แบรนด์นอกถอยไป! ได้เวลา C-beauty เครื่องสำอางจีนทวงบัลลังก์คืน

by SME Thailand. 20 กย. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์



 
Main Idea
 
  • ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก หลายแบรนด์หรูจากนอกต่างเข้ามายึดหัวหาดครองตลาดอยู่นับหลายสิบปี
 
  • แต่เร็วๆ นี้ Chinese-beauty หรือเรียกสั้นๆ ว่า “C-beauty” กลับตีตื้นรุกขึ้นมาทวงตลาดคืน ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มตลาดบนยกระดับคุณภาพพรีเมียมเทียบเท่าแบรนด์หรูบวกกับกระแสรักชาติที่มาแรง จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
 
  • จากผลการสำรวจพบว่าในช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา 3 ใน 4 ของผู้บริโภคจีนเลือกซื้อสินค้าเกี่ยวกับความงามที่เป็นแบรนด์ในประเทศ ร้อยละ 50 เป็นการซื้อครั้งแรก และเกือบร้อยละ 90 พิจารณาที่จะซื้อซ้ำ
 
 
 
     ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นอีกตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก แต่ไหนแต่ไรมาเครื่องสำอางหรูแบรนด์พรีเมียม คุณภาพสูงจากต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีเข้ามาทำยอดขายได้สบายๆ แม้จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่นของจีนเปิดตัวบ้างประปราย แต่บรรดาแบรนด์นอกก็ไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งหรือรู้สึกว่าเป็นภัยคุกคามแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามช่วงหลังๆ มานี้ สภาวการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเครื่องสำอางแบรนด์จีนทั้งหลายรุกหนักในตลาด จนดูเหมือนกลายเป็นยุคแห่งผลิตภัณฑ์ความงามจากจีนกำลังครองตลาดอย่างไรอย่างนั้น





     รายงานของบริษัท กันตาร์ กรุ๊ป ที่ให้คำปรึกษาด้านการตลาดที่จัดทำร่วมกับ บริษัท เท็นเซนต์ โฮลดิ้งส์ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ระบุผลิตภัณฑ์ Chinese-beauty หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า C-beauty กลายเป็นปรากฏการณ์แจ้งเกิดในปี 2562 นี่เอง ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ การขยับจากการผลิตสินค้าราคาต่ำไปยังสินค้าเกรดพรีเมียมสำหรับตลาดบน เมื่อผู้บริโภคในจีนเองเริ่มหันมาอุดหนุนสินค้าผลิตในประเทศ ผลิตภัณฑ์ C-beauty ที่ประทับตราว่า  เมดอินไชน่า จึงแทรกเข้าไปทับซ้อนตลาดเครื่องสำอางหรูจากแบรนด์นอกได้ 


     ผลการสำรวจความเห็นพบว่า ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน 3 ใน 4 ของผู้บริโภคจีนซื้อสินค้าเกี่ยวกับความงามที่เป็นแบรนด์ในประเทศ โดยร้อยละ 50 เป็นการซื้อครั้งแรก จากการสำรวจยังพบอีกว่าเกินร้อยละ 40 ยินดีจะซื้ออีกในอนาคต และเกือบร้อยละ 90 พิจารณาที่จะซื้อซ้ำ รายงานระบุการเปลี่ยนค่านิยมของผู้บริโภคจีนจากแบรนด์นอกไปสู่    แบรนด์ในประเทศเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน




     และไม่ใช่เพราะราคาที่จูงใจอย่างเดียว แน่นอนว่าราคาอาจเป็นปัจจัยต้นๆ ที่นำไปสู่การตัดสินใจซื้อ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคดจีนอุดหนุน C-beauty เพราะคุณภาพตรงตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม คุณภาพคุ้มราคา มีความน่าเชื่อถือ และใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นผลิต เมื่อผนวกกับการอัดแคมเปญการตลาด และการสร้างสตอรี่ต่างๆ แบรนด์ C-beauty  จึงพากันแจ้งเกิดในเวลาไม่นาน


     C-beauty กลายเป็นกระแสล่าสุดที่ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งหันกลับมานิยมสินค้าจีนแม้ว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสินค้าแบรนด์นอกก็ตาม ผู้บริโภคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นประชากรหญิงอายุระหว่าง 15-25 ปี อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีความเจริญสูงสุด และมักตกเป็นทาสแคมเปญการตลาดที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำในวัยเด็ก ยกตัวอย่าง บริษัท ไวท์แรบบิท เจ้าของลูกอมรสตรากระต่ายขาวอันเป็นที่รู้จักดีก็เข้ามาจับตลาดความงามโดยผลิตน้ำหอมและสกินแคร์ออกจำหน่ายเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่





     อีกปัจจัยที่ทำให้ C-beauty  จุดติด คือ การเป็นทางเลือกที่ย่อมเยากว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์ใหญ่ และ C-beauty หลาย ๆ แบรนด์ก็โฆษณาว่าผลิตภัณฑ์ของตนมีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์จากต่างประเทศ แต่ราคาถูกกว่าเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น นอกจากนั้น C-beauty ยังอาศัยบุคคลมีชื่อในสังคมและเน็ตไอดอลทำการตลาดผ่านโซเชียลของจีน เช่น เว่ยป๋อที่เปรียบเสมือนเฟซบุ๊กเวอร์ชั่นจีน ลิตเติ้ลเรดบุ๊ก และวีแชท เป็นต้น 


     C-beauty บางแบรนด์ชูจุดขายผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติตามศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณ ยกตัวอย่างสกินแคร์แบรนด์ “Inoherb” ที่โด่งดังในเรื่องการนำ Rhodiola Rosea รากสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณ มาใช้ในผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเชื่อว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรของจีนจะให้ผลดีกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์ต่างประเทศที่ใช้เคมี ซึ่งอาจทำลายผิวได้  


     แม้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์หรูจากต่างประเทศจะยังยืนหนึ่งในตลาดจีน โดย 3 แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากสุดในปี 2561 คือ ดิออร์, เอสเตอร์ลอเดอร์ และลอรีอัล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรดาแบรนด์ C-beauty ของจีนก็กำลังมาแรงเช่นกัน  นอกจากแบรนด์ที่มีอยู่ ก็ยังมีแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีลูกค้ากลุ่ม Gen Z ผู้รักสวยรักงามวัยระหว่าง 18-22 ปี ช่วยขับเคลื่อน


     ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ของจีนไม่ได้คลั่งไคล้เครื่องสำอางแบรนด์เนมมากเหมือนเมื่อก่อน กอปรกับช่องทางการตลาดที่หลากหลายขึ้นทางโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์ C-beauty เข้าถึงลูกค้าโดยตรงง่ายขึ้น สำหรับแบรนด์ C-beauty ยอดนิยมที่รังสรรค์ผลิตภัณฑ์และสามารถติดป้าย Made in China จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในจีน ได้แก่ Hedone, Front Cover, Amour, Sevenfriend และMarie Dalgar Color Studio 
 
 
อ้างอิง
https://jingdaily.com/c-beauty-lessons/
www.scmp.com/lifestyle/fashion-beauty/article/3009647/c-beauty-online-beauty-disrupters-use-influencers-reach
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​นวัตกรรมเกษตรยุคใหม่ ผู้ประกอบการซาอุฯ ปลูกพืชได้ในน้ำเค็ม กินดี อยู่ได้ ในวันที่ขาดแคลนน้ำจืด

มีหลายพื้นที่ของโลกใบนี้ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร เพราะไม่มีแหล่งน้ำจืด ดินไม่อุดมสมบูรณ์ และอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม RED Sea Farms ผู้ประกอบการด้านเ..

by SME Thailand.| 21 มิย. 2021

​ส่องไอเดียนวัตกรรมอย่างง่าย หารายได้ให้ธุรกิจโรงแรมเอาตัวรอดได้ในคลื่นวิกฤต

เมื่อธุรกิจโรงแรมมีลูกค้ายกเลิกการจองทุกวัน มีอัตราเข้าพักน้อยลงทุกที และยังรู้แก่ใจดีว่าการระบาดอาจจะไม่สิ้นสุดในเวลาอันใกล้ แต่อย่าเพิ่งยอมแพ้แล้ว..

by SME Thailand.| 17 มิย. 2021

​กักตัวเหงาๆ คนแห่ทำสีผมแก้เซ็ง! ปลุกตลาดสินค้าสำหรับผมโตแรงสุด ยอดขายพุ่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ขณะที่ยอดจำหน่ายลิปสติกและเครื่องสำอางอื่นๆ ลดฮวบกลับมีผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ยอดขายเติบโตนั่นคือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม เพราะผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่..

by SME Thailand.| 14 มิย. 2021