พิษการค้าจีน – สหรัฐยืดเยื้อ ฉุดส่งออกไทยครึ่งปีหลังตกฮวบ!

by SME Thailand. 27 มิย. 2019
Share:



Main Idea
 
  • จากปัญหาที่ยืดเยื้อมานานของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จนล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศ ปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ สร้างความกังวลให้กับตลาด และอาจส่งผลกระทบต่อส่งออกไทยชะลอหดตัวลง ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 0.6 เปอร์เซ็นต์
 
  • คาดกรกฎาคมนี้อาจทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ฉุดส่งออกลดฮวบอีกครั้ง หากไม่ยอมเจรจาสงบศึก ลุ้นเฝ้ารอดูท่าทีประชุม G-20 ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร



     จากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ยังยืดเยื้อและกลับมาปะทุอีกครั้ง จากกรณีสหรัฐฯ ไม่พอใจต่อการเจรจาร่วมกับจีน จึงตามมาด้วยการปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลทำให้ตลาดกลับมามีความกังวลอีกครั้ง จนอาจกระทบต่อมูลค่าการส่งออกไทยปี 2562 มีโอกาสต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์

 
พบสินค้าส่งออกหดตัว – ตลาดซบเซา
 
      ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (ECI) ได้รายงานว่ามูลค่าการส่งออกไทยเดือน พ.ค. 2562 หดตัวลดลงอย่างต่อเนื่องที่ -5.8 เปอร์เซ็นต์ YOY จากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวที่ -2.6 เปอร์เซ็นต์ YOY ซึ่งถือเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และเป็นการหดตัวมากที่สุดในรอบ 34 เดือน ทั้งนี้ในช่วง 5 เดือนแรกของปี มูลค่าการส่งออกยังคงหดตัวที่ -4.5 เปอร์เซ็นต์ YOY






     โดยพบว่าการส่งออกสินค้าสำคัญหลายตัวมีการหดตัว ได้แก่ สินค้าที่เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าส่งออกของจีนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ เช่น คอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-1.8 เปอร์เซ็นต์ YOY) ยางพารา (-9.9 เปอร์เซ็นต์ YOY) และแผงวงจรไฟฟ้า (-16.4 เปอร์เซ็นต์ YOY) เคมีภัณฑ์และพลาสติก (-16.5 เปอร์เซ็นต์ YOY) นอกจากนี้ยังมีสินค้าส่งออกประเภทอื่นที่มีการหดตัว เช่น รถยนต์-อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-17.2 เปอร์เซ็นต์ YOY) ข้าว (-13.3 เปอร์เซ็นต์ YOY) และน้ำตาลทราย (-14.4 เปอร์เซ็นต์ YOY) ทั้งนี้หากหักทองคำมูลค่าการส่งออกเดือนพฤษภาคมจะหดตัวที่ -4.8 เปอร์เซ็นต์ YOY


     ด้านตลาดตลาด พบว่าการส่งออกในหลายตลาดสำคัญมีการหดตัว เช่น จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง อาเซียน-5 และสหภาพยุโรป (15) ที่มีการหดตัวที่ -7.2 เปอร์เซ็นต์ YOY -4.4 เปอร์เซ็นต์ YOY -3.2 เปอร์เซ็นต์ YOY -14.3 เปอร์เซ็นต์ YOY และ -8.6 เปอร์เซ็นต์ YOY ตามลำดับ ขณะที่ การส่งออกในตลาดสำคัญบางประเทศยังคงขยายตัวได้ ได้แก่ สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม ที่ขยายตัวที่ 7.8 เปอร์เซ็นต์ YOY 4.4 เปอร์เซ็นต์ YOY และ 0.8 เปอร์เซ็นต์ YOY ตามลำดับ


     ส่วนมูลค่าการนำเข้าหดตัวเล็กน้อยที่ -0.6 เปอร์เซ็นต์ YOY โดยเป็นการหดตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า เช่น สินค้าทุนหดตัว -6.1 เปอร์เซ็นต์ YOY สินค้าวัตถุดิบหดตัว -5.0 เปอร์เซ็นต์ YOY และสินค้าอุปโภคบริโภคที่หดตัว -2.2 เปอร์เซ็นต์ YOY ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าประเภทเชื้อเพลิงมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 22.8 เปอร์เซ็นต์ YOY
 



สงครามการค้าจีน – สหรัฐฯ กลับมาประทุอีกครั้ง
 
     จากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ส่งผลต่อความกังวลของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วงที่สหรัฐฯ และจีนมีการสงบศึกชั่วคราว (ธ.ค. 2561 - เม.ย. 2562) นักลงทุนและสถาบันต่างๆ ค่อนข้างมีความเชื่อมั่นว่าการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ดีเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีไม่พอใจต่อการเจรจาร่วมกับจีน และตามมาด้วยการปรับเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของสินค้ามูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการทำให้ตลาดกลับมามีความกังวลอีกครั้ง


     สะท้อนจากดัชนีความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าของสหรัฐฯ (US Trade Policy Uncertainty Index) คือ 1. ในเดือนพฤษภาคมที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 234.7 จาก 128.9 ในเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมันของภาคธุรกิจเอเชียที่สำรวจ โดย Thomson Reuters/INSEAD ซึ่งจัดทำขึ้นระหว่าง 31 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2. ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 53 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10  ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤติการเงินในปี 2551 ทั้งนี้ความกังวลของผู้ประกอบการและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น มีแนวโน้มส่งผลทางลบต่อทิศทางภาวะการค้าและการลงทุนของโลกในระยะต่อไปส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกปี 2562 มีโอกาสต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ โดยจากตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคมของไทยและหลายผู้ส่งออกสำคัญในภูมิภาคที่ยังคงติดลบต่อเนื่อง และยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว รวมถึงความไม่แน่นอนและความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากภาวะสงครามการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้ง จึงทำให้คาดว่าภาวะการค้าและการลงทุนของโลกมีทิศทางชะลอลงมากกว่าที่เคยคาดการณ์





 โดยสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ผลกระทบทางตรง คือ ผ่านการส่งออกสินค้าไปยังจีนที่ลดลง โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าที่เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าจีนที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมเกิดจากการที่หลายประเทศที่มีการพึ่งพาจีนมีภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง จึงทำให้การส่งออกของไทยไปประเทศดังกล่าวมีการปรับตัวลดลงเช่นกัน
 

ชี้ความรุนแรงอาจเพิ่มทวีคูณ หากไม่เจรจาหย่าศึก
 

     จากการศึกษาของ ECI พบว่าการส่งออกของไทยไปยังตลาดที่พึ่งพาจีนสูงกว่า มักจะมีการชะลอหรือหดตัวมากกว่าการส่งออกไปยังตลาดที่พึ่งพาจีนต่ำกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกในปี 2562 อาจต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 0.6 เปอร์เซ็นต์ โดยอาจมีโอกาสหดตัวได้ในปีนี้


     ปัจจัยสำคัญที่น่าจับตาในระยะต่อไป ข้อแรก คือ สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่อาจเพิ่มความรุนแรงได้อีก

     กล่าวคือ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ สหรัฐฯ อาจมีการพิจารณาเพิ่มภาษีนำเข้าจากสินค้าจีนมูลค่าอีก 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มเติม และจีนเองก็อาจจะมีมาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังดูท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ที่จะมีเกิดขึ้นในการประชุม G-20 ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการปรับเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐฯ ที่ในเบื้องต้นมีแผนจะเก็บจากทุกประเทศในอัตรา 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงกับสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น โดยจะได้ข้อสรุปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
 

ที่มา ECI ธนาคารไทยพาณิชย์
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี




 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020