เจาะตลาด CLMVT จุดกำเนิดแบรนด์อาเซียนผงาดโลก

by SME Thailand. 06 สค. 2019
Share:




Main Idea
 
  • สถานการณ์ส่งออกไทยไปยัง CLMV  (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ยังมีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง โดยในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 4.33 แสนล้านบาท
 
  • กลุ่มสินค้าที่ต้องการใน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้แก่ น้ำมันและเชื้อเพลิง เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องดื่ม ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งถือว่ายังมีมูลค่าการส่งออกและเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
 
  • CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ยังเป็นพื้นที่ดาวเด่นและน่าสนใจของนักลงทุนทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์และทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์  รวมทั้งปัจจัยในด้านคมนาคมขนส่ง แรงงาน และการปรับตัวของประชากรที่ก้าวไปสู่สังคมเมืองที่เอื้อต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเภท




     กลุ่มประเทศ CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ยังเป็นพื้นที่ดาวเด่นและน่าสนใจของนักลงทุนทั่วโลก ด้วยทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์และทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ของภูมิภาค รวมทั้งปัจจัยในด้านคมนาคมขนส่ง แรงงาน และการปรับตัวของประชากรที่ก้าวไปสู่สังคมเมืองที่เอื้อต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเภท นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ ภูมิภาคดังกล่าวยังจะกลายเป็นช่องทางการค้าที่มีความสำคัญ รวมทั้งเป็นภูมิภาคที่ประเทศมหาอำนาจจะเริ่มเข้ามาสร้างความสัมพันธ์และโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น




     วิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
บอกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ประเทศไทยควรใช้ความได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางสร้างบทบาทต่างๆ ให้เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นในด้านการเงิน การเป็นแหล่งรวมเทคโนโลยี การกระจายสินค้า รวมทั้งการกำหนดนโยบาย มาตรการ และสิทธิประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง


     ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2562 (มกราคม – มิถุนายน) การส่งออกของประเทศไทยไปยัง CLMVT ยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปี 2560 และปี 2561 มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 4.33 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2561 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 4.36 แสนล้านบาท และปี 2560 มีมูลค่า 4.11 แสนล้านบาท โดยประเทศที่มูลค่าการส่งออกของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องได้แก่ เวียดนาม  โดย 6 เดือนแรกของปี 2560 , 2561 และ 2562  มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.8 , 1.85 และ 1.93 แสนล้านบาทตามลำดับ  และกัมพูชา มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 8.6 หมื่นล้านบาท 1.07 แสนล้านบาท และ 1.09 แสนล้านบาทตามลำดับ


     โดยกลุ่มสินค้าที่เป็นที่ต้องการใน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้แก่ น้ำมันและเชื้อเพลิง เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องดื่ม ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งถือว่ายังมีมูลค่าการส่งออกและเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
               



     วิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงความสำคัญในการผลักดันโอกาสทางการค้า เพื่อให้ไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเดียวกันมีบทบาทในเวทีการค้าโลก จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Stronger Together” หรือเติบโตไปด้วยกัน เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าในรูปแบบต่างๆ ที่มีต่อ CLMVT และอาเซียนที่กำลังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยแนวคิดนี้จะช่วยให้ไทยและประเทศสมาชิกสามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอื้อโอกาสและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างก้าวหน้าและยั่งยืน
               

     ทั้งนี้ ล่าสุดกรมได้ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(TPSO) ร่วมกันผลักดันให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนกลยุทธ์ แนวคิด และประสบการณ์ รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ผู้นำทางเศรษฐกิจ จากทั้งภาครัฐและเอกชนภายใต้ โครงการ CLMVT Executive Program on New Economy  ซึ่งที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวได้สร้างครือข่าย และโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศ CLMV มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะการสะท้อนถึงปัญหา อุปสรรค และนโยบายการแก้ไขที่จะช่วยให้ก้าวทันกับบริบทของการค้าโลก


     ด้าน นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กล่าวว่า  
CLMVT และ  ASEAN ถือเป็น Emerging Market ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก การสร้างเครือข่ายมิตรภาพระหว่างกัน จะพัฒนาเป็นเครือข่ายธุรกิจที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน รวมทั้งแบ่งปันประสบการณ์การทำงานกันซึ่งกันและกัน เหล่านี้จะสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับ ASEAN ได้อย่างแท้จริง




     เขากล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของ Branding เนื่องจากในกลุ่มอาเซียนมีประชากรกว่า 600 ล้านคน ซึ่งเป็นฐานและเป็นผู้บริโภคที่น่าสนใจ  แม้ว่าเราจะเป็นแหล่งผลิตสินค้าชั้นนำ แต่ยังขาดอัตลักษณ์บนเวทีการค้าโลก การสร้าง ASEAN Branding  ที่ยั่งยืนจึงเป็นสิ่งสำคัญ โครงการนี้จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการสร้างแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก มาร่วมทำ Workshop เรื่องการสร้างแบรนด์ มีสัมมนา Cross-Border Digital Trade Conference นำเสนอการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Site Visit   เยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมหัวเหว่ย(HUAWEI) ซึ่งแสดงถึงศักยภาพเทคโนโลยี IOT ที่ช่วยยกระดับการศึกษา และการพัฒนา The Smart City เป็นตัวอย่างและกรณีศึกษาในการนำเทคโนโลยีมายกระดับคุณภาพชีวิต และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันอีกด้วย


     ปริญญ์ พานิชภักดิ์  กรรมการบริหารสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายในกลุ่มประเทศ CLMVT และขยายสู่กลุ่มอาเซียน ทำให้เป็นการสร้างตัวตนให้กับผู้ประกอบการไทยบนเวทีโลกได้ ในขณะที่ปัจจุบันการค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความท้าทายมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องช่วยกันสร้างความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนให้แข็งแกร่งไปพร้อมกันจากพื้นฐานของเครือข่ายมิตรภาพและความจริงใจ
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​อยากโตในตลาด Red Ocean ต้องใช้สูตร “WhatIF Foods” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสิงคโปร์ เปลี่ยนเมนูสิ้นคิดสู่มื้อสุขภาพได้ใจคนยุคใหม่

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมักกินง่าย สะดวก และเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า แต่กลับไม่เป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายสักเท่าไร จะดีแค่ไหนถ้าเราได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรู..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​เวลาเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ บทเรียนจาก TOMS รองเท้าคนใจบุญ ยุติ One-for-One พลิกการตลาดเอาใจ Gen Z

การทำแคมเปญ One-for-One ส่งผลให้ TOMS กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่ประสบความสำเร็จ 15 ปีผ่านไป ความพยายามที่จะกลับสู่การเป็นแบรนด์ในดวงใจของคนรุ่นใหม่ทำใ..

by SME Thailand.| 29 เมย. 2021

​มาแรงสุด! “เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์” ผู้ผลิตเบียร์ในเอเชียแห่เกาะเทรนด์ เสียภาษีต่ำ-ทำกำไรมาก-โอกาสเติบโตสูง

ช่วงการระบาดของโควิด-19 สถานบันเทิงต่างๆ ต้องปิดเร็ว นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากยอดขายลดลงในทางกลับ..

by SME Thailand.| 26 เมย. 2021