โลกต้องจับตา! เมื่อจีนเฉา เศรษฐกิจเฉื่อย โตต่ำสุดในรอบ 27 ปี

by SME Thailand. 17 กค. 2019
Share:



Main Idea

 
 
  • เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ปี 2562 ขยายตัวเพียงแค่ 6.2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 27 ปี สาเหตุจากอุปสงค์โลก รวมถึงอุปสงค์ภายในประเทศจีนเองที่อ่อนแรงลง ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
 
  • รัฐบาลจีนต้องใช้นโยบายต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากพอและทำให้การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศกลับมาเป็นทิศทางบวกอีกครั้ง
 
 


    เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 ขยายตัวที่ 6.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2561 โดยที่การส่งออกจีนหดตัวถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแรงและสงครามการค้าที่ยังมีความตึงเครียดสูง ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อการส่งออกจีนเป็นอย่างมาก โดยการส่งออกจีนไปยังสหรัฐฯ หดตัวลงถึง 8.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
 




     นอกจากนี้ ภาคการลงทุนจีนก็ชะลอตัวเช่นเดียวกัน โดยการลงทุน (Fixed asset investment) ชะลอตัวลง โดยขยายตัวที่ 5.8 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในเดือนมิถุนายนขยายตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน หลังจากที่เติบโตในอัตราที่ชะลอลงอย่างมากในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ดีขึ้นเหล่านี้น่าจะเกิดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านทางการเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งอาจช่วยประคองเศรษฐกิจจีนไปได้ในระยะหนึ่ง แต่คงไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากเท่าใดนัก โดยภาคอุตสาหกรรมและภาคการลงทุนของจีนมีแนวโน้มที่จะยังคงซบเซาต่อไป
 

     ขณะเดียวกันอุปสงค์ภายในประเทศของจีนก็อ่อนแรงลง ซึ่งเห็นได้จากการนำเข้าของจีนที่หดตัวอย่างต่อเนื่องที่ 4.1 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 ปี 2562 แม้ว่ารัฐบาลจีนจะพยายามใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนำเข้า รวมถึงเพิ่มงบประมาณรายจ่ายรัฐบาลในโครงการพื้นฐานต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านหยวน (2.97 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่เศรษฐกิจจีนก็ยังคงอ่อนแรง แสดงให้เห็นว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ อาจไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจและอาจทำได้เพียงช่วยประคองเศรษฐกิจจีนไม่ให้ชะลอลงไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ดี ภาคการค้าปลีกของจีนยังคงขยายตัวได้ดีในไตรมาส 2 ปี 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งเติบโตถึง  9.8 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลมาจากที่การลดภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนเมษายนเริ่มเห็นผลในการกระตุ้นการบริโภคในจีน อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในสินค้าคงทน เช่น รถยนต์นั้น ชะลอลงอย่างมาก โดยลดลงถึง 12.4 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 แสดงให้เห็นว่าการบริโภคของจีนโดยรวมยังมีทิศทางที่อ่อนแรงลง โดยเศรษฐกิจที่ชะลอลงส่งผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ การบริโภคของจีนมีแนวโน้มที่จะชะลอลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ น่าจะช่วยประคองเศรษฐกิจจีนให้ยังไปได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
               

 


แนวโน้มเศรษฐกิจจีนปี 2562 ยังคงอ่อนแรง
 

     จากอุปสงค์ที่อ่อนแอภายในและภายนอกประเทศ ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2562 จะเติบโตที่ 6.2 เปอร์เซ็นต์ (กรอบคาดการณ์ที่ 6.0-6.4 เปอร์เซ็นต์) ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะเผชิญความเสี่ยงเชิงลบมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในขณะที่หากรัฐบาลจีนไม่สามารถใช้นโยบายต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากพอและไม่สามารถทำให้การบริโภคและการลงทุนภายในประเทศกลับมาเป็นทิศทางขยายตัว การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะเข้าใกล้กรอบคาดการณ์ล่างที่ 6.0 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนทั้งปีนี้ไม่น่าจะหลุดไปต่ำกว่ากรอบคาดการณ์ล่าง เนื่องจากรัฐบาลจีนน่าจะยังคงสามารถใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในการประคองเศรษฐกิจจีนไปได้ในปีนี้
 

     เช่นเดียวกันกับ การส่งออกจีนมีแนวโน้มที่จะยังคงชะลอตัวจากอุปสงค์โลกที่ยังคงอ่อนแรง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การส่งออกจีนน่าจะชะลอสู่ระดับ 3.0-5.0 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 เทียบกับการขยายตัว 9.9 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2561 โดยการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความตึงเครียดจากสงครามการค้าจะยังคงเป็นปัจจัยฉุดรั้งหลักของการส่งออกจีนต่อไป อย่างไรก็ดี การส่งออกจีนน่าจะเติบโตในอัตราที่เร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2562 นี้  ในขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า สงครามการค้าจะไม่ทวีความรุนแรงไปจนเป็น Full-blown trade war แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจทยอยขึ้นภาษีสินค้าจีนที่เหลือที่มีมูลค่า 3.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  
 

 


รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้น ก่อนหลุดเป้าเติบโตในสิ้นปี
 

     จีนมีแนวโน้มที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยมีจุดมุ่งหมายให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้อยู่ในเป้าหมายที่ 6.0-6.5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะช่วยประคองโมเมนตัมของเศรษฐกิจจีนไปได้ในระยะหนึ่ง อย่างไรก็ดี ทางการจีนมีข้อจำกัดในทางเลือกเชิงนโยบาย เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจจีนมีความเปราะบางจากภาระหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่นและหนี้ภาคธุรกิจ ส่งผลให้ประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่ทางการจีนยังพอมีช่องว่างในการลดภาษีและเพิ่มงบประมาณรายจ่ายอีกเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลให้รัฐบาลจีนต้องแบกรับภาระมากขึ้นในอนาคต
 

     ในขณะเดียวกัน ทางการจีนมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างจำกัด ท่ามกลางความเสี่ยงในภาคการเงินที่ยังอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวัง โดยธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มที่จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับเดิม แต่อาจลดอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (RRR) อีกในปีนี้ โดยหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ ก็จะเปิดช่องให้ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้ ทั้งนี้ เมื่อมองไปข้างหน้า ทางการจีนคงจะต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการใช้มาตรการต่างๆ ในการประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สงครามการค้ามีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไปในอนาคต


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020