Café Coffee Day ตำนานราชันกาแฟแห่งอินเดีย ที่แม้แต่สตาร์บัคส์ยังต้องพ่าย

by SME Thailand. 05 สค. 2019
Share:
TEXT : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 


 


Main Idea

 
  • แม้ วีจี สิทฐารถะ นักธุรกิจอินเดียเจ้าของ Café Coffee Day จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ที่ผ่านมาเขามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมกาแฟของอินเดีย โดยเป็นคนแรกที่นำวัฒนธรรมการเสพกาแฟสไตล์คาเฟ่แบบตะวันตกเข้ามาแนะนำให้ผู้บริโภครู้จักทั้งที่ทราบกันดีว่าคนอินเดียนั้นดื่มชาเป็นหลัก
 
  • Café Coffee Day ขยายไปเกือบ 1,800 สาขาใน 200 เมืองทั่วประเทศ จนได้ชื่อว่าเป็นเชนร้านกาแฟที่ใหญ่สุดในอินเดีย กระทั่งคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ข้ามชาติอย่างสตาร์บัคส์ก็ไม่อาจเทียมเท่า
 
  • ร้าน Café Coffee Day ใช้แนวคิด Bean-to-cup นั่นคือกาแฟที่จัดส่งไปบริการลูกค้าตามสาขาต่างๆ มาจากไร่กาแฟที่บริษัทปลูกเอง และคัดสรรมาโดยเฉพาะ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้


 

     ข่าวการเสียชีวิตของ วีจี สิทฐารถะ นักธุรกิจอินเดียเจ้าของฉายา “ราชันกาแฟแห่งอินเดีย” (The Coffee King of India) ถือเป็นข่าวใหญ่ในอินเดียช่วงนี้ หลังมีรายงานข่าวการกระโดดสะพานฆ่าตัวตายและเจ้าหน้าที่เพิ่งพบศพของเขาในแม่น้ำเมื่อ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา วีจีซึ่งอยู่ในวัยปลาย 50 มี บทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมกาแฟของอินเดีย ประเทศที่ส่งออกเมล็ดกาแฟเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 6 ของโลก





     ที่ผ่านมา ธุรกิจกาแฟอินเดียเคยถูกผูกขาดโดย “คณะกรรมการกาแฟ” หรือ Coffee Board ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเสียส่วนใหญ่ กระทั่งรัฐบาลเปิดเสรีการค้ากาแฟในปี 2539  อุตสาหกรรมกาแฟของประเทศจึงพลิกโฉมไปสู่รูปแบบหนึ่งโดยที่วีจีและบริษัทของเขามีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง


     ครอบครัวของวีจีเป็นเจ้าของไร่กาแฟในรัฐกรณาฏกะ ทางใต้ของอินเดีย และดำเนินธุรกิจนี้มายาวนานถึง 130 ปี หลังจบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ วีจีทำงานในบริษัทไฟแนนซ์อยู่ 2 ปี ก่อนออกมาตั้งบริษัทหลักทรัพย์ของตัวเอง และเริ่มต้นเข้ามาคลุกคลีในธุรกิจกาแฟอย่างจริงจัง เมื่อต้องรับช่วงดูแลไร่กาแฟราว 10,000 เอเคอร์หรือกว่า 25,000 ไร่ของครอบครัว





     นอกจากเป็นผู้ส่งออกเมล็ดกาแฟไปต่างประเทศ วีจียังเป็นคนแรกที่นำวัฒนธรรมการเสพกาแฟสไตล์คาเฟ่แบบตะวันตกเข้ามาแนะนำให้ผู้บริโภคอินเดียรู้จักทั้งที่ทราบกันดีว่าคนอินเดียนั้นดื่มชาเป็นหลัก วีจีเปิดร้านคาเฟ่ภายใต้ชื่อ Café Coffee Day หรือ CCD สาขาแรกในปี 2539  จนถึงปัจจุบัน ขยายไปเกือบ 1,800 สาขาใน 200 เมืองทั่วประเทศ จนได้ชื่อว่าเป็นเชนร้านกาแฟที่ใหญ่สุดในอินเดีย ธุรกิจนี้ทำกำไรมาตลอด กระทั่งคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ข้ามชาติอย่างสตาร์บัคส์ก็ไม่อาจเทียมเท่า


     หลายคนอาจมองว่าการเปิดคาเฟ่หากทุนพร้อมก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ร้าน CCD ของวีจีนั้นมีการวางแผนมาอย่างดี โดยใช้แนวคิด Bean-to-cup นั่นคือกาแฟที่จัดส่งไปบริการลูกค้าตามสาขาต่างๆ ต้นทางมาจากไร่กาแฟที่บริษัทปลูกเอง และคัดสรรมาโดยเฉพาะ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ว่าทางร้านใช้แต่กาแฟคุณภาพดี


     นอกจากนั้น ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคอินเดียที่ไม่นิยมซื้อกาแฟแบบ Take away แต่ชอบที่จะนั่งดื่มที่ร้าน  ช่วงแรกๆ ที่เปิดบริการ เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน CCD จึงใช้กลยุทธ์ขายกาแฟแถมสัญญาณไวไฟให้ใช้ฟรี 1 ชั่วโมง ซึ่งในยุค 20 กว่าปีก่อนนั้นถือเป็นการตลาดที่ล้ำมาก เพราะอินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ จึงไม่แปลกที่ร้าน CCD จะได้รับความนิยมล้นหลามโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่อาศัยในเมือง แม้ว่าตอนนี้ราคากาแฟที่ร้านจะจำหน่ายสูงถึงแก้วละ 100 รูปีหรือราว 50 บาทก็ตาม





     หลังจากที่เป็นเชนร้านกาแฟเจ้าแรกที่บุกเบิกตลาดจนภายหลังเริ่มมีคู่แข่งทั้งแบรนด์ต่างชาติ เช่น สตาร์บัคส์  คอสต้า คอฟฟี่ และแบรนด์ท้องถิ่น เช่น บาริสต้า เข้ามาชิงส่วนแบ่ง แต่ CCD ก็สามารถรับมือได้สบายๆ โดยงัดไม้เด็ดต่างๆ ออกมาสู้ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มคีออสหรือซุ้มกาแฟ และตู้กดกาแฟอัตโนมัติโดยปูพรมไปทั่วทุกทำเล ทั้งในห้าง ตามเส้นทางถนนหลวง สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และอื่น ๆ


     หรือการจัดแต่งร้านตามกลุ่มลูกค้า เช่น CCD Lounges เป็นร้านที่เน้นต้อนรับลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว และ CCD Square ร้านสำหรับคอกาแฟที่ต้องการจิบกาแฟระดับพรีเมี่ยม แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค CCD ทำร้านคาเฟ่ให้กลายเป็นศูนย์กลางชุมชนโดยมีอาหารเป็นสิ่งเชื่อมโยง เนื่องจากผู้บริโภคอินเดียชอบอาหาร ทางร้านจึงมีบริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น มีทั้งอาหารพื้นถิ่นและอาหารตะวันตกให้เลือก รวมถึงเค้กและขนมหวานให้เลือกอย่างจุใจ ส่วนเครื่องดื่ม นอกจากกาแฟ ยังมีชาและเครื่องดื่มอื่นเป็นทางเลือก แม้สินค้าหลักของ CCD จะเป็นกาแฟ แต่อาหารก็เป็นสินค้าสร้างรายได้ไม่น้อย คิดเป็นสัดส่วน 35 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว


     CCD มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลา แม้กระทั่งยุคการค้าบนอินเตอร์เน็ตเฟื่องฟู CCD ก็เปิดร้านค้าออนไลน์จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วบด และเครื่องชงกาแฟที่จัดส่งถึงประตูบ้านลูกค้า ธุรกิจคาเฟ่ของวีจีดำเนินมาด้วยดี กระทั่งปี 2017 เจ้าหน้าที่สรรพากรอินเดียได้บุกเข้าตรวจค้นสำนักงาน 20 แห่งของบริษัทและถูกกล่าวหาว่าซุก




     หลังจากนั้น ธุรกิจของวีจีก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐตามเกาะติด ต้องหาเงินมาชำระหนี้ และนำไปสู่การขาดสภาพคล่อง วีจีออกแถลงการณ์ยอมรับว่าบริหารผิดพลาด และรู้สึกล้มเหลวกับการเป็นผู้ประกอบการ แม้ CCD จะยังทำกำไรและได้รับการประเมินว่าเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงถึง 1.8 แสนล้านรูปี แต่ความเครียดที่รุมเร้าจนไม่อาจรับมือก็ทำให้วีจีตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง เหลือไว้แต่ตำนานการเป็น The Coffee King of India ที่ชาวอินเดียจะจดจำไปตลอด  
 




อ้างอิง
www.businesstoday.in/current/corporate/vg-siddhartha-legacy-1-store-2100-today-coffee-king-made-ccd-global-brand/story/369278.html
https://qz.com/india/416670/this-indian-coffee-chain-is-beating-starbucks-at-its-own-game/
https://economictimes.indiatimes.com/industry/services/retail/how-starbucks-and-cafe-coffee-day-are-squaring-up-for-control-of-indias-coffee-retailing-market/articleshow/36219229.cms
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020