ส่องทางดิ้น Art Village ในจีน ผลิตซ้ำภาพวาดของศิลปินดังให้ยังขายได้ในยุคดิจิทัล

by SME Thailand. 03 ตค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
 
  • งานศิลปะจากศิลปินชื่อดังมักมีมูลค่าสูง แม้จะไม่ใช่ภาพ Original ก็ตามยังสามารถทำรายได้มหาศาล แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งนอกเมืองเซินเจิ้นของจีน คือแหล่งผลิตซ้ำงานศิลปะของศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นแวนโก๊ะ ไมเคิล แองเจโล ปิกัสโซ่ หรือแรมบรันต์ โดย 60 เปอร์เซนต์ของงานเลียนแบบที่ประดับประดาทั่วโลก มาจากหมู่บ้านชื่อ “ต้าเฟิง” นี่เอง
 
  • อย่างไรก็ตาม เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน เมื่อตลาดศิลปะในบ้านซบเซา ศิลปินและแกลเลอรีต่างๆ ในจีนพากันปรับตัว วิธีการหนึ่งคือการเปิดประตูเข้าสู่อี-คอมเมิร์ซ และเข้าหาลูกค้าในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งการค้าแบบไร้พรมแดนในโลกดิจิทัลเช่นนี้ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้จริง
 



     จีนขึ้นชื่อว่าลอกเลียนแบบสินค้าและทุกสิ่งอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ คงไม่แปลกอะไรหากงานศิลปะอันเป็นงานผลิตซ้ำหรืองานลอกเลียนแบบศิลปินดังที่วางขายและกระจายตามที่ต่างๆ ทั่วโลก 60 เปอร์เซนต์จะเป็นงานที่ผลิตในจีน และแหล่งผลิตงานศิลปะเลียนแบบที่ใหญ่สุดของจีนก็เห็นจะเป็น “ต้าเฟิน” หมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองเสิ่นเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เรียกได้ว่าหมู่บ้านนี้เป็นที่สิงสถิตของบรรดานักวาดภาพ และสินค้าโอท็อปของที่นี่ก็คือภาพวาดหลากหลายราคา ตั้งแบภาพละ 10 หยวนไปจนถึงหลักหมื่นหยวนก็มี


     ข้อมูลระบุธุรกิจเกี่ยวกับงานศิลปะที่เกี่ยวเนื่องตั้งแต่การผลิต การเป็นนายหน้าค้าภาพ ไปจนถึงร้านจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับการวาดภาพ และร้านรับทำกรอบรูปสร้างรายได้ให้กับหมู่บ้านต้าเฟิงคิดเป็นมูลค่าราว 4,290 ล้านหยวนหรือเกือบ 20,000 ล้านบาท และทำให้ต้าเฟิงได้รับฉายา “โรงงานผลิตภาพสีน้ำมันของโลก”
                
               



     สำหรับคนที่กังขาที่มาที่ไปของหมู่บ้านต้าเฟิงว่าเหตุไฉนจึงกลายเป็นสถานที่ขึ้นชื่อในการผลิตงานศิลปะส่งขายไปทั่วโลก ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1980 หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ถูกมองข้ามเนื่องจากไม่มีอะไรโดดเด่น กระทั่งปี 1989 หรือ 30 ปีที่แล้ว หวง เจียง ชายชาวฮ่องกงซึ่งเป็นทั้งช่างเขียนและพ่อค้าได้ย้ายนิวาสถานจากฮ่องกงมาปักหลักที่ต้าเฟิง โดยนำลูกน้องมาด้วยจำนวนหนึ่ง และมาฝึกเด็กในหมู่บ้านให้รู้วิธีวาดภาพ จากนั้นก็ผลิตงานศิลปะตามคำสั่งซื้อที่ได้รับจากลูกค้า            
               

     จากงานศิลปะที่เคยสร้างสรรค์เอง ภายหลังหวง เจียงหันมาจับงานผลิตซ้ำลอกเลียนภาพวาดของศิลปินดัง อาทิ วินเซน์ แวนโก๊ะ, ลีโอนาร์โด ดาร์ วินชี่ ปิกัสโซ่ และแรมบรันต์  จวบจนเข้ากลางทศวรรษ 2000 อุตสาหกรรมการผลิตซ้ำงานศิลปะในต้าเฟิงก็เบ่งบานสุดขีด แกลเลอรีภาพวาดผุดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ให้หมู่บ้าน ธุรกิจค้าภาพเขียนมีทั้งแบบค้าปลีกและค้าส่ง มีทั้งผลงานของจิตรกรที่ร่ำเรียนมาโดยตรง และจากชาวบ้านที่ได้รับการฝึกมา



                

     ในที่สุด ต้าเฟิงซึ่งมีประชากรราว 80,000 คนก็กลายเป็นหมู่บ้านศิลปะอันเป็นเป้าหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเสิ่นเจิ้น ชื่อเสียงของต้าเฟิงยังขจรขจายเมื่อมีการจัดงาน World Expo 2010 ที่เซี่ยงไฮ้ แล้วบูธการแสดงจากเซินเจิ้นได้นำเสนองานศิลปะ อันเป็นภาพวาด 999 ชิ้น ผลงานของคนในแวดวงศิลปะกว่า 500 คนมาเรียงต่อกันเป็นภาพ  “Dafen Lisa” ประกอบกับเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จำนวนชนชั้นกลางในประเทศเพิ่มมากขึ้น และมีบ้านเป็นของตัวเอง มีกำลังซื้อของตกแต่งบ้านมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจศิลปะในหมู่บ้านนี้เฟื่องฟู
                
    
     สำหรับภาพเลียนแบบศิลปินชื่อก้องโลกที่ได้รับความนิยมมากสุดประกอบด้วย ภาพดอกทานตะวันของแวนโก๊ะ ภาพความฝันของปิกัสโซ่ และภาพพระเจ้าสร้างอาดัมของไมเคิล แองเจโล ลูกค้าที่อุดหนุนภาพวาดจากต้าเฟิงได้แก่โรงแรม ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงศูนย์ประชุม เจ้าของแกลเลอรี ร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน และนักสะสมงานศิลปะ 
                




     อย่างไรก็ตาม ภายหลังตลาดงานศิลปะในจีนได้เปลี่ยนแปลง ส่วนหนึ่งมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ต้าเฟิงไม่ได้กลายเป็นแหล่งเดียวที่ผลิตงานศิลปะ แต่หลายๆ หมู่บ้านในหลายมณฑลได้เลียนแบบ ทำให้เกิดการตัดราคากันขึ้น งานที่ผลิตออกมาไม่ได้ขายได้ราคาสูงเหมือนเคย นอกจากนั้น กำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศเริ่มชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย บรรดาศิลปินและเจ้าของแกลเลอรีจึงต้องปรับโมเดลการทำธุรกิจ เช่น หันไปจำหน่ายผ่านอาลีบาบา แพลทฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ และเข้าหาลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น
               

     ยกตัวอย่าง ไมล์ แท็ง เจ้าของแกลเลอรี B&C Arts ในต้าเฟิงที่แก้ปัญหาการอิ่มตัวของตลาดค้าปลีกงานศิลปะด้วยการหันมาจับธุรกิจค้าส่งให้กับบรรดาร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านในสหรัฐฯ และเม็กซิโก โดยผลิตงานส่งให้ลูกค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละ 500 ชิ้น บางช่วงอาจสูงถึง 1,000 ชิ้นขึ้นอยู่กับเทศกาล ซึ่งการจับธุรกิจค้าส่งเช่นนี้ทำธุรกิจของเขาไม่เพียงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยังทำรายได้มากขึ้นด้วย
 

     อ้างอิง : www.artsy.net/article/artsy-editorial-village-60-worlds-paintings-future-jeopardy
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
Share:

Related Articles

​เปลี่ยนเกมรุก! เจาะตลาดจีนยุคใหม่ ขายอะไร ใช้กลยุทธ์ไหนให้รุ่ง

แม้การทำธุรกิจในประเทศจีนจะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่จีนก็ยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย โดยจีนยังคงเป็นตลาดหลักอันดับ 1 ทั้งในภาคการส่งออกสินค้าไทยไปขาย..

by SME Thailand.| 12 พย. 2019

​วิบากกรรมโรงแรมฮ่องกง! ประท้วงยืดเยื้อธุรกิจอ่วมหนัก ห้องว่าง 80% ค่าเช่าเหลือหลักร้อย

อัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ราคาห้องพักบางแห่งถูกเฉือนเหลือแค่คืนละ 9 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น

by SME Thailand.| 11 พย. 2019

​โตไม่หยุด! ชาวมิลเลนเนียลปลุกตลาดสินค้าหรูมือสองคึกคักทั่วโลก

สินค้าหรูมือสองกำลังกลายเป็นกระแสหลัก และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนียล และ Gen Z โดยเป็นกลุ่มที่สร้างความตระหนักรู้ ..

by SME Thailand.| 06 พย. 2019