แฟชั่นยุค ’90 คืนชีพ แบรนด์กีฬาดังจุดพลุรับอานิสงส์ยอดขายพุ่งกว่า 200%

by SME Thailand. 11 กค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์




Main Idea
 
  • ในวงการแฟชั่นไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน เก่าไป ใหม่มา วนกลับไปมาซ้ำกันอยู่อย่างนั้น เหมือนเช่นที่ช่วงนี้กระแส Nostalgia หรือ การหวนหาอดีตกลับมาบูมอีกครั้ง 
 
  • ส่งผลให้เทรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยุค ’90 แบรนด์เก่าแก่ของอิตาลีอย่าง Fila และ Champion ของอเมริกาพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย โดยปี 2559 - 2561 ยอดขาย Fila เพิ่มขึ้นถึง 205 เปอร์เซ็นต์ จาก 821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 2,510 ล้านเหรียญ 
 
  • ขณะที่ยอดขายปี 2561 ของ Champion (ไม่รวมตลาดสหรัฐฯ ) อยู่ที่ 1,360 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากยอดขายปี 2560 จำนวน 1,000 ล้านเหรียญ



     ว่ากันว่าสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในวงการแฟชั่น คือหลังจากที่เสื่อมความนิยมลงแล้ว เมื่อทิ้งช่วงไประยะหนึ่ง แฟชั่นที่เคยมองว่าล้าสมัยจะวนกลับมาฮิตอีกครั้ง เหมือนช่วงนี้ที่กระแสคลื่นของการหวนหาอดีต หรือ Nostalgia กำลังกระหน่ำรุนแรง ทำให้เทรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยุค ’90 ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์ทรงคุณแม่ รองเท้าส้นตึก หรือไอเท็มอื่นๆ ที่มองว่า “เอ้าท์” ไปแล้ว ก็กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง





     ซึ่งการฟื้นคืนชีพของแฟชั่นยุค ’90 นี่เองที่ทำให้แบรนด์เครื่องแต่งกายเก่าแก่ของอิตาลีอย่าง Fila และแบรนด์ Champion ของอเมริกาได้รับอานิสงส์กลายเป็นศูนย์กลางของแฟชั่นย้อนยุคและทำรายได้พุ่งขึ้นมาก โดยช่วงระหว่างปี 2559 - 2561 ยอดขาย Fila เพิ่มขึ้นถึง 205 เปอร์เซ็นต์ จาก 821 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มาอยู่ที่ 2,510 ล้านเหรียญ ขณะที่ ยอดขายปี 2561 ของ Champion ไม่รวมตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อยู่ที่ 1,360 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากยอดขายปี 2560 จำนวน 1,000 ล้านเหรียญ
               

     หากเทียบกับแบรนด์ดังอย่างไนกี้และอะดิดาส ทั้ง Fila และ Champion อาจจะไม่ใช่แบรนด์ใหญ่และโตเร็ว แต่ก็เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการสินค้าที่ไม่เหมือนใคร ผลิตโดยแบรนด์ที่ฉีกแนวและจำหน่ายโดยผู้ค้าปลีกที่ไม่ธรรมดา
               

     Fila และ Champion อาจจะเป็นเพียง 2 แบรนด์ที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่ยังคงยึดกับแนวแฟชั่นยุค ’90 และวางกลยุทธ์ที่เน้นความเก่าแก่นับร้อยปีของแบรนด์ อย่าง Champion สินค้าที่ขายดีและเป็นลายเซ็นของแบรนด์ก็ยังเป็นเสื้อ Sweatshirt  ซึ่งเป็นเสื้อกีฬาแขนยาวใช้สวมทับกันหนาวแต่มีการปรับดีไซน์ให้เข้ากับลูกค้าในปัจจุบันแค่นั้น
               




     “ซูซาน เฮนไนกี้” ประธาน Champion North America เผยว่า เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หรือเนื้อผ้า ทางแบรนด์จึงทำการออกแบบลวดลายที่พิมพ์บนเสื้อใหม่ รวมถึงการย้อมผ้าและสีเพื่อให้มีความทันสมัยขึ้น แต่ก็ไม่ละทิ้งความเป็น Champion
               



 

    เช่นเดียวกับ Fila ก็มีการนำดีไซน์เดิมๆ มาตีความและออกแบบใหม่ สินค้าที่ทำให้ Fila ฟื้นตัวขึ้นมา คือ สนีกเกอร์รุ่น Disruptor 2 ที่ได้รับการยกย่องจาก Footwear News ให้เป็น ‘รองเท้าแห่งปี’ ในปี 2561 ซึ่ง Disruptor 2 นี้พัฒนามาจากรองเท้าพื้นฟันเลื่อยที่เคยวางจำหน่ายเมื่อปี 2539 นั่นเอง แต่ Fila นำมาออกแบบให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยเพิ่มสีพาสเทลและเมทาลิกเข้ามาให้เลือก
               

      รองเท้าส้นหนาของ Fila และเสื้อ Sweatshirt ของ Champion กลายเป็นไอเท็มฮอตฮิตทันทีหลังจากกระแสยุค ’90 กลับมานิยมและบรรดา influencer ในโลกโซเชียลก็ได้อ้าแขนรับ “เคย์ลา มาร์กี้” นักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัทเอดิดเต็ด ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกมองว่าปัจจัยที่ทำให้ 2 แบรนด์เก่าแก่อย่าง Fila และ Champion พลิกผันได้รับความนิยมอีกครั้งเป็นเพราะอิทธิพลของแฟชั่นสตรีทแวร์ที่กำลังมาแรง   
               

      สตรีทแวร์ คือ แฟชั่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมและกลุ่มคนที่หลากหลายในสังคม รายงานของบริษัทพีดับบลิวซีระบุตลาดแฟชั่นสตรีทแวร์นั้นมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านเหรียญ โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นคนวัยมิลเลนเนี่ยลเกือบ 71 เปอร์เซ็นต์ และ Gen Z ประมาณ 74 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้ทั้ง 2 แบรนด์จึงดำเนินกลยุทธ์ X กับแบรนด์สตรีทแวร์ดังๆ ในการแนะนำสินค้าใหม่ เช่น Champion จับมือกับ Supreme และ Off-White ขณะที่ Fila ร่วมมือกับ BAPE เป็นต้น
               



      การ X หรือ Collaboration กับแบรนด์อื่นทำให้ Fila และ Champion เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่โดยเฉพาะ Gen Z และเป็นการรุกเข้าสู่แฟชั่นสตรีทแวร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพอีกด้วย เทรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทแวร์และการหวนหาอดีตจะยังดำเนินต่อไป แต่จะยั่งยืนแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการรักษาความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค และความสามารถในการแข่งกับแบรนด์อื่น
               

      Fila และ Champion จำเป็นต้องฟังเสียงลูกค้า และปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่เปลี่ยนไป รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ และที่ขาดไม่ได้ คือ การนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ความเก่าแก่ของ Fila และ Champion ทำให้เป็นแบรนด์ที่มีความขลัง อีกทั้งฐานลูกค้าก็กว้าง แม้กระแส Retro จะกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ แต่การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และรสนิยมของผู้บริโภคก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น
 
 
 
อ้างอิง : www.cnbc.com/2019/06/19/how-a-90s-nostalgia-trend-powered-the-comeback-of-champion-and-fila.html
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​มังกรเปลี่ยนทิศ! ตลาดจีนไปต่อไม่ไหว ลองมาเจาะ ‘ลูกค้าจีนในไทย’ ดูสักตั้ง!

เมื่อมังกรเปลี่ยนทิศ ได้เวลา SME ไทยเปลี่ยนทาง หันมาเจาะตลาดลูกค้าคนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยดูบ้าง ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้มีอยู่ราว 3-4 แสนราย ซึ่งเป็น..

by SME Thailand.| 17 ตค. 2019

​จับตา “ภูฏาน” ขึ้นแท่นประเทศออร์แกนิกโลก! ดันส่งออกสินค้าปลอดสารสร้างเศรษฐกิจชาติ

ภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย แม้ช่วงหลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรู้จักดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าจากฉายาสวรรค์บน..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2019

​รุ่น 3 ก็ปังได้! หนุ่มสิงคโปร์ปั้นโรงงานน้ำตาลเก่าให้ก้าวกระโดดเป็นธุรกิจ 2 พันล้าน

Cheng Yew Heng Candy Factory เป็นโรงงานน้ำตาลอายุเก่าแก่ 72 ปีของสิงคโปร์ที่ผ่านการบริหารจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นคนหนุ่มไฟแรงเข..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2019