น้ำแข็งไสอะไร จากถ้วย 200 อัพเป็น 800 แต่ลูกค้ายังต่อคิวแน่น!

by SME Thailand. 17 กย. 2019
Share:


Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • “คากิโกริ” หรือน้ำแข็งไสญี่ปุ่น ว่ากันว่าเป็นต้นกำเนิดของบิงซูหรือน้ำแข็งไสของเกาหลี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้กำลังกลับมาเป็นที่ฮอตฮิตอีกครั้งในญี่ปุ่น เหตุเพราะมีการนำน้ำแข็งธรรมชาติมาผลิตเป็นคากิโกริ ให้รสสัมผัสที่ละเอียดกว่า ละลายช้ากว่า ทำให้สามารถอัพราคาจากถ้วยละ 200 เยน เป็น 800 เยนได้แบบสบาย โดยมีผู้ผลิตอยู่เพียงไม่ถึง 10 รายทั่วประเทศที่พลิกฟื้นธุรกิจนี้ขึ้นมา
 
  • คากิโกริแตกต่างจากบิงซูตรงที่บิงซูน้ำแข็งจะทำมาจากน้ำหวาน น้ำชง หรือนมซึ่งมีรสชาติ แต่คากิโกริทำจากน้ำแข็งเปล่าๆ ที่นำมาไสเป็นเกล็ดละเอียด แล้วค่อยเติมรสชาติด้วยน้ำหวานแต่งกลิ่นสีและรสเพิ่มในภายหลัง



       
     หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ “บิงซู” น้ำแข็งไสสัญชาติเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมในไทย มีการสันนิษฐานว่าบิงซูน่าจะเป็นของหวานที่มีการผ่องถ่ายวัฒนธรรมมาจากญี่ปุ่น แต่ทางเกาหลีนำไปดัดแปลงจนแตกต่างจากต้นฉบับเล็กน้อย น้ำแข็งไสของญี่ปุ่นที่มีลักษณะคล้ายบิงซูนั้นมีชื่อว่า “คากิโกริ” (kakigoro) เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอัน (Heian Period) หรือราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 11
               




     โดยสมัยนั้นจะเอาน้ำแข็งก้อนที่ได้จากธรรมชาติมาฝนด้วยมีดและเหล็กจนกลายเป็นเกล็ด แล้วนำมากินคู่กับน้ำหวานจากผลไม้และดอกไม้ จริงๆ แล้วน้ำแข็งไสนับเป็นอาหารชั้นสูงและมีราคาแพงมาก เพราะน้ำแข็งจะมีเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น นวัตกรรมสุดเก๋จึงอยู่ที่การสร้างโรงน้ำแข็งเพื่อเก็บรักษาน้ำแข็งเอาไว้ให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้คากิโกริกลายเป็นของสุดวิเศษที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มีโอกาสใฝ่ฝันถึง
               

     ส่วนร้านน้ำแข็งไสแห่งแรกของญี่ปุ่นเปิดขึ้นในปี 2415 บริเวณบาชามิจิ ในจังหวัดคะนะงะวะ ก่อนที่จะมีการคิดค้นเครื่องไสน้ำแข็งได้ในทศวรรษ 1930 กอปรกับการพัฒนาเครื่องทำน้ำแข็งที่สามารถทำน้ำแข็งได้ทุกฤดูกาล ไม่จำเป็นต้องรอช่วงฤดูหนาวเหมือนที่เคยเป็น ก็ทำให้น้ำแข็งไสกลายเป็นของหวานสามัญของชาวญี่ปุ่นทุกชนชั้นที่นิยมกินกันในช่วงฤดูร้อน
               




     คากิโกริของญี่ปุ่น มีความเหมือนบิงซูหลายอย่าง ต่างแค่น้ำแข็งไสบิงซูเป็นน้ำแข็งที่ทำจากน้ำหวาน น้ำชง หรือนมซึ่งมีรสชาติ แต่คากิโกริทำจากน้ำแข็งเปล่าๆ ที่นำมาไสเป็นเกล็ดละเอียด แล้วเติมรสชาติด้วยน้ำหวานแต่งกลิ่นสีและรส อาจจะสอดไส้หรือโปะหน้าด้วยท็อปปิ้งต่างๆ จำหน่ายกันที่ถ้วยละประมาณ 200 เยนหรือราว 60 บาท
               

     อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้เกิดกระแสความนิยมในคากิโกริที่ทำจากน้ำแข็งธรรมชาติ หลังจากที่มีผู้ประกอบบางคนเข้ามาจับธุรกิจผลิตน้ำแข็งด้วยวิธีธรรมชาติดั้งเดิม อันเป็นธุรกิจที่สูญหายไปหลายทศวรรษแล้ว ยูอิจิโร ยามาโมโตะ ชายวัย 68 ปีก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการจำนวนไม่ถึง 10 รายทั่วประเทศที่พลิกฟื้นธุรกิจนี้ใหม่ สถานที่ผลิตน้ำแข็งธรรมชาติของเขาอยู่บนภูเขาในเมืองนิกโก้ ทางเหนือของโตเกียว
               




     จุดเริ่มต้นที่ทำให้ยามาโมโตะเข้ามาทำธุรกิจผลิตน้ำแข็งธรรมชาติเมื่อ 13 ปีก่อน คือ ครอบครัวของเขาทำธุรกิจสวนพักผ่อน (leisure park) บนภูเขาอยู่แล้ว เรื่องพื้นที่ในการผลิตจึงไม่ใช่ปัญหา หลังจากที่ศึกษาข้อมูลนานหลายเดือน เขาก็ทดลองผลิตน้ำแข็งธรรมชาติในปริมาณไม่มาก งานผลิตจะเริ่มในฤดูใบไม้ร่วง โดยคนงานทำการเตรียมหลุม ขุดลงไปในดินคล้ายสระว่ายน้ำ แล้วปล่อยน้ำแร่เข้าไปในหลุมหรือสระที่ว่า
               

     จากนั้นก็ทิ้งไว้จนเข้าสู่ฤดูหนาว ระหว่างนั้นคนงานจะต้องหมั่นช้อนใบไม้ที่ร่วงลงไปทิ้ง กระทั่งน้ำในสระเริ่มแข็งตัว ก็ต้องคอยกวาดหิมะออก เพราะหากปล่อยให้หิมะทับถมบนสระ น้ำข้างล่างจะแข็งตัวเป็นน้ำแข็งช้า ยามาโมโตะเล่าว่าครั้งหนึ่ง เขาและคนงานเคยต้องใช้เวลาติดต่อกัน 16 ชั่วโมงในการกวาดหิมะออกจากสระ
               



     อุปสรรคอีกอย่าง คือ ฝน น้ำฝนจะทำให้น้ำแข็งเป็นรอยแตก และนั่นหมายถึงต้องทิ้งทั้งสระเพราะใช้การไม่ได้ โดยกว่าจะได้น้ำแข็งมาใช้งานจะต้องรอจนน้ำในสระแข็งตัวจนกลายเป็นน้ำแข็งมีความหนา 14 เซนติเมตร ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นคนงานจะทำการตัดน้ำแข็งเป็นก้อนๆ น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม แล้วนำไปเก็บบนชั้นไม้ไผ่ในห้องเย็นและคลุมด้วยขี้เลื่อย
               

     ในช่วงแรกๆ ที่ผลิตน้ำแข็งธรรมชาตินั้น ยามาโมโตะหาลูกค้าไม่ได้เลยจนเขาต้องตัดใจทิ้งน้ำแข็งเป็นตันๆ แต่วันหนึ่งมีคนจากห้างสรรพสินค้ามิตซูโคชิมาพบผลิตภัณฑ์น้ำแข็งธรรมชาติของเขาเข้า จึงสั่งไปขายในห้างติดป้ายน้ำแข็งเกรดพรีเมี่ยม ทำให้ธุรกิจเขาอยู่รอดได้
น้ำแข็งธรรมชาติก้อนใหญ่ของยามาโมโตะจำหน่ายที่ก้อนละ 9,000 เยนหรือราว 2,600 บาท ซึ่งแพงกว่าน้ำแข็งทั่วไปถึง 6 เท่า แต่ความต้องการในตลาดกลับเพิ่มขึ้น ถึงกระนั้นยามาโมโตะก็ผลิตน้ำแข็งธรรมชาติป้อนตลาดได้ปีละ 160 ตันเท่านั้น
               



     ภายหลังเริ่มมีลูกค้าเป็นร้านคากิโกริมาซื้อน้ำแข็งธรรมชาติไปทำน้ำแข็งไสเสิร์ฟลูกค้า เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและทำให้ขายได้ราคาดีขึ้น คือ จากปกติถ้วยละ 200 เยน สามารถขยับเพิ่มขึ้นเป็นถ้วยละ 800 เยน  หรือราว 230 บาทได้ อย่างที่อำเภอยานากะ แต่ละวันมีลูกค้ากว่า 1,000 คนรอคิวเพื่อมาลิ้มรสคากิโกริที่ทำจากน้ำแข็งธรรมชาติบนเทือกเขานิกโก้
               

     โคจิ โมรินิชิ เจ้าของร้านน้ำแข็งไสแห่งหนึ่งเล่าว่าช่วงเปิดร้านใหม่ๆ ธุรกิจไม่กระเตื้องสักเท่าไร เขาจึงสร้างจุดขาย ยอมสั่งน้ำแข็งธรรมชาติมาทำคากิโกริ โดยน้ำแข็งธรรมชาติจะต่างจากน้ำแข็งทำด้วยเครื่องตรงที่มีความแข็งกว่า ละลายช้า และเวลาใช้เครื่องไสจะได้เกล็ดที่ละเอียดกว่า นอกจากใช้น้ำแข็งชั้นดีราคาแพง ท็อปปิ้งของเขายังเป็นซอสผลไม้ที่ทำจากผลไม้แท้ๆ เช่น มะม่วง พีช และอื่นๆ ไม่ใช่น้ำหวานแต่งกลิ่นสีรสราคาถูก จึงทำให้ขายได้ราคาดีเมื่อเทียบกับน้ำแข็งไสเจ้าอื่น
 
               
อ้างอิง
www.scmp.com/news/asia/east-asia/article/3023286/nice-ice-baby-whats-those-pricey-kakigori-shaved-ice-desserts
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​มังกรเปลี่ยนทิศ! ตลาดจีนไปต่อไม่ไหว ลองมาเจาะ ‘ลูกค้าจีนในไทย’ ดูสักตั้ง!

เมื่อมังกรเปลี่ยนทิศ ได้เวลา SME ไทยเปลี่ยนทาง หันมาเจาะตลาดลูกค้าคนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยดูบ้าง ซึ่งคาดว่ากลุ่มนี้มีอยู่ราว 3-4 แสนราย ซึ่งเป็น..

by SME Thailand.| 17 ตค. 2019

​จับตา “ภูฏาน” ขึ้นแท่นประเทศออร์แกนิกโลก! ดันส่งออกสินค้าปลอดสารสร้างเศรษฐกิจชาติ

ภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย แม้ช่วงหลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรู้จักดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าจากฉายาสวรรค์บน..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2019

​รุ่น 3 ก็ปังได้! หนุ่มสิงคโปร์ปั้นโรงงานน้ำตาลเก่าให้ก้าวกระโดดเป็นธุรกิจ 2 พันล้าน

Cheng Yew Heng Candy Factory เป็นโรงงานน้ำตาลอายุเก่าแก่ 72 ปีของสิงคโปร์ที่ผ่านการบริหารจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นคนหนุ่มไฟแรงเข..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2019