พระเจ้าสั่งมา! หนุ่มสิงคโปร์เปิดคาเฟ่ “d’ Good Café” ใช้หลัก 3 Good บริหารธุรกิจโต

by SME Thailand. 08 ตค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea
 
  • ความแตกต่างของ d’ Good Café ร้านกาแฟของหนุ่มสิงคโปร์ “ไมค์ ชิน” เมื่อเทียบกับร้านกาแฟอื่น คือ การชงกาแฟแบบ Customization ให้ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ต่างๆ มาผสมเองได้  เพราะเชื่อว่า “กาแฟที่ดีที่สุด คือ กาแฟที่ลูกค้าชอบ”
 
  • เขาใช้หลัก “3 good” หรือปรัชญา 3 ข้อในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1. นำเสนอสิ่งดี 2. ปฏิบัติต่อพนักงานดี เป็นเจ้านายที่ดี 3. สินค้าที่ดีเท่ากับการตลาดดี บริหารกิจการให้เติบใหญ่จนถึงวันนี้



               
     จุดเริ่มต้นในการดำเนินธุรกิจของหลายๆ คนอาจจะคล้ายกัน แต่สำหรับ “ไมค์ ชิน” หนุ่มสิงคโปร์ผู้ฝักใฝ่ในศาสนานั้นต่างออกไป ไมค์และภรรยาเป็นคริสเตียนที่ค่อนข้างเคร่งศาสนาและชอบไปโบสถ์ ไมค์เล่าว่า เมื่อ 6 ปีก่อน เขาได้ยินเสียงเพรียกจากพระเจ้า พระองค์มีดำริให้เขาเปิดธุรกิจเพื่อรับใช้ชุมชนและสร้างผลกระทบเชิงบวกในตลาด ไมค์ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่บริษัท เพื่อทำตามความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ในขณะที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือทำอะไร พระเจ้าก็นำทางให้เขาไปฝึกจิตวิญญาณที่ภูเขาในเกาหลีใต้ ณ ที่นั้นเอง เขาได้รู้แจ้งเห็นจริงเมื่อพระเจ้าประทาน “พิมพ์เขียว” ในการทำธุรกิจร้านกาแฟมาให้
               




     ไมค์เดินทางกลับมายังสิงคโปร์ ตระเวนหาทำเลเพื่อเปิดคาเฟ่ จนในที่สุดก็ได้พื้นที่ชั้น 2 และ 3 ของอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในย่านฮอลแลนด์วิลเลจ ชุมชนเก่าของชาวดัทช์ที่อยู่ระหว่างเขตการวางแผนของบูกิตติอาห์และควีนส์ทาวน์ในภาคกลางของสิงคโปร์ ไมค์ออกแบบและตกแต่งร้านเอง ปี 2553 d’ Good Café ก็ได้ฤกษ์เปิดบริการ ธุรกิจเติบโตด้วยดี กระทั่ง 3 ปีต่อมา หรือปี 2558 ก็ขยายสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 2 ที่ศูนย์การค้าทาคาชิยาม่า และเพิ่งเปิดสาขา 3 ที่สนามบินชางงีในปีนี้
               




     ความแตกต่างอย่างหนึ่งของ d’ Good Café เมื่อเทียบกับร้านกาแฟอื่น คือ การชงกาแฟแบบ Customization คือ ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ต่างๆ มาผสมเอง เหตุที่ทำเช่นนั้นมาจากการที่ไมค์เกิดความสงสัยว่า “กาแฟที่ดีที่สุด คือ กาแฟแบบไหน” และเขาได้พยายามหาคำตอบจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ทุกคนให้คำตอบเหมือนกัน คือ “กาแฟที่ดีที่สุด คือ กาแฟที่ลูกค้าชอบ”
                 

     ปริศนาได้รับการไข คำตอบนี้ทำให้เขาคิดได้ว่าทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล เมื่อไมค์ต้องอธิบายเรื่องนี้ เขามักยกตัวอย่างผลงานด้านศิลปะของปิกัสโซ่ สำหรับบางคนดื่มด่ำกับภาพวาดฝีมือปิกัสโซ่มอบมูลค่านับล้านๆ เหรียญ ในขณะที่หลายคนมองภาพแล้วไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าปิกัสโซ่ต้องการสื่ออะไรก็มี ไมค์เปรียบเปรยว่ากาแฟก็เหมือนงานศิลปะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนชอบอย่างไร และทุกคนมีสิทธิ์ชอบไม่เหมือนกัน นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของบริการชงแบบตามใจให้ลูกค้าได้เลือกและเบลนด์กาแฟเอง  
               




     ไมค์กล่าวว่าความสำเร็จในธุรกิจร้านกาแฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องดื่ม อาหาร หรือการตกแต่งร้านอย่างเดียว สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ “ประสบการณ์” ที่ลูกค้าได้รับระหว่างใช้บริการ และนี่คือ ปรัชญา 3 ประการในการดำเนินธุรกิจที่เขาต้องการแบ่งปัน แน่นอนว่าเป็นทิศทางที่ถูกกำหนดโดยพระเจ้าที่ไมค์นับถือนั่นเอง
               

     1.นำเสนอ “สิ่งที่ดี” แก่ลูกค้าและชุมชน สิ่งดีๆ ที่ว่าหมายรวมถึงทุกอย่าง ตั้งแต่สินค้า และบริการไปจนถึงการคืนกำไรให้สังคมและทำประโยชน์ให้ชุมชน เช่น การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ซึ่งก็คือการทำ Csr (Corporate social responsibility) อันเป็นกลยุทธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่หลายแบรนด์นิยมใช้นั่นเอง แต่สิ่งดีๆ อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การมอบความสบายใจในการใช้บริการให้ d’ Good Café เปรียบเสมือนบ้านที่สอง จึงไม่แปลกหากจะพบภาพลูกค้าเดินเท้าเปล่าถือแก้วกาแฟเดินไปมาในร้านเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง
               




     2.ปฏิบัติต่อ “พนักงานดี เป็นเจ้านายที่ดี” สนับสนุนพนักงานให้มีความก้าวหน้า สมกับที่เป็น “บอสในดวงใจ” ไมค์ใส่ใจพนักงานทุกคนไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ หรือพนักงานพาร์ทไทม์ เขาจะคอยสอดส่องเพื่อมองหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวพนักงาน แล้วเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานหลายๆ อย่างและแสดงความสามารถเต็มที่ เขาให้ค่าพนักงาน และมักจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ ที่ร้าน d’ Good Café ของเขา 70 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่เสิร์ฟในร้านเป็นเมนูที่พนักงานช่วยกันรังสรรค์ อย่างเมนูไข่เบเนดิกต์ที่เป็นจานแนะนำ ก็เป็นเมนูที่บาริสต้าพาร์ทไทม์ดัดแปลงขึ้นมา
               

     3.สินค้าที่ดีเท่ากับ “การตลาดดี” หัวใจสำคัญของร้านคาเฟ่ คือ อาหารอร่อย เครื่องดื่มรสชาติดี เพราะหากปราศจากสิ่งนี้กลยุทธ์อื่นๆ อาจช่วยได้ไม่มาก เพราะอาหารและเครื่องดื่ม คือ แม่เหล็กดึงลูกค้าและบล็อกเกอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายให้มารีวิวและแนะนำร้านในโซเชียลมีเดีย ร้าน d’Good Café เองได้รับการประชาสัมพันธ์โดยไม่เสียเงิน และบางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเมื่อมีกลุ่มบล็อกเกอร์สายแฟชั่นมาใช้บริการ แล้วเกิดความประทับใจจนมีการบอกกันปากต่อปาก influencer marketing จึงมีผลอย่างมากต่อธุรกิจ
                




     ในการดำเนินธุรกิจนั้น ไมค์ยอมรับว่าไม่ได้ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดทาง แต่ที่ผ่านมาแม้จะมีผิดหวัง หรือไม่ได้ดั่งใจบ้าง เขาก็ไม่เสียใจ มองว่าทุกการตัดสินใจไม่ว่าถูกหรือพลาด เป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้และทำให้คาเฟ่ d’ Good Café เป็นอย่างที่เป็นในปัจจุบัน รวมถึงการได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดีด้วย
 
 
อ้างอิง : https://vulcanpost.com/673122/d-good-cafe-singapore-founder/
 
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020