ธุรกิจฟาสต์แฟชั่นสะอึก! คนรุ่นใหม่เทใจให้เสื้อผ้ามือสอง รับเทรนด์แฟชั่นสายเขียว

by SME Thailand. 24 เมย. 2019
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนไปเมื่อผู้คนเริ่มหันเหจากการซื้อเสื้อผ้าใหม่งานป้ายแดง มาเป็นเสื้อผ้ามือสองแทน
 
  • ความที่ตลาดเสื้อผ้ามือสองตอบสนองทั้งความหลากหลายของสินค้า คุณค่าและการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน เหล่านี้เป็นปัจจัยให้ธุรกิจเสื้อผ้ามือสองยังคงเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
  • มีการประเมินกันว่าอีก 9 ปีนับจากนี้ มูลค่าตลาดเสื้อผ้ามือสองในสหรัฐฯ จะทะยานพุ่งขึ้น 3 เท่าตัวไปอยู่ที่ 64,000 ล้านเหรียญ ส่วนธุรกิจฟาสต์แฟชั่นจะชะลอตัวลงและมีมูลค่าเพียง 44,000 ล้านเหรียญ




     ว่ากันว่าแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นอย่างซาร่า และ H&M อาจจะกำลังถูกคุกคามจากตลาดแฟชั่นเซกชั่นใหม่ นั่นคือตลาดเสื้อผ้ามือสองที่มีมูลค่าถึง 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อมูลระบุผู้ค้าปลีกเครื่องแต่งกายอย่างซาร่า และ H&M เป็นรายใหญ่ที่ครองตลาดฟาสต์แฟชั่น บริษัทอินดิเท็กซ์ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ซาร่าทำกำไร 3,440 ล้านยูโรในปี 2018 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทิศทางการจับจ่ายของผู้บริโภคจะเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อผู้คนเริ่มหันเหจากการซื้อเสื้อผ้าใหม่งานป้ายแดงเป็นเสื้อผ้ามือสองแทน



               

     ข้อมูลจาก thredUP ร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายออนไลน์ที่ใหญ่สุดใลก และโกลบอลดาต้า บริษัทวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกชี้ตรงกันว่าตลาดเสื้อผ้ามือสองขยายใหญ่ขึ้น โดยปีที่ผ่านมามีมูลค่า 24,000 ล้านเหรียญในขณะที่ตลาดฟาสต์แฟชั่นมีมูลค่า 35,000 ล้านเหรียญ มีการคาดการณ์ว่าราวปี 2028 หรือ 9 ปีนับจากนี้ มูลค่าตลาดเสื้อผ้ามือสองในสหรัฐฯจะทะยานพุ่ง 3 เท่าตัวไปอยู่ที่  64,000 ล้านเหรียญ ส่วนธุรกิจฟาสต์แฟชั่นจะชะลอตัวและมีมูลค่าเพียง 44,000 ล้านเหรียญ
               

     มีแนวโน้มว่าปีนี้ H&M และซาร่าต่างก็ทำรายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง H&M ยอมรับเมื่อเดือนมกราคม 2019 ว่าผลกำไรต่อไตรมาสลดลง 10 เปอร์เซ็นต์ และชี้เป็นผลจากการทุ่มงบในธุรกิจออนไลน์ สำทับด้วยการแข่งขันจากแบรนด์ต่างๆ รวมถึง ซาร่า พริมาร์ค และเอซอส ด้านอินดิเท็กซ์ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ซาร่า ล่าสุดเพิ่งรายงานผลประกอบการในช่วง 5 สัปดาห์แรกของปีการเงินใหม่ว่าธุรกิจโตขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เป็นอัตราการเติบโตที่ไม่ถึงครึ่งของที่เคยโตเมื่อเทียบกับ 2 ปีที่ผ่านมา
               

     นีล ชอนเดอร์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจค้าปลีกโกลบอลดาต้าระบุการเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้ามือสองได้กลายเป็นปรากฏการณ์ โดยปัจจุบันผู้บริโภคไม่ต้องดั้นด้นไปเลือกสินค้าเองที่ร้านเพราะมีร้านเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ อาทิ ร้าน ThredUp ในสหรัฐฯ และร้าน Thrift+ ในอังกฤษ ยังไม่รวมร้านเล็กร้านน้อยอีกจำนวนมากที่นำสินค้ามาให้เลือกผ่านหน้าจอ เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับคนซื้อและคนที่ต้องการโละของไม่ใช้นำออกขาย
               

     ชอนเดอร์คาดการณ์ว่าความที่ตลาดเสื้อผ้ามือสองตอบสนองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือก คุณค่าและการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน เหล่านี้จะเป็นปัจจัยให้ธุรกิจเติบโตสูงและต่อเนื่อง มีการประเมินว่าราวปี 2028 ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ ของเสื้อผ้าที่แขวนในตู้ของผู้หญิงในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเป็นเสื้อผ้ามือสอง เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2018
               



     รายงานยังระบุอีกว่าแบรนด์แฟชั่นราคากลางๆ เช่น Gap และ J.Crew ที่เคยครองตู้เสื้อผ้าผู้บริโภคก็มีแนวโน้มว่าปริมาณจะลดลงเหลือ 14 เปอร์เซ็นต์ โดยลดลงจากจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2018 ขณะที่ยอดซื้อสินค้าในห้างจะหดตัวจาก 14 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2018 เป็น 9 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2028
               

     ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เสื้อผ้ามือสองได้รับความนิยมมาจากกระแส Eco Fashion หรือ Sustainable Fashion ซึ่งเป็นแฟชั่นอนุรักษ์โลกที่อาจมาในรูปเป็นมิตรต่อสัตว์ สิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตมีจริยธรรม เช่น ไม่ใช้เคมี เป็นแบบออร์แกนิก ไม่ทำลายธรรมชาติ ดำเนินการค้าอย่างเป็นธรรม มีการใช้วัสดุรีไซเคิล เป็นต้น กระแส Sustainable Fashion เป็น     เทรนด์ที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มมิลเลนเนียล (Millennial) จำนวนมากเพราะคนกลุ่มนี้มีชุดความคิดแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยินดีจ่ายให้กับสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
               

     ทั้งนี้ ธุรกิจเสื้อผ้ามือสองก็อยู่ถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่สินค้า Sustainable Fashion เพราะถือว่าเป็นการส่งต่อสิ่งของให้กันให้มีการใช้งานที่คุ้มค่าที่สุด อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กลายเป็นเทรนด์คือผู้บริโภคยุคใหม่กำลังมองหาวิธีการซื้อเสื้อผ้าที่แตกต่างไปจากเดิม ThresUp ร้านเสื้อผ้าออนไลน์สำหรับผู้หญิงและเด็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกเผยยอดขายของทางร้านเพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เน็ตฟลิกซ์ได้ออกอากาศเมื่อเดือนมกราคมเกี่ยวกับเรื่องราวของ มารีเอะ คอนโดะ สาวนักจัดระเบียบบ้านชาวญี่ปุ่นที่แนะนำให้ขจัดสิ่งของที่ไม่จำเห็นหากไม่ใช้งานแล้ว
                            

  

    รายงานระบุตลาดสินค้ามือสองไม่ได้จำกัดแค่เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น แต่ยังมีสินค้าหรูมือสองอีกตลาดที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน The RealReal สตาร์ทอัพที่ดำเนินธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมหรูๆ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเข้ามาจับตลาดนี้
 

     จูลี่ เวนไรท์ ซีอีโอของ The RealReal กล่าวว่าเธอต้องการเปลี่ยนมุมมองความเข้าใจที่มีต่อธุรกิจสินค้ามือสอง ซึ่งเธอทำสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเธอสามารถขยายธุรกิจจากออนไลน์มาเปิดเป็นร้านออฟไลน์ และขยายไป 9 สาขาแล้ว ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือมีทุนสนับสนุนไหลเข้ามายัง The RealReal 288 ล้านเหรียญ สำหรับตลาดสินค้าแฟชั่นหรูมือสอง 3 แบรนด์แรกที่ได้รับความนิยมสูงได้แก่ เบอร์เบอร์รี่, อเล็กซานเดอร์ แมคควีน และเวอร์ซาเช่ ส่วนตลาดรองลงมา แบรนด์ที่ขายดีคือทอมส์, เฮอร์เชล และเคดส์
 

     ที่มา : www.cnbc.com/2019/03/19/fashion-retailers-under-threat-from-24-billion-second-hand-market.html
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​บุกตลาดของแต่งบ้านแดนมังกร ทำไม “อิเกีย” รุ่ง! แต่ “โฮม ดีโป” กลับร่วง!

จีนเป็นประเทศที่ใครก็อยากเข้าไปขายสินค้าด้วย เนื่องจากมีจำนวนผู้บริโภคมากเป็นอันดับ 1 ของโลก จึงเป็นตลาดขนาดมหาศาล แต่การจะเจาะตลาดแดนมังกรก็ใช่ว่าจ..

by SME Thailand.| 22 สค. 2019

​ส่อง ‘เวียดนาม’ ตลาดการค้าเนื้อหอมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวินาทีนี้ “เวียดนาม” กลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมสุดๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียด..

by SME Thailand.| 20 สค. 2019

​เขย่า! ตลาดเพชรโลก เมื่อจีนส่ง ‘เพชรรักษ์โลก’ แข่งเพชรจริง ใหญ่กว่า ถูกกว่า แถมดีต่อใจ

‘เพชร’ อัญมณีเลอค่า หนึ่งในเครื่องประดับที่ผู้หญิงทั่วโลกต่างหมายปองหวังจะได้มีไว้ครอบครองสักชิ้นหนึ่ง แต่ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว จึงยากที่ใครๆ จะสามา..

by SME Thailand.| 16 สค. 2019