SME ต้องจับตา เงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี ผลพวงสงครามการค้าจีน – สหรัฐฯ

by SME Thailand. 03 กค. 2019
Share:




Main Idea

 
  • จากความยืดเยื้อของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ส่งผลต่อค่าเงินบาทไทยแข็งตัว โตสูงสุดในรอบ 6 ปี อยู่ที่ 30.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ แซงทุกสกุลเงินในเอเชีย

  • ธปท. ลดวงเงินออกพันธบัตรระยะสั้นอีกครั้ง หวังช่วยรักษาสมดุลเงินบาท ชะลอกระแสเงินทุนไหลเข้า ลดแรงจูงใจนักลงทุนต่างชาติใช้พันธบัตรไทยเป็นที่พักเงินช่วงวิกฤตตลาดเงินทุนโลกผันผวน




     จากการตรวจสอบรายละเอียดของตารางกำหนดการประมูลตราสารหนี้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ธปท. มีการปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นอีกครั้ง ซึ่งแม้จะไม่มีการประกาศโดยตรงว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นมาตรการดูแลค่าเงินบาท แต่คงต้องยอมรับว่าในช่วงก่อนหน้านี้ (ตั้งแต่ปี 2560) ธปท.เคยใช้การลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นมาเป็นเครื่องมือช่วยชะลอกระแสเงินทุนไหลเข้าหรือลดแรงจูงใจไม่ให้นักลงทุนต่างชาติใช้พันธบัตรของไทยเป็นที่พักเงินในช่วงที่ตลาดเงินทุนโลกมีความผันผวน เพราะเงินบาทมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย ประกอบกับไทยมีการบันทึกยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงตลอดหลายปีที่ผ่านมา



               

     นอกจากนี้การปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นดังกล่าว ยังเป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่มีแรงหนุนให้เงินบาทแตะระดับค่าสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่ที่ 30.52 บาทต่อดอลลาร์ฯ (ณ วันที่ 1 ก.ค. 2562) ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้ตลาดมีความระมัดระวังและรอติดตามสัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่า ธปท. เตรียมที่จะออกมาตรการมาดูแลความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมาแสดงท่าทีที่เป็นกังวลมากขึ้นต่อสถานการณ์เงินบาท ซึ่งแข็งค่าอย่างรวดเร็ว และเริ่มไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทย 


     ทั้งนี้วงเงินประมูลพันธบัตรระยะสั้นของธปท. จะปรับลดลงในเดือนก.ค. 2562 ทั้งในส่วนของพันธบัตรธปท. อายุ 3 เดือน พันธบัตรอายุ 6 เดือน และพันธบัตรอายุ 1 ปี โดยวงเงินการออกพันธบัตรธปท. ระยะสั้น 3 เดือน และพันธบัตรระยะ 6 เดือน ลดลงประเภทละ 5,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ขณะที่วงเงินการออกพันธบัตรธปท. อายุ 1 ปี ลดลง 10,000 ล้านบาทในเดือนก.ค. 2562





     โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าแม้การปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้น มักจะเป็นเครื่องมือแรกๆ ที่ธปท. นำมาใช้เพื่อช่วยชะลอกระแสเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่าผลสุทธิที่มีต่อทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภาพรวมของนักลงทุนต่างชาติยังคงขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย โดยเฉพาะมุมมองต่อแนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ฯ รวมถึงการปรับพอร์ตการลงทุนเข้ามาลงทุนในพันธบัตรที่มีอายุยาวขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงเดือนเม.ย. 2560 ที่ธปท. มีการลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้น 3 เดือน และระยะ 6 เดือน ลงประเภทละ 10,000 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ซึ่งผลหลังจากนั้นปรากฎว่านักลงทุนต่างชาติทยอยปรับเพิ่มการถือครองพันธบัตรระยะยาวมากขึ้น ถึงแม้จะมีการปรับลดการถือครองพันธบัตรระยะสั้นลงก็ตาม


     เมื่อมองไปข้างหน้าศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าปัจจัยสำคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดยังเป็นเรื่องการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังแนวโน้มเศรษฐกิจ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมไปถึงภาพรวมการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ฯ





     ในกรณีที่สหรัฐฯ และจีนสามารถบรรลุการเจรจาในประเด็นทางการค้าระหว่างกันได้เป็นผลสำเร็จแล้ว แรงกดดันที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ก็อาจจะผ่อนคลายลงกว่าที่ตลาดมีความกังวลในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ อาจทำให้เงินดอลลาร์ฯ สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้บางส่วน แต่ในทางกลับกันหากสหรัฐฯ และจีนไม่สามารถหาข้อสรุปทางการค้าร่วมกันได้ ก็อาจทำให้โอกาสที่จะเห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยประคองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ฯ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องให้เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และเป็นการเพิ่มช่วงบวกการแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องของปีนี้ หลังจากที่แข็งค่าขึ้นแล้วถึง 6.5 เปอร์เซ็นต์แซงสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย


     ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นอาจเป็นหนึ่งในมาตรการเบื้องต้นเพื่อรักษาสมดุลของค่าเงินบาท โดยคาดการณ์ว่า ธปท. น่าจะติดตามทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้น และผลกระทบต่อทิศทางเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความจำเป็นของการออกมาตรการที่มีความเหมาะสมต่อไปในระยะข้างหน้า
 

     ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​เปิดคัมภีร์ธุรกิจ LEON ร้านอาหารสุขภาพจานด่วนระดับโลกที่โตด้วยวิทยายุทธแบบกังฟู

ย้อนกลับไปหลาย 10 ปีที่แล้ว ร้านอาหารสุขภาพดีๆ นั้นหาทานยาก ในประเทศอังกฤษมีแต่ร้านจานด่วนที่ทานแล้วอ้วนฉุ ชายหนุ่มสองคนจึงเกิดปิ๊งไอเดีย ก่อตั้งร้า..

by SME Thailand.| 19 พย. 2019

​“Crowdsourcing” กลยุทธ์สุดเก๋ของร้านอาหารยุคใหม่ ให้ลูกค้าช่วยคิดสูตรอาหาร

เป็นเรื่องปกติที่ร้านอาหารทั่วไปจะมีเชฟหรือผู้เชี่ยวชาญคิดสูตร และออกแบบเมนูอาหาร แต่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มาเลเซีย กลับใช้กลยุทธ์ Crowdsourcing หรือ..

by SME Thailand.| 14 พย. 2019

​เปลี่ยนเกมรุก! เจาะตลาดจีนยุคใหม่ ขายอะไร ใช้กลยุทธ์ไหนให้รุ่ง

แม้การทำธุรกิจในประเทศจีนจะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่จีนก็ยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย โดยจีนยังคงเป็นตลาดหลักอันดับ 1 ทั้งในภาคการส่งออกสินค้าไทยไปขาย..

by SME Thailand.| 12 พย. 2019