รู้จัก “Malabar Baby” แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากอินเดียที่ราชวงศ์อังกฤษเลือกใช้

by SME Thailand. 26 สค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • นอกจากสร้างความปลื้มปิติ เวลาได้เห็นเหล่าราชวงศ์ปรากฏสู่สายตาสาธารณะชน อีกสิ่งหนึ่งที่เหล่าประชาชนมักให้ความสนใจไม่น้อย ก็คือ สิ่งของเครื่องใช้จากแบรนด์ต่างๆ ที่สามารถครองใจลูกค้าระดับราชวงศ์ได้
 
  • เหมือนเช่นผ้าคลุมแบรนด์ Malabar Baby จากอินเดีย ที่ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เลือกใช้เมื่อตอนอุ้มโอรสเดินนำหน้าเจ้าชายแฮร์รี่ พระสวามีปรากฏสู่สาธารณะ ก็ยิ่งสร้างความอยากรู้ว่าแบรนด์นี้มีอะไรดี จึงทำให้ลูกค้าระดับราชวงศ์วางใจเลือกใช้ได้



               
     พลันที่ภาพ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์อุ้มโอรสเดินนำหน้าเจ้าชายแฮร์รี่ พระสวามีปรากฏสู่สาธารณะ สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจกลับเป็นผ้าที่ใช้คลุมพระโอรสองค์น้อย มีการสืบเสาะจนพบว่าผ้าผืนดังกล่าวเป็นสินค้าแบรนด์ Malabar Baby จากอินเดีย สร้างความสงสัยว่าแบรนด์นี้มีดีอะไร ลูกค้าระดับราชวงศ์จึงวางใจเลือกใช้
               



     เจ้าของแบรนด์เป็นหญิงสาวชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียนามว่า อัญชลี ฮาร์ชานี เธอเล่าว่า เกิดและโตที่ไมอามี รัฐฟลอริดา ช่วงวัยรุ่นได้ย้ายกลับไปอยู่อินเดีย แม้ว่าจะเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า Culture Shock อันเป็นอาการที่เกิดจากความไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมเมื่อต้องย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ แต่สิ่งที่เธอชอบและรักมากๆ คือ ความรุ่มรวยทางประเพณีศิลปะดั้งเดิมของอินเดีย รวมถึงการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อก (Block Printing) ที่กลายมาเป็นเทคนิคสำคัญในการผลิตผลงานภายใต้แบรนด์ Malabar Baby
               

     ส่วนเหตุผลที่เลือกทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการนอนของทารกเนื่องจากตอนตั้งครรภ์ อัญชลีซึ่งขณะนั้นอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงได้ศึกษาข้อมูลเพื่อหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กแรกเกิด หลายคนอาจคิดว่าฮ่องกงน่าจะหาของไม่ยากเพราะสินค้าแทบทุกอย่างผลิตในเอเชียอยู่แล้ว ปรากฏว่าสิ่งที่ต้องการล้วนแต่มีขายในอเมริกาทั้งสิ้น เธอยังพบอีกว่า     แบรนด์ที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูงนั้นมีไม่กี่แบรนด์ที่มีดีไซน์เป็นของตัวเอง ได้ชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์เด็ก ทุกลวดลายจะออกมาเหมือนๆ กัน เช่น ลายลูกเป็ด ลายเท็ดดี้แบร์ หรือลายอื่นๆ ที่ซ้ำซากจำเจ
               



     เป็นที่มาของแนวคิดผลิตสินค้าเกี่ยวกับเด็กที่มีความสวยงาม สอดแทรกศิลปะลงไป และเป็นสินค้าที่ใช้ได้ไม่จำกัดเพศ อัญชลีจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการรู้สึกเท่ ทั้งเวลาที่เลี้ยงลูกที่บ้านหรือพาลูกออกไปนอกบ้าน ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมจึงเน้นงานศิลปหัตถกรรมของอินเดีย อัญชลีเล่าว่าเธอเดินทางไปยังชนบทหลายที่ในอินเดีย ส่วนใหญ่เป็นทางเหนือของประเทศทำให้ได้พบกับชาวบ้านที่ทำงานเกี่ยวกับผ้าและสิ่งทอ  เธอได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในชุมชนสตรีตามหมู่บ้านต่างๆ ที่เชี่ยวชาญด้านงานหัตถกรรมเกี่ยวกับผ้า ได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตผ้าพิมพ์ลาย
               

     และเมื่อ 3 ปีที่แล้ว อัญชลีได้ก่อตั้งบริษัทในฮ่องกงเพื่อจำหน่ายสินค้าแฮนด์เมดที่เธอสั่งผลิตจากอินเดีย ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายช่วงแรกๆ เป็นสินค้าทำจากผ้ามัสลิน ผ้าห่อตัวเด็ก และผ้าควิลท์ทำมือ จากนั้นก็ขยายไลน์มายังผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าผู้ใหญ่สไตล์ Loungewear หรือชุดลำลองใส่อยู่กับบ้านก็ได้ ใส่ออกนอกบ้านก็ไม่น่าเกลียด ไปจนถึงเสื้อผ้าเด็ก และชุดเครื่องนอนของผู้ใหญ่ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ 
               



     ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของ Malabar Baby เป็นงานทำมือ เริ่มด้วยการออกแบบลายและร่างลงบนกระดาษ จากนั้นส่งไปให้ช่างแกะสลักบล็อกไม้ (ใช้ไม้มะม่วง) แกะตามลวดลายที่ต้องการ ซึ่งใช้เวลาราว 10 วันในการแกะบล็อก เมื่อได้บล็อกแล้วก็มาดูที่สี เลือกสีที่เหมาะสม โดยผ้าหนึ่งผืนจะใช้เวลานานถึง 7 วันในการพิมพ์ลายด้วยมือ
               

     อัญชลีกล่าวว่าผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก ธุรกิจเธอเติบโตดีในเอเชียเนื่องจากเป็นตลาดที่ไม่ค่อยมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย ส่วนคำถามที่ว่าการที่ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Malabar Baby มีส่วนทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของแบรนด์หรือไม่ ภาพที่ดัชเชสใช้ผ้า Malabar Baby ห่อหุ้มโอรสที่ปรากฏต่อสื่อนั้น หากไม่สังเกตจริงๆ ก็ยากจะบอกว่าผ้าชิ้นนั้นมาจากแบรนด์ใด อัญชลีมองว่าแบรนด์ของเธอขับเคลื่อนด้วยตัวเอง จากที่เคยจำหน่ายทางออนไลน์ ตอนนี้สินค้าของเธอวางจำหน่ายตามร้านค้ากว่า 50 แห่ง
               



     แผนในอนาคตที่อัญชลีวางไว้ คือ ยังเน้นที่ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องนอนให้ดีที่สุด ยังอยากทำในสิ่งที่ถนัด และไม่จำกัดแค่ผลิตภัณฑ์เด็กเท่านั้น อย่างสินค้าล่าสุดที่เพิ่งแนะนำเข้าสู่ตลาดเป็นชุดนอนกรอมเท้าสำหรับคุณแม่ที่กำลังเป็นที่นิยมและต้องการเพิ่มมากขึ้นในตลาดฮ่องกง อัญชลีย้ำว่าต้องการให้ความสำคัญกับการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดทั้งด้านผ้าและศิลปะเกี่ยวกับผ้าสู่เอเชีย แต่ยังไม่มีโครงการผลักดัน  Malabar Baby ให้เป็นแบรนด์แฟชั่นรายใหญ่แต่อย่างใด
 
 
อ้างอิง
www.scmp.com/magazines/post-magazine/fashion/article/3022690/how-meghan-markle-put-hong-kong-based-lifestyle
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020