ธุรกิจส่งออกต้องรู้ สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ฉุดสินค้าตัวไหนรอด-รุ่ง

by SME Thailand. 28 พค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • มูลค่าการส่งออกไทยใน 4 เดือนแรกของปี 2562 หดตัวที่ -4.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี2561 โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าของจีนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ
 
  • จากแนวโน้มการส่งออกที่หดตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา EIC จึงปรับลดคาดการณ์มูลค่าการส่งออกทั้งปี 2562 เหลือเพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตได้ที่ 2.7 เปอร์เซ็นต์
 
  • จากการส่งออกที่ลดลงส่งผลต่อเนื่องมาถึงการนำเข้าสินค้าวัตถุดิและสินค้าทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทำให้ EIC ปรับลดคาดการณ์มูลค่านำเข้าปี 2562 จาก 3.2 เปอร์เซ็นต์ เป็น 0.8 เปอร์เซ็นต์




     ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยตัวเลขการส่งออกเดือนเมษายน 2562 หดตัวที่ -2.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการติดลบเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี การส่งออกยังคงหดตัวที่ -4.2 เปอร์เซ็นต์ YOY (ไม่รวมการส่งกลับอาวุธไปยังสหรัฐฯ) นั่นทำให้ EIC ปรับลดคาดการณ์มูลค่าส่งออกทั้งปี 2562 เหลือขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 2.7 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งเมื่อมองลึกไปถึงมิติการส่งออกรายสินค้า พบว่า สินค้าส่งออกสำคัญที่มีการหดตัวได้แก่ สินค้าที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าส่งออกของจีนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ เช่น คอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และแผงวงจรไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังมีสินค้าประเภทอื่นที่มีการส่งออกหดตัว เช่น รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รวมถึงหลายสินค้าสำคัญในหมวดเกษตรคือ ข้าวน้ำตาลทรายและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง





     ขณะที่สินค้าที่ยังขยายตัวได้คือ ผลไม้สด-แช่เย็น-แช่แข็งและแห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และไก่


     ในมิติการส่งออกรายตลาดพบว่า การส่งออกในหลายตลาดสำคัญยังคงมีการหดตัว เช่น จีน อาเซียน สหภาพยุโรป และตะวันออกกลาง ขณะที่การส่งออกในบางตลาดสำคัญยังคงขยายตัวได้ เช่น CLMV สหรัฐฯ และอินเดีย
 

สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ปัจจัยเสี่ยงในโลกการส่งออก


     สถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กลับมาปะทุอีกครั้งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้มีการปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่จีนมีมาตรการตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5-25 เปอร์เซ็นต์ และยังรวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นๆ ที่เริ่มมีการนำออกมาใช้ เช่น กรณีของบริษัท Huawei ที่ถูกขึ้นบัญชีดำห้ามไม่ให้บริษัทสหรัฐฯ ทำการค้าขายด้วย เป็นต้น (ปัจจุบัน มาตรการนี้ถูกระงับและเลื่อนการพิจารณาออกไป 90 วัน)





     ซึ่งจากสงครามการค้ารอบใหม่ทำให้คาดว่าการส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของสินค้าส่งออกของไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าส่งออกจีนซึ่งได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ และยังรวมถึงผลกระทบทางอ้อมผ่านแนวโน้มการค้าและการลงทุนของโลกที่มีทิศทางชะลอตัวเพิ่มขึ้น (เทียบกับกรณีก่อนการเพิ่มระดับสงครามการค้า) ดังนั้นอีไอซีจึงมีการปรับลดคาดการณ์มูลค่าการส่งออกทั้งปี 2019 เหลือเพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศโดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน รวมถึงท่าทีที่ Dovish มากขึ้นของธนาคารกลางหลายแห่ง นอกจากนี้ ปัจจัยฐานต่ำของมูลค่าส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังกลับมาฟื้นตัวได้


     อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในช่วงต่อไป ยังเป็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยังอาจเพิ่มระดับความรุนแรงได้อีก โดยสหรัฐฯ ยังมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่าอีก 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจีนเองก็อาจจะมีมาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน ยังรวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ที่จะเก็บจากทุกประเทศในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงกับสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นซึ่งจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ 




 
มูลค่านำเข้า 2562 ชะลอตัวตามการส่งออก


     สำหรับมูลค่านำเข้าปี 2562 EIC ปรับลดคาดการณ์เช่นเดียวกันจาก 3.2 เปอร์เซ็นต์ เป็น 0.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสาเหตุหลักจากคาดการณ์การส่งออกที่ลดลง ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลต่อเนื่องทำให้การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกชะลอลงตาม นอกจากนี้ ราคาสินค้านำเข้าในช่วงไตรมาสแรกที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด (ราคาสินค้านำเข้าในรูปดอลลาร์สหรัฐช่วงไตรมาสแรกของปีขยายตัวเพียง 0.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คาดว่ามูลค่านำเข้าสินค้าจะขยายตัวชะลอลงมากกว่าที่เคยคาด
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020