กลยุทธ์แปรขยะเป็นสินค้าแฟชั่น สุดอลังและยั่งยืนจากแบรนด์ Elvis & Kresse

by SME Thailand. 27 พค. 2019
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • การผลิตสินค้ารักษ์โลกไม่ได้ง่ายแค่เอาขยะหรือของเหลือทิ้งมาพัฒนาเป็นสินค้าคูลๆ เท่านั้น เพราะของเหลือเหล่านั้นบางครั้งก็ยากเกินกว่าจะมีโรงงานที่ยอมผลิตให้ได้
 
  • เช่นเดียวกับแบรนด์ Elvis & Kresse ที่เมื่อถูกปฏิเสธหาผู้ผลิตให้ไม่ได้ จึงยอมลงทุนซื้อจักรเพื่อตัดเย็บกระเป๋าเอง ผ่านไป 2 ปี ยอดขายพุ่งขึ้นถึง 15 เท่า ธุรกิจเฟื่องฟู และอยู่ตัวมาจนถึงทุกวันนี้
 

 
               
     เมื่อพูดถึงธุรกิจแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน ในสวิตเซอร์แลนด์มี Freitag เชิดหน้าชูตาในฐานะแบรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่นำผ้าใบคลุมรถบรรทุกมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าส่งขายไปทั่วโลกจนโด่งดัง ทางฝั่งอังกฤษเองเรียกได้ว่าสามารถส่ง Elvis & Kresse เข้าประชันได้ไม่น้อยหน้า เพราะเป็นแบรนด์ที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ต่างแค่ Elvis & Kresse แปรวัสดุหลักคือสายส่งน้ำดับเพลิง (Fire Hose) เก่าที่ชำรุดใช้งานไม่ได้แล้วเป็นกระเป๋า เข็มขัด และของใช้อื่นๆ
               




     แถมบริษัทยังแบ่งครึ่งหนึ่งของผลกำไรที่ได้ทั้งหมดให้กับหน่วยดับเพลิงอังกฤษและองค์กรการกุศลอื่นๆ ด้วย ส่งผลให้กว่า 10 ปีของการดำเนินธุรกิจภายใต้ความโปร่งใส เป็นธรรม และรักษาสิ่งแวดล้อมโลก Elvis & Kresse ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย รวมถึงการรับรองสถานะ B Corp หรือบริษัทที่ดำเนินกิจการที่สร้างคุณประโยชน์ให้สังคมและสิ่งแวดล้อม
               

     แบรนด์ Elvis & Kresse ก่อตั้งเมื่อปี 2548  โดยเครสซี่ เวสลิ่ง และ เจมส์ เอลวิส เฮนริท ซึ่งเป็นคู่รักกัน โดยเครสซี่เคยทำงานในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) แต่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนเอลวิส (ชื่อที่เพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยเรียก) จบด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์
               

     วันหนึ่งของปี 2547 เครสซี่ได้ไปร่วมงานประชุมเกี่ยวกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่มีหลายองค์กรเข้าร่วม เธอได้รับทราบข้อมูลว่าในแต่ละปี ประเทศอังกฤษผลิตขยะมากกว่า 170 ล้านตัน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยดับเพลิงลอนดอนที่เข้าร่วมประชุมระบุหน่วยงานของเขามีสายส่งน้ำดับเพลิงเก่าชำรุดถูกทิ้งให้เป็นขยะปีละหลายสิบตัน จึงต้องการปรึกษาว่าจะจัดการอย่างไรดีให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้
               




     เครสซี่เมื่อได้ยินก็มีความสนใจถึงกับขอติดตามไปดูขยะที่ว่าและได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสายส่งน้ำดับเพลิงแต่ละสายมีความยาว 22 เมตรทำจากวัสดุ “ยางไนไตรล์” ที่มีความแข็งแรงทนทานทนความร้อนได้ถึง 100 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม หากเกิดชำรุดหรือฉีกขาดแม้เพียงน้อยนิดก็ไม่สามารถใช้งานได้อีก จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งเส้น เครสซี่จึงขอสายส่งน้ำดับเพลิงเก่ากลับมาที่อพาร์ทเมนต์ 1 เส้น
               

     เมื่อมาถึงห้อง เธอกับเอลวิสยังนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรกับมัน แต่ด้วยคุณสมบัติของวัสดุที่ดีมากๆ พวกเขาจึงมองว่าน่าจะทำเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เครสซี่และเอลวิสจึงล้างทำความสะอาดสายส่งน้ำดับเพลิง แล้วทำเป็นเข็มขัด โดยเอลวิสเป็นคนทำเองกับมือทั้งหมด 500 เส้น ก่อนทดลองนำไปขายโดยใช้ชื่อแบรนด์ Elvis & Kresse ในงานคอนเสิร์ต Live Earth ปรากฏว่าขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียวในราคาเส้นละ 25 ปอนด์
               

     หลังจากนั้น เครสซี่และเอลวิสก็ผลิตเข็มขัดจากสายส่งน้ำดับเพลิงออกมาขายอีก ซึ่งขายดิบขายดีเนื่องจากสินค้าดีไซน์สวย คุณภาพดีและลูกค้าต้องการสนับสนุนหน่วยงานดับเพลิงที่พวกเขามองว่าเป็นฮีโร่ เครสซี่และเอลวิสจึงได้ตั้งบริษัท Elvis & Kresse ขึ้นในปี  2550  พร้อมกับกำหนดนโยบายครึ่งหนึ่งของผลกำไรบริจาคให้หน่วยงานดับเพลิงของอังกฤษรวมถึงองค์กรการกุศลอื่น เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้พวกเขาไม่สามารถพึ่งพาสินค้าที่มีเพียงอย่างเดียว จึงมีความคิดขยายไลน์ผลิตภันฑ์ไปยังกระเป๋าและอื่นๆ
               


 

   อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาโรงงานรับจ้างผลิตกระเป๋าจากวัสดุแปลกๆ อย่างสายส่งน้ำดับเพลิงเก่า ทุกโรงงานที่ติดต่อไป ปฏิเสธหมด จนเอลวิสยอมลงทุนซื้อจักรเพื่อตัดเย็บกระเป๋าที่ออกแบบเอง เขาลองผิดลองถูก และต้องซื้อจักร 5 ตัวจึงเจอจักรที่แข็งแรงพอจะเย็บสายส่งน้ำดับเพลิงได้ เมื่อได้กระเป๋าต้นแบบมา เครสซี่และเอลวิสก็ตระเวณอีกรอบเพื่อนำกระเป๋านั้นไปให้โรงงานต่างๆ ดูเพื่อให้ช่วยตัดเย็บให้ แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นเคย กระทั่งมีโรงงานที่โรมาเนียเกิดความเห็นใจในความพยายามจึงรับผลิตให้
               

     เครสซี่และเอลวิสรวบรวมเงินที่ได้จากการจำหน่ายเข็มขัดไปจ่ายเป็นค่าผลิตกระเป๋าล็อตแรก 800 ใบ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นกระเป๋าวางจำหน่ายครั้งแรกปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกพอดี ทำให้ผลประกอบการในปีแรกขาดทุน ต้องอาศัยรายได้จากการจำหน่ายเข็มขัดประคองให้ธุรกิจยังพอไปได้ อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 2 ปี ยอดขายกระเป๋าพุ่งขึ้น 15 เท่า ธุรกิจเฟื่องฟู และอยู่ตัวมาจนถึงปัจจุบัน
               

     สินค้าของ Elvis & Kresse ประกอบด้วยกระเป๋าชนิดต่างๆ ทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเป้ กระเป๋าเดินทาง เข็มขัดและอื่นๆ ล้วนแต่ทำด้วยสายส่งน้ำดับเพลิงทั้งสิน กระทั่งปี 2560 แบรนด์แฟชั่นชื่อดังของอังกฤษ เบอร์เบอร์รี่ได้ร่วมมือกับ Elvis & Kresse ทำโครงการกำจัดเศษหนังที่เหลือจากการผลิตสินค้าแฟชั่นจากโรงงานต่างๆ ซึ่ง Elvis & Kresse นำเศษหนังเหล่านั้นมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนเลโก้ แล้วประกอบเป็นกระเป๋าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ลดขยะจากเศษหนังลงได้ถึง 35,000 ตันต่อปี    
               




     นอกจากวัสดุที่เป็นสายส่งน้ำดับเพลิงแล้ว บริษัทยังดัดแปลงนำวัสดุอื่นๆ มาใช้ด้วย เช่น ผ้าไนล่อนที่ใช้ทำร่มชูชีพที่นำมาบุในกระเป๋า แถบผ้าหมึกในเครื่องพิมพ์ กระสอบกาแฟและถุงบรรจุชา ป้ายไวนิลเก่า รวมถึงกล่องรองเท้าที่นำมารีไซเคิลเพื่อทำเป็นฉลากและบรรจุภัณฑ์
               

     ปัจจุบัน Elvis & Kresse มีโรงงานผลิตในอิสตันบูล ตุรกี และมีโรงงานย่อยในมณฑลเคนต์ของอังกฤษที่ใช้สาธิตการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเข้ามาชมและเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรง และนอกจากจำหน่ายทางออนไลน์จัดส่งทั่วโลก Elvis & Kresse ยังมีช้อปกว่า 10 แห่งในต่างประเทศอีกด้วย
 

 
ที่มา
http://goodcompanies.com/story/founder-interview-elvis-kresse/
www.ft.com/content/e2502f3e-ee9d-11e0-9a9a-00144feab49a
www.theguardian.com/lifeandstyle/2014/may/15/upcycling-case-history-from-firehose-to-luxury-goods
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020