จับตลาดซามูไรให้อยู่หมัด! ด้วยเทคนิคการตลาดจาก 5 แบรนด์ดัง

by SME Thailand. 19 มีค. 2019
Share:
Text  : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • ว่ากันว่าโอกาสประสบความสำเร็จของสินค้าใหม่ในท้องตลาดมีความเป็นไปได้ 80%
 
  • ทำไมสตาร์บัคส์ คิทแคท พีแอนด์จี ฯลฯ แบรนด์เหล่านี้ถึงได้เป็น 20% ที่อยู่นอกเหนือขอบข่ายนั้น มีกลยุทธ์ใดที่ SME ควรศึกษาเพื่อจะได้เป็นคนส่วนน้อยที่ประสบความสำเร็จ




     แม้มีข้อมูลออกมาว่าบรรดาสินค้าใหม่ๆ ที่วางจำหน่ายในตลาดมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ประสบความสำเร็จถึง 80% แต่อะไรที่ทำให้บริษัทหรือแบรนด์เหล่านี้ในญี่ปุ่นซึ่งมีทั้งแบรนด์นอกและในประเทศเองเข้าไปอยู่ในส่วน 20% ที่มักได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค 5 แบรนด์และองค์กรที่จะพูดถึงประกอบด้วย


     สตาร์บัคส์ กลยุทธ์หนึ่งที่เชนร้านกาแฟดังจากอเมริกานำมาใช้จนประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่คิทแคทของเนสเล่ใช้คือการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่น limited edition สตาร์บัคส์เปิดบริการในญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อปี 1995 และได้ปรับสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้บริโภคท้องถิ่น สิ่งแรกที่ทำคือการทำวิจัยและศึกษาตลาดจนพบว่าผู้บริโภคญี่ปุ่นชมชอบเครื่องดื่มรสชาติแบบใด รวมถึงการทำความเข้าใจกับวัฒนธรรม “เกนเท” หรือการผลิตสินค้า limited edition ของญี่ปุ่น 
               



     

     ด้วยเหตุนี้ ทุกซีซั่น สตาร์บัคส์ญี่ปุ่นจะแนะนำเมนูพิเศษออกมาพร้อมกับแก้วสองชั้น  (tumbler) และแก้วกาแฟ (mug) ออกมา ลักษณะเด่นของสตาร์บัคส์แบบ limited edition ในญี่ปุ่นคือมาไวไปไว และออกแบบมาแม้จะเป็นฤดูกาลเดียวกัน แต่จะไม่ซ้ำกันในแต่ละปี เช่น เมนูซากุระลาเต้ที่เปิดตัวทุกเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีของจริง แต่รสชาติและหน้าตาเครื่องดื่มจะแตกต่างกัน รวมถึงแก้วกาแฟ และแก้วสองชั้นด้วย
               

     ที่สำคัญ สตาร์บัคส์ผลิตออกมาจำนวนจำกัดจริง ไม่มีการสต็อคสินค้า ขายหมดแล้วก็คือหมดเลย เป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าเป็นของหายาก นอกจากนั้น สตาร์บัคส์ยังปรับเมนูตามฤดูกาลเพื่อเอาใจลูกค้า และยังขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านการวางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อในราคาที่ย่อมเยากว่าอีกด้วย
 

     คิทแคท สำหรับขนมเวเฟอร์เคลือบช้อคโกแลตของบริษัทเนสเล่เรียกได้ว่าถอดกลยุทธ์การตลาดใกล้เคียงกับสตาร์บัคส์ก็ว่าได้ นั่นคือเน้นแนะนำคิทแคทรสชาติต่าง ๆ ตามฤดูกาล กระทั่งปัจจุบัน เฉพาะ limited edition ก็มีออกมากว่า 300 รสชาติแล้ว ไม่เท่านั้น คิทแคทยังคิดค้นรสชาติอันเป็นสัญญลักษณ์ของแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่นอีกด้วย ทั้งนี้ ญี่ปุ่นประกอบด้วย 47 จังหวัดใน 8 ภูมิภาคหลักได้แก่ Hokkaido, Tohoku, Kanto, Chubu, Kinki, Chugoku, Shikoku, และ Kyushu-Okinawa ซึ่งแต่ละภูมิภาคจะมีความโดดเด่น ในแต่ละจังหวัดจะมีคิทแคทรสชาติตามวัตถุดิบพื้นถิ่น อาทิ ผลไม้ และอาหารของจังหวัดนั้นวางจำหน่าย เรียกเป็นของดีประจำจังหวัดก็ว่าได้ ผลิตภัณฑ์คิทแคทของแต่ละภูมิภาคจะจำหน่ายเฉพาะในภูมิภาคนั้น ๆ ไม่สามารถหาซื้อจากที่อื่น ๆ
               


     

     ไม่เพียงเป็นสินค้ายอดฮิตที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อหาไปฝากกัน กระทั่งคนญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นขนมมงคลเนื่องจากการออกเสียง “คิทแคท” เป็น KittoKyatto ตามสำเนียงญี่ปุ่นให้ความหมายที่ดี โดยสื่อได้หลายอย่าง เช่น คุณทำได้! ฝันที่เป็นจริง เชื่อมั่นในตัวเอง ผ่านแน่นอน หรือประสบความสำเร็จแน่ ๆ ได้ทำให้ยอดขายคิทแคมพุ่งเนื่องจากผู้บริโภคญี่ปุ่นนิยมซื้อฝากกันเพื่อเป็นกำลังใจ และกลายเป็นธรรมเนียมที่ผู้ปกครอง และอาจารย์ ซื้อให้ลูก และลูกศิษย์ที่อยู่ในช่วงการสอบ 
               

     พีแอนด์จี แบรนด์ข้ามชาติจากอเมริกาที่รุกเข้าญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1973 และมีสินค้าตัวหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้บริโภคแดนอาทิตย์อุทัยคือผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นภายใต้แบรนด์ Febreze พีแอนด์จีประสบความสำเร็จอย่างมากจากการดำเนินกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่ง จากการทำวิจัยของทีมพีแอนด์จีเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้บริโภคญี่ปุ่นรู้สึกไม่ชอบและทนไม่ได้ พบว่าโดยมากคนญี่ปุ่นจะอ่อนไหวเรื่องกลิ่นโดยเฉพาะกลิ่นที่ติดทนแม้ทำความสะอาดแล้วก็ยังขจัดยาก พีแอนด์จีจึงเปิดตัว Febreze ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นที่ใช้กับของที่ดูดซับกลิ่น เช่น เสื้อผ้ากีฬา และฟูกนอนพื้น ผลคือได้รับการตอบรับดีมากจนสามารถขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้
 


     

     คุมะมง
ที่มาที่ไปของหมีหน้าตาใจดี ตัวดำ แก้มแดงคือจังหวัดคุมาโมโตะซึ่งอยู่บนเกาะคิวชูได้สร้างแมสคอตหมีขึ้นในปี 2010 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจังหวัด หลังจากที่มีการเปิดเส้นทางรถไฟชินคังเซ็นสายคิวชูเป็นครั้งแรก ปีต่อมา จังหวัดคุมาโมโตะได้ส่ง “คุมะมง” เข้าประกวดมาสคอตระดับประเทศและสามารถคว้ารางวัลกลับมา ทำให้คุมะมงเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้น
               


     

     แต่สิ่งที่ทำให้คุมะมงเป็นที่รู้จักกว้างไกลยิ่งขึ้นก็ตอนที่รัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดคุมาโมโตะอนุญาตให้หน่วยงาน องค์กร หรือส่วนบุคคลในจังหวัดสามารถนำคุมะมงไปใช้ประโยชน์ทางการค้าโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์เพราะถือว่าผลิตภัณฑ์ที่มีสัญญลักษณ์คุมะมงยิ่งปรากฎสู่สายตาผู้คนมากเท่าไรก็ยิ่งเท่ากับเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการในจังหวัดคุมาโมโตะ นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์ที่มีคุมะมงทุกชนิดจะมีที่มาจากจังหวัดนี้เท่านั้นจึงถือเป็นของดีประจำถิ่นการไม่เก็บลิขสิทธิ์ส่งผลให้สินค้าเกี่ยวกับคุมะมงผลิตอย่างเสรีออกมาจำนวนมาก ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ประเมินคุมะมงสร้างรายได้ให้จังหวัดไม่ต่ำกว่า 132,000 ล้านเยนเลยทีเดียว
 

     กูลิโกะ เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่โด่งดังไม่เฉพาะในญี่ปุ่นแต่ยังลามไปยังหลายประเทศในเอเชียแต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ กูลิโกะได้ผ่านการลองผิดลองถูก ผิดพลาด และทำวิจัยตลาดหนักมาก จนมาลงเอยที่ขนมได้รับการออกแบบให้รับประทานง่าย ขณะเดียวกันก็ดำเนินกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ เช่น การจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทเบียร์กิริน ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีลูกเล่นแฝงอารมณ์ขัน สร้างความชื่นชอบแก่ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
 


 


อ้างอิง : www.d8aspring.com/eye-on-asia/5-marketing-success-stories-in-japan
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​แบรนด์นอกถอยไป! ได้เวลา C-beauty เครื่องสำอางจีนทวงบัลลังก์คืน

ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก หลายแบรนด์หรูจากนอกต่างเข้ามายึดหัวหาดครองตลาดอยู่นับหลายสิบปี แต่เร็วๆ นี้ Chinese-beauty หรือเรียกสั้น..

by SME Thailand.| 20 กย. 2019

​‘Marvel’ จากบริษัทเกือบล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายพนักงาน สู่เจ้าจักรวาลฮีโร่มูลค่ามหาศาล

มาร์เวล สตูดิโอ เป็นบ้านหลังใหญ่ของเหล่าฮีโร่ ก่อนเป็นความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตลาดการ์ตูนในสหรัฐกำลังถึงจุดตกต่ำ มาร์..

by SME Thailand.| 18 กย. 2019

​น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้ง ว่ากันว่าอัพขึ้นราคาเป็นหลายเท่าตัว จากถ้วยละ 200 เยน สามารถอัพ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019