ส่อง ‘เวียดนาม’ ตลาดการค้าเนื้อหอมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

by SME Thailand. 20 สค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • นับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เนื้อหอมสุดๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศ ‘เวียดนาม’ โดยพบว่ามี GDP ภายในประเทศสูงกว่าร้อยละ 7 ทีเดียว
 
  • จากการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าว จึงทำให้เวียดนามเป็นตลาดการค้าที่น่าสนใจเข้าไปลงทุนของผู้ประกอบการ SME ไทย ซึ่งแต่ละภูมิภาคก็ล้วนแล้วแต่มีพฤติกรรมผู้บริโภคที่โดดเด่นและแตกต่างกันออกไป



     ปฏิเสธไม่ได้ว่านาทีนี้ “เวียดนาม” กลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมสุดๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ) เพราะประเทศในโซนยุโรปหรือแม้แต่ในเอเชียล้วนแต่อยากสร้างสัมพันธ์ทางการค้าเข้าไปลงทุน ส่งออก หรือแม้แต่การย้ายฐานการผลิตเข้าไปอยู่ในประเทศเวียดนามด้วยกันทั้งนั้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งสังเกตได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่สูงถึงร้อยละ 7
               



     นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นประเทศมีการวิวัฒนาการด้านนวัตกรรมที่ดีอย่างต่อเนื่อง ประชากรในประเทศร้อยละ 50 อยู่ในวัยแรงงาน ช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวเวียดนามอย่างไม่ขาดสาย เปรียบเสมือนแบตเตอรี่ที่ช่วยเดินเครื่องเศรษฐกิจเวียดนามได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้นักธุรกิจหลายๆ คนที่ต้องการส่งออกจึงควรหันมามองถึงโอกาส และสร้างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศกับเวียดนาม ซึ่งมีหลายสินค้าและบริการที่มีแววเติบโต และสามารถนำรายได้เข้าสู่กระเป๋าได้อย่างมหาศาล

 
ขุมทรัพย์แห่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง


     ด้วยสภาพภูมิประเทศของเวียดนาม ที่มีพรหมแดนเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น จีน ลาว กัมพูชา รวมทั้งยังเป็นประเทศที่ติดทะเล ข้อนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้เวียดนามได้เปรียบในการขนส่งสินค้าทางเรือ ส่วนพื้นที่ที่เหมาะแก่การเข้าไปลงทุนนั้นจะอยู่ที่เวียดนามตอนเหนือบริเวณเมืองฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวง และมีการกระจุกตัวของประชากรหนาแน่น อีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจด้านการบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟเติบโตเป็นอย่างมาก  อีกด้าน คือ เวียดนามตอนใต้ บริเวณเมืองโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศและพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากถึง 16 ล้านคน มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเงินมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ดังนั้นจึงทำให้ธนาคาร  อุตสาหกรรม รวมทั้งศูนย์การค้าโมเดิร์นเทรดในนครโฮจิมินห์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง




     อีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจ คือ เมืองเกิ่นเทอ เป็นเมืองที่อยู่กลางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงจุดเด่น คือ เป็นพื้นที่ทำเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์  มีทั้งการทำประมง ปลูกข้าว โดยเมืองเกิ่นเทอถือเป็นเมืองรองหลักที่สำคัญของเวียดนาม  เพราะมีระบบการขนส่งสินค้าที่สะดวกและครอบคลุมทั้งทางน้ำ ทางอากาศ และทางบก อีกเมืองที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ เมืองดานัง ซึ่งอยู่ในภาคใต้ตอนกลาง โดยถูกออกแบบให้เป็นเมืองท่าสำหรับการขนถ่ายสินค้าออกสู่ทะเลจีนใต้ และอีกไม่นานจะถูกผลักดันเป็นประตูการค้าแห่งภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและศูนย์กลางการขนส่งทางทะเล นอกจากนี้รัฐบาลของเวียดนามยังมีนโยบายที่จะส่งเสริมดานังให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารทุกระดับเพิ่มจำนวนมากขึ้นเช่นกัน
 

สินค้าแบบไหนโดนใจคนเวียดนาม


     สินค้าไทยถือเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีในตลาดเวียดนาม เหตุผลเป็นเพราะว่าคนเวียดนามค่อนข้างมั่นใจและชื่นชอบสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมทั้งยังมองว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพ โดยสินค้าที่คนเวียดนามต้องการ คือ สินค้าแม่และเด็ก สินค้าอุปโภค อาหารประเภทเดลี่โปรดักส์ อาทิ นม น้ำหวาน ฯลฯ รวมถึงคอสเมติกที่เน้นเรื่องความขาว เพราะคนเวียดนามได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศเกาหลีใต้ นอกจากนี้ธุรกิจร้านอาหารและร้านคาเฟ่ยังคงเป็นอีกธุรกิจที่สามารถครองใจคนเวียดนามได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคนเวียดนามนิยมออกมาทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้นโดยเฉพาะวัยทำงาน




     ด้านการบริการอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องโรงแรมที่พัก อาทิ สบู่ แชมพู ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ของใช้ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ก็เป็นอีกตลาดที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะพฤติกรรมคนเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก จากปกติที่ประชาชนส่วนใหญ่มักชอบซื้อสินค้าตามร้านโชห่วย แต่ปัจจุบันมีการหันมาใช้บริการห้างสรรพสินค้าที่เป็นโมเดิร์นเทรดมากขึ้น เพราะประชาชนที่อยู่ในวัยทำงานมีกำลังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แต่ประชากรในแต่ละหัวเมืองของเวียดนามเอง ก็มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าที่เฉพาะตัวแตกต่างกันไป อาทิ คนภาคเหนือเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และเปลี่ยนใจยาก หากได้ลองตัดสินใจใช้สินค้าอะไรก็จะใช้แต่สินค้าเดิมๆ อย่างนั้น โดยมีความชอบสินค้าที่มีความหรูหรา และมีขนาดใหญ่


     ส่วนคนทางภาคใต้จะชอบความสะดวกสบาย เน้นสินค้าประเภทนวัตกรรม ชอบสินค้าที่แพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม เล็กกะทัดรัด ส่วนคนภาคกลางจะค่อนข้างอ่อนไหวกับราคาของสินค้า แต่เชื่อการโฆษณา ดังนั้นสินค้าต่างๆที่จะเข้าไปตีตลาดในเวียดนามได้จะต้องมีโปรโมชั่นและกิจกรรมที่สามารถทำให้คนเวียดนามพูดปากต่อปากได้ ที่สำคัญการทำการค้าในเวียดนามจำเป็นจะต้องมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นคนท้องถิ่นและมีความรู้ความเข้าใจในประเทศเวียดนามเป็นอย่างดี
               



     นอกจากช่องทางออฟไลน์แล้ว ในทางออนไลน์เองก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในเวียดนามด้วยเช่นกัน โดยพบว่าพฤติกรรมของคนเวียดนามในปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนมากถึงร้อยละ 70 และสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากถึงร้อยละ 90 ดังนั้นหากมีการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าในรูปแบบออนไลน์ น่าจะช่วยให้คนเวียดนามสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้เพิ่มมากขึ้นด้วย
 

ที่มา : DITP


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​โรงแรมหรูชูไอเดียฉีก “365 วันปันใจจากเนื้อสัตว์” เปิดมินิบาร์ที่เสิร์ฟแค่มังสวิรัติเท่านั้น!!!

เกริช เจฮันนูวาลา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเครือโรงแรมโอโวโล่เล่าถึงที่มาของแนวคิดการทำธุรกิจโรงแรมที่แตกต่าง กล้าทำร้านอาหารและบาร์ให้ปลอดเนื้อสัตว์ตลอด ..

by SME Thailand.| 24 พย. 2020

​“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในสตรี ที่ถือกำเนิดมาจากทหารผ่านศึก!

“Wacoal” แบรนด์ชุดชั้นในเก่าแก่ของโลกที่มีอายุธุรกิจยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษ รู้ไหมว่าเรื่องน่าทึ่งของวาโก้คือ ผู้ให้กำเนิดวาโก้ยังเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญ..

by SME Thailand.| 23 พย. 2020

​บริษัทเสื้อผ้าญี่ปุ่นพลิกกลยุทธ์ เปิด Specialty Store หน้ากากสู้โควิด อันละ 3 หมื่นก็มีขาย

โดยปกติชาวญี่ปุ่นจะซื้อหาหน้ากากอนามัย (แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง) ตามร้านขายยา แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด เริ่มมีแบรนด์ต่างๆ ผลิตหน้ากากผ้าออกจำหน่าย และน..

by SME Thailand.| 20 พย. 2020