สุดยื้อ! อวสานธุรกิจร้านอาหารดังในอังกฤษ ‘เจมี่ โอลิเวอร์’ เหยื่อล่าสุด

by SME Thailand. 30 พค. 2019
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • เกือบ 3 ปีที่ธุรกิจร้านอาหารในอังกฤษเข้าสู่ยุคตกต่ำ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่ทยอยปิดกิจการกันเป็นแถบๆ
 
  • ล่าสุด บริษัท เดอะ เจมี่ โอลิเวอร์ เรสเตอรองต์ กรุ๊ป ได้ประกาศปิดร้านอาหารเกือบ 50 แห่งทันที ส่งผลให้พนักงานราว 1,300 คนถูกลอยแพกะทันหัน
 

 

     หลังจากที่ธุรกิจส่อเค้าว่าจะไปไม่รอดช่วงปลายปี 2560 จน เจมี่ โอลิเวอร์ เซเลบริตี้เชฟคนดังของอังกฤษต้อง
ควักทุนส่วนตัวเกือบ 13 ล้านปอนด์หรือราวกว่า 500 ล้านบาท อัดฉีดเอาไว้ แต่ท้ายที่สุด เกือบ 2 ปีแห่งการดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากอุปสรรคด้านการเงิน และการพยายามหาคนเข้ามาซื้อกิจการแต่ไม่สำเร็จ อาณาจักรร้านอาหารของเจมี่ที่ก่อตั้งมา 11 ปีก็ถึงเวลาต้องปิดฉากลง





     โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท เดอะ เจมี่ โอลิเวอร์ เรสเตอรองต์ กรุ๊ป ได้ประกาศปิดร้านอาหารเกือบทั้งหมดทันที ส่งผลให้พนักงานราว 1,300 คนถูกลอยแพระทันหัน ตัวเจมี่เองได้แถลงผ่านเว็บไซต์แสดงความเสียใจอย่างที่สุดที่ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ และได้ขอบคุณพนักงานที่เคยร่วมแรงร่วมใจทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา


     ทั้งนี้ ร้านอาหารทั้ง 25 แห่งจะปิดกิจการลง รวมถึงร้าน Jamie’s Italian ทั้ง 23 สาขาในอังกฤษ ร้านสเต็กเฮ้าส์ Barbecoa และร้านอาหาร Fifteen ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านแฟรนไชส์ที่เป็นสาขาในต่างประเทศจะยังคงให้บริการตามปกติ รวมถึงร้านสาขาสนามบินแกตวิคใกล้ลอนดอนก็ยังจะเปิดบริการแต่ไม่แน่ชัดว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน





     อาการทรุดตัวของธุรกิจร้านอาหารในเครือเจมี่ โอลิเวอร์เกิดขึ้นช่วงต้นปี 2560  เนื่องจากกรณี Brexit  การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินปอนด์อ่อนตัวลง และกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งแพงขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่สูงขึ้น เครือร้านอาหารของเจมี่เกือบม้วนเสื่อปิดกิจการไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เจมี่กัดฟันควักเงินตัวเองถึง 12.7 ล้านปอนด์เพื่ออุ้มกิจการ และต่อมาได้เงินกู้ 37 ล้านปอนด์จากธนาคาร HSBC ช่วยต่อลมหายใจ


     ไม่ใช่ธุรกิจของเจมี่รายเดียวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจาก Brexit เครือข่ายร้านอาหารหลายแห่ง อาทิ Strada ประกาศปิด 1 ใน 3 ของจำนวนร้านทั้งหมด ขณะที่ร้าน Prezzo และร้าน Carluccio’s  ทำการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อให้อยู่รอด ส่วนเชนร้านเบอร์เกอร์ Byron ปิดสาขา 2 ใน 5 ของทั้งหมดพร้อมทั้งเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ รวมถึงร้าน Gourmet Burger Kitchen ก็ประกาศปรับโครงสร้างเช่นกัน  


     นักวิเคราะห์จากบริษัทดีลอยด์ซึ่งเชี่ยวชาญธุรกิจร้านอาหารระบุที่ผ่านมาจะเห็นธุรกิจร้านอาหารชั้นนำตกเป็นข่าวว่าเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้โดยสมัครใจ (CVA-company voluntary arrangement) แต่ในจำนวนเครือข่ายร้านอาหารขนาดใหญ่กว่า 40 แบรนด์ ยังมีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยและอยู่รอดได้ อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ นอกจากผลจาก Brexit แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นซ้ำเติมด้วย นั่นคือการที่ร้านอาหารเกิดขึ้นมากมายจนล้นตลาดโดยเฉพาะร้านอาหารอิตาลี และร้านเบอร์เกอร์   


    นักวิเคราะห์จากดีลอยต์แสดงทัศนะอีกว่า ปรากฏการณ์ Brexit Effect ส่งผลต่อค่าเงินปอนด์ที่อ่อนตัวลงและยังไม่กระเตื้องจนถึงบัดนี้ และแน่นอนว่าบรรดาร้านอาหารที่นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์เกี่ยวกับ Brexit ยังไม่ลงตัวดี ประชาชนก็เกิดความไม่เชื่อมั่น ทำให้ไม่กล้าใช้จ่าย นักวิเคราะห์หลายคนพูดตรงกันว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสุดเท่าที่เคยเห็นมา




     อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนมองว่าอีกสาเหตุที่ทำให้อุตสาหกรรมร้านอาหารในอังกฤษเข้าสู่ยุคตกต่ำมาจากการไม่สามารถปรับตัว รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น อัตราค่าเช่าพื้นที่สูงขึ้น ราคาค่าอาหารแพงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น เครือข่ายร้านอาหารขนาดใหญ่อาจปรับตัวยากเพราะความอุ้ยอ้ายขององค์กร แต่ร้านอาหารขนาดเล็กจะคล่องตัวกว่า จึงรับกับสถานการณ์ได้ดี


     สำหรับเชนร้านอาหารของเซเลบริตี้เชฟเจมี่ โอลิเวอร์ บางส่วนน่าจะยังพอเข็นต่อไปได้ และใช้เวลาสักหน่อยอาจมีนักลงทุนสนใจซื้อกิจการเพราะชื่อเสียงของเจมี่ อีกทั้งแบรนด์ของร้านก็ยังแข็งแกร่งและขายได้อยู่
 

อ้างอิง : http://fortune.com/2019/05/21/jamie-oliver-restaurants/
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​‘Marvel’ จากบริษัทเกือบล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายพนักงาน สู่เจ้าจักรวาลฮีโร่มูลค่ามหาศาล

มาร์เวล สตูดิโอ เป็นบ้านหลังใหญ่ของเหล่าฮีโร่ ก่อนเป็นความสำเร็จในวันนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมื่อ 20 ปีก่อนตลาดการ์ตูนในสหรัฐกำลังถึงจุดตกต่ำ มาร์..

by SME Thailand.| 18 กย. 2019

​น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้ง ว่ากันว่าอัพขึ้นราคาเป็นหลายเท่าตัว จากถ้วยละ 200 เยน สามารถอัพ..

by SME Thailand.| 17 กย. 2019

​Eleventh Candle ธุรกิจเล็กที่ส่งต่อแสงสว่างให้เหยื่อขบวนการค้ามนุษย์

Eleventh Candle แบรนด์เทียนหอมที่เริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียง 250 เหรียญสหรัฐฯ บวกกับแรงขับเคลื่อนจากความคิดช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ กระทั่งกลายเ..

by SME Thailand.| 05 กย. 2019