เส้นทางสุดหิน! เมื่อทนายความ บุกเบิกธุรกิจอาหารจากแมลงในตลาดฮาลาล

by SME Thailand. 23 พค. 2019
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์






Main Idea
 
  • รายงานจากสหประชาติระบุถึง “แมลง” ว่าจะเป็นอาหารที่เลี้ยงประชากรโลกในอนาคตได้
 
  • ทำให้ทนายหนุ่มที่ฝันอยากทำธุรกิจแบบยั่งยืนเกิดไอเดีย ทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อผลิตเป็นขนมจิ้งหรีดอบกรอบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้ผู้บริโภคหย่อนแมลงเข้าปากเหมือนการกินมันฝรั่งทอดกรอบ





     มีการประเมินว่าราวปี 2050 (พ.ศ.2593) หรืออีก 31 ปีข้างหน้า ประชากรส่วนใหญ่ของโลกจะยังชีพด้วยอาหารมังสวิรัติ ไม่ว่าจะใช่เพราะการคาดการณ์นี้หรือไม่ แต่เทรนด์การหันเหจากเนื้อสัตว์ที่ได้จากการทำปศุสัตว์ไปยังอาหารที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น โปรตีนจากพืชและแมลงก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น ร้าน The Impossible Burger ซึ่งจำหน่ายเบอร์เกอร์ไส้โปรตีนจากพืชที่มีรสชาติเหมือนเบอร์เกอร์เนื้อสัตว์ทั่วไปส่วนโปรตีนจากแมลงก็เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ชื่นชอบโปรตีนจากพืช   




     เควิน วู ทนายหนุ่มชาวมาเลเซียผู้ฝันมาตั้งแต่เด็กอยากเป็นผู้ประกอบการตัดสินใจลาออกจากงานประจำในปี 2561 เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง โดยกำหนดแนวคิดว่าธุรกิจที่ทำจะต้องเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในอนาคต เป็นธุรกิจที่ดำเนินต่อไปได้ในระยาวไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ และบังเอิญว่าเควินได้ไปอ่านรายงานของสหประชาติหรือยูเอ็นที่รายงานเกี่ยวกับความยั่งยืนด้านอาหารโดยระบุถึง “แมลง” ว่าจะเป็นอาหารที่เลี้ยงประชากรโลกในอนาคต


     ในรายงานที่เควินอ่านได้ชี้ให้เห็นว่าทำไมแมลงจึงเป็นอาหารที่ช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารที่ใช้เลี้ยงแมลงมีปริมาณน้อยกว่าอาหารที่เลี้ยงวัว 12 เท่า ใช้น้ำน้อยกว่า 56 เท่า ใช้พื้นที่น้อยกว่า 17 เท่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 3,000 เท่าเมื่อเทียบกับการทำปศุสัตว์ หลังจากที่อ่านรายงานจบ เขาก็ออกไปตามหาสแน็คที่ทำจากแมลง เช่น จิ้งหรีดมาลองชิม




     สิ่งที่เขาพบคือผลิตภัณฑ์สแน็กจากจิ้งหรีดทั้งหมดนำเข้าจากอเมริกาหรือยุโรป และมีราคาค่อนข้างแพง เขาจึงหาข้อมูลเพิ่มเติมและถึงบางอ้อว่าฟาร์มเพาะจิ้งหรีดโดยมากอยู่ในสหรัฐฯ หรือยุโรป และที่ทำให้มีราคาแพงเพราะต้นทุนที่สูง ไม่ว่าจะทำเล แรงงาน และการสร้างความอบอุ่นในโรงเพาะพันธุ์จิ้งหรีด เควินมองว่ามาเลเซียเป็นประเทศในเขตร้อนที่มีสภาพอากาศเหมาะสมกับการเพาะจิ้งหรีด เขาจึงตั้งบริษัท Ento ขึ้นในปี 2561 และทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการบริโภค


     เควินทราบดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้บริโภคหย่อนแมลงเข้าปากเหมือนการกินมันฝรั่งทอดกรอบ แต่เขามั่นใจอยู่ลึกๆ ว่าจะสามารถทำให้คนในมาเลเซียหันมาบริโภคแมลงได้


     “นึกถึงอดีตเมื่อ 100-200 ปีก่อนที่ทางฝั่งตะวันออกของอเมริกา ล็อบสเตอร์หรือกุ้งก้ามกรามถูกฆ่าตายเป็นเบือเพราะคนทั่วไปไม่กิน เป็นได้แค่อาหารของนักโทษในเรือนจำ แต่ปัจจุบันล็อบสเตอร์กลับกลายเป็นอาหารชั้นยอดไปซะงั้น ผมเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนและสร้างวิถีที่ทำให้ผู้บริโภคมองเห็นอาหารที่พวกเขารับประทานในอนาคต”




     บริษัท Ento ของเควินทำแคมเปญระดมทุนผ่าน Kickstarter ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2562 โดยแนะนำผลิตภัณฑ์จิ้งหรีดอบกรอบ 3 รสได้แก่ รสไข่เค็ม รสกิมจิ และรสบาร์บีคิวในราคาชิ้นละ 19.90 ริงกิตหรือราว 150 บาท แต่เงินทุนยังไหลเข้าไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เขาจึงทำแคมเปญอีกรอบเมื่อ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยวางกลยุทธ์ใหม่ ลดยอดทุนที่ต้องการระดมลง และทำ Pre-Marketing รวบรวมคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้วจึงผลิต รวมถึงการกำหนดช่องทางการขายเพื่อทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก


     เควินเล่าว่าระหว่างที่ทำวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เขาได้เดินทางไปชิมจิ้งหรีดตามที่ต่างๆ และพบว่าจิ้งหรีดที่จังหวัดเชียงใหม่มีรสชาติดีสุด เขาบรรยายว่าเมื่อหย่อนเข้าปาก 2 ตัวแล้วเคี้ยว จิ้งหรีดจะมีรสมันเหมือนถั่ว มีความธรรมชาติ และกลมกล่อม รสชาติเหมือนกุ้งผสมอัลมอนด์อบ


     สำหรับคนที่รับประทานแมลงครั้งแรกแล้วยังกล้าๆ กลัวๆ เควินแนะนำให้หลับตา แล้วเอาเข้าปากเคี้ยว ความจริงแล้ว ผู้บริโภคมาเลเซียรับรู้เกี่ยวกับการนำแมลงมาเป็นอาหาร แต่ส่วนใหญ่ไม่เคยลอง อย่างไรก็ตาม คนที่เลยลอง โดยมากก็ยอมรับและชื่นชอบมัน


     ธุรกิจของเควินที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 3 เดือน ยอดขายยังไม่มาก ยังเป็นการค้าปลีกแบบ business-to-consumer การผลิตจึงอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,000 ซองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทวางแผนว่าช่วงไตรมาส 3 ปีนี้จะรุกเข้าสู่ธุรกิจ business-to-business และหวังจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 50 เท่าภายใน 2 ปี นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี และคืบหน้าพอสมควรหากมองย้อนกลับไปช่วงที่เขาเสนอไอเดียว่าจะขายแมลงแล้วมีแต่คนหัวเราะและมองว่าเป็นความคิดที่ประหลาด


     แม้ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์สแน็กจากจิ้งหรีดของบริษัท Ento จะวางจำหน่ายเฉพาะในมาเลเซีย แต่เป้าหมายหลักของเขาคือตลาดต่างประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐฯ แคนาดา และยุโรป “ผู้บริโภคฝั่งตะวันตกกำลังมองหาแหล่งอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและยั่งยืน ผู้คนในสังคมปัจจุบันมีวิถีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายขึ้น ผมมองว่าพวกเขาจะชอบสแน็กเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเพื่อใช้แทนการบริโภคเนื้อสัตว์”
 

     เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริโภคแมลง Ento จึงได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่คือแป้งที่ทำจากจิ้งหรีด แต่ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะเน้นส่งออกแบบ B2B กลุ่มลูกค้าที่จะซื้อแป้งทำจากจิ้งหรีดจะเป็นผู้ผลิตอาหารสายสุขภาพ เช่น พวกแท่งโปรตีนให้พลังงาน ผงโปรตีนชงดื่ม ใช้เป็นส่วนผสมในขนมอบ มันฝรั่งทอด เบอร์เกอร์ ไส้กรอก และพาสต้า เป็นต้น เควินตั้งเป้าไว้ว่าจะส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังผู้ประกอบการในไทย สหรัฐฯ และแคนาดาภายในปี 2020 นี้
 
ที่มา
https://vulcanpost.com/663092/ento-malaysia-edible-cricket-salted-egg/
                                      

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี


 
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020