ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัญหาแรกที่เจอคือในการตกแต่งร้าน ช่างก่อสร้างในปักกิ่งไม่รู้วิธีปูกระเบื้องพื้น ทำออกมาได้ไม่ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ทำให้โทนี่ต้องติดต่อช่างจากกวางโจวมารับงาน ปัญหาต่อมาคือเคเอฟซีกำหนดเงื่อนไขต้องใช้ไก่สดแช่เย็นเท่านั้น “แต่ในเวลานั้นจีนยังไม่มีระบบขนส่งที่เอื้อให้ขนส่งไก่แช่เย็น ทำให้ผมต้องบินไปมาระหว่างจีนกับอเมริกาหลายต่อหลายรอบเพื่อโน้มน้าวให้เคเอฟซียอมให้สาขาในปักกิ่งใช้ไก่แช่แข็งแทน”   


     เกลือก็เป็นวัตถุดิบอีกอย่างที่เป็นอุปสรรค เคเอฟซีใช้เกลือป่นละเอียดแต่ที่จีนมีแต่เกลือเม็ดหยาบ ทำให้ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลจีนในการนำเข้าเกลือ การเปิดร้านแฟรนไชส์มีความยุ่งยากทางเทคนิคคือจะต้องทำทุกอย่างตามมาตรฐานที่เจ้าของแบรนด์กำหนด จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการฝึกพนักงานหน้าร้าน เปิดวิดีโอสาธิตวิธีรับออร์เดอร์ วิธีเสิร์ฟ และสอนกระทั่งการนับเงิน การจัดระเบียบลูกค้าให้ต่อแถว




     โทนี่ลาออกจากเคเอฟซีปี 1990 หรือ 3 ปีหลังจากที่เข้าไปเปิดทางและเคเอฟซีขยายได้ 5 สาขา เขาถือว่าภารกิจแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว และเริ่มรู้สึกว่าไม่มีอะไรท้าทาย จึงไปเริ่มงานใหม่โดยเปิดร้านเสต็ก “ซิสเลอร์” สาขาแรกที่ไต้หวันเมื่อปี 1991 จากนั้นชีวิตของเขาก็วนเวียนอยู่กับธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารตะวันตกในหลายประเทศทั่วโลก ธุรกิจของเขาคือเปิดร้านแฟรนไชส์ พอบริหารจนเข้าที่ก็ขายไป กระทั่งปี 2003 ก็วางมือจากธุรกิจ และด้วยประสบการณ์ที่มากเหลือ ในวัย 74 ปีเขาได้ผันตัวเองไปเป็นอาจารย์สอนวิชาการบริหารร้านแฟรนไชส์ที่มหาวิทยาลัยไท้จงในไต้หวัน และมหาวิทยาลัยในเมืองซูไห่ของจีน
 
อ้างอิง
https://beta.scmp.com/lifestyle/food-drink/article/2178451/kfc-china-story-how-taiwanese-businessman-introduced-nation
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:
B11

Related Articles

​ส่องเศรษฐกิจ CLMV โอกาสทางการค้าที่ทั่วโลกต่างจับตามอง

พิษสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก แต่เศรษฐกิจซีแอลเอ็มวียังคงสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติได้ เวียดนามกลายเป็นดาวเด่..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​จับตลาดซามูไรให้อยู่หมัด! ด้วยเทคนิคการตลาดจาก 5 แบรนด์ดัง

ว่ากันว่าโอกาสประสบความสำเร็จของสินค้าใหม่ในท้องตลาดมีความเป็นไปได้ 80% ทำไมสตาร์บัคส์ คิทแคท พีแอนด์จี ฯลฯ แบรนด์เหล่านี้ถึงได้เป็น 20% ที่อยู่นอกเ..

by SME Thailand.| 19 มีค. 2019

​แอสตัน ซุน: จากเด็กก้นครัวสู่เจ้าของอาณาจักร F&B กว่า 11 แบรนด์

ผลจากความอดทนไม่เกี่ยงงานเล็กงานน้อย ทำงานหนักกว่าวันละ 18 ชั่วโมง ต่อยอดเป็นองค์ความรู้ เปลี่ยนชีวิตเด็กล้างจานให้เป็นเจ้าของร้านสเต็กทำรายได้ 300 ..

by SME Thailand.| 12 มีค. 2019