จับตา “ภูฏาน” ขึ้นแท่นประเทศออร์แกนิกโลก! ดันส่งออกสินค้าปลอดสารสร้างเศรษฐกิจชาติ

by SME Thailand. 16 ตค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์





Main Idea

 
• ภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย แม้ช่วงหลังจะเปิดรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรู้จักดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าจากฉายาสวรรค์บนพสุธา เนื่องจากโอบล้อมด้วยภูเขาและมีทิวทัศน์สวยงาม


• อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าในอนาคตภูฏานอาจได้รับการจดจำในอีกสถานะหนึ่ง คือ การเป็นประเทศที่ผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตรแบบออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์


• ทั้งนี้รัฐบาลได้ทุ่มเม็ดเงินเริ่มเดินหน้าโครงการแล้ว โดยมีภาคการเกษตร และผู้ประกอบการขานรับ แต่จะใช้เวลาอีกยาวนานแค่ไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองต่อไป




               
     เป็นประเทศเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย คนไทยเริ่มรู้จัก “ภูฏาน” หรือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ “ราชอาณาจักรภูฏาน” เมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งเป็นมกุฏราชกุมารในขณะนั้น เสด็จร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2549 ตั้งแต่นั้นมาภูฏานก็กลายเป็นอีกจุดหมายหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องการไปค้นหา ประเทศที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าแห่งนี้
               




     ภูฏาน มีพื้นที่ราว 46,500 ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับ 6 จังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง และแพร่รวมกัน จำนวนประชากรเบาบางแค่ประมาณ 8 แสนคน อาชีพหลักของคนในประเทศคือ เกษตรกรรม ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดเล็กแถมถูกขนาบด้วยอินเดียและจีน ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทำให้หลายคนอาจสงสัยภูฏานดำเนินธุรกิจกับต่างประเทศหรือไม่
               

     คำตอบ คือ ภูฏานมีสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้าพลังน้ำ โลหะผสม เหล็ก ซีเมนต์ ลวดทองแดง แร่แมงกานีส ยิปซัม และแคลเซียมคาร์ไบต์ โดยตลาดส่งออกหลัก คือ อินเดียกับบังคลาเทศ ส่วนตลาดที่ภูฏานนำเข้าสินค้า คือ อินเดีย ไทย และฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามช่วงหลังรัฐบาลภูฏานได้เริ่มโครงการ Organic Flagship Program เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบออร์แกนิกเชิงพาณิชย์แบบจับตลาดกว้าง
               




     โดยการนำผลผลิตที่ได้ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รัฐบาลตั้งเป้าจะทำให้ภูฏานขึ้นแท่น organic nation ประเทศที่ผลิตสินค้าไม่ปนเปื้อนเคมีหรือสารสังเคราะห์ใดๆ แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนอกจากรัฐบาลจะทุ่มงบ 1,000 ล้านงุลตรัมหรือราว 500 ล้านบาทในการผลักดันโครงการนี้ ยังได้รับความช่วยเหลือจาก Asian Food and Agriculture Cooperation Initiative(AFACI) ทั้งด้านเงินทุน ความรู้ และเทคโนโลยี
               

     ตบมือข้างเดียวไม่ดังฉันใด การทำโครงการให้เป็นจริงได้ก็ต้องได้รับความมือจากภาคประชาชนด้วยจึงจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากในภูฏานก็เริ่มตื่นตัวในเรื่องนี้ หนึ่งในนั้น คือ เคซาง เชดอน อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงแห่งทิมพู เมืองหลวงของประเทศที่ผันมาเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจผลิตอาหารออร์แกนิก โดยเธอมีส่วนช่วยเหลือชุมชนด้วยการจ้างงานและฝึกหญิงสาวราว 30 คนให้รู้จักผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากวัตถุดิบพื้นถิ่น   
               




     สินค้าที่ผลิตมีเกือบ 150 รายการ อาทิ ผักผลไม้แห้ง ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ชาสมุนไพร และเครื่องเทศ วางจำหน่ายในร้านสินค้าออร์แกนิกและในร้านอาหารโฟล์ก เฮอริเทจในทิมพู เชดอนต้องการขยายสถานที่ผลิต เพิ่มไลน์สินค้าและรับคนหนุ่มสาวในภูฏานให้เข้ามาทำงานด้านนี้มากขึ้น เป้าหมายของเธอ คือ การสร้างเครือข่ายอาหารออร์แกนิกที่นำเสนออาหารพื้นเมือง ในขณะเดียวกันก็แนะนำอาหารเพื่อสุขภาพรสชาติดีให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคอีกด้วย
               

     เชดอนไม่แน่ใจว่าเธอเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจอาหารออร์แกนิกเป็นคนแรกหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอทำ คือ การติดต่อและร่วมงานกับเกษตรกรที่ผลิตวัตถุดิบโดยตรง เธอกล่าวว่าหากดันภูฏานให้เป็นประเทศออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกร ผู้แปรรูปและผู้บริโภคต้องร่วมมือกัน ผู้บริโภคหลายคนอาจคิดว่าผลิตภัณฑ์ในภูฏานเป็นออร์แกนิก เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้สารเคมีหรือปุ๋ยสังเคราะห์แต่อย่างใด แต่ความจริงแล้วตลาดออร์แกนิกนั้นมีขนาดเล็กมาก จึงมีความเสี่ยงที่จะมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่ออร์แกนิกปนเปื้อนเข้ามา ความตั้งใจของเชดอนจึงเป็นการผลักดันให้เกษตรกรเหล่านั้นได้สร้างตลาดออร์แกนิกขึ้นมาเอง
               




     ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจออร์แกนิก คือ ต้องมีตรารับรองเพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ได้คุณภาพ โดยก่อนหน้านั้นเชดอนต้องใช้วิธีตรวจสอบและสอดส่องเอง ซึ่งต่อมาภายหลัง ภูฏานก็มีองค์กรที่ให้ตรารับรองสินค้าออร์แกนิก สำหรับผู้บริโภคในประเทศอาจไม่สนใจตรานี้นัก แต่ตรารับรองดังกล่าวสำคัญหากผู้ประกอบการต้องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
               

     เชดอนเล่าเบื้องหลังของการเริ่มธุรกิจอาหารออร์แกนิกว่าเกิดจากอาชีพเดิมที่เคยทำ การเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้เธอต้องออกตระเวนดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆ ในชนบท เธอคุ้นเคยกับชาวบ้าน ไปกินไปพักกับชาวบ้านบ่อยๆ แล้วพบว่าอาหารที่ชาวบ้านทำให้รับประทานนั้นดีเหมือนที่คุณยายเธอทำ กอปรกับการได้อ่านรีวิวเกี่ยวกับความเห็นด้านลบที่มีต่ออาหารภูฏาน เธอจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นตำรวจ เพื่อมาเริ่มธุรกิจที่จะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารของชาวภูฏาน
               




    เชดอนสร้างเครือข่ายเกี่ยวกับการผลิตอาหารและวัตถุดิบขึ้นมา โดยเน้นจ้างงานหญิงสาวที่ไม่มีงานทำ รวมถึงคนที่เรียนไม่จบ ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน พนักงานเหล่านี้จะอยู่กับเธอนานหลายปีและหากคนไหนต้องการออกไปทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารออร์แกนิกเอง เธอก็จะสนับสนุนเพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้หญิงว่าสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้
               

     สุดท้าย เชดอนเชื่อว่าประเทศของเธอจะสามารถก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารออร์แกนิก 100 เปอร์เซ็นต์ได้ หากมีการทำงานประสานกันตั้งแต่พระมหากษัตริย์ รัฐบาล เกษตรกร และผู้บริโภค โดยเฉพาะสองฝ่ายหลังที่ควรตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตและการเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิก นอกจากนั้นยังต้องปลูกฝังคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหาร และให้มีการพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้นด้วย
 
  
อ้างอิง
www.dailybhutan.com/article/bhutans-new-organic-food-movement
www.dailybhutan.com/article/concept-of-a-model-organic-village-initiated-in-bhutan-for-replication-in-future
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เปลี่ยนเกมรุก! เจาะตลาดจีนยุคใหม่ ขายอะไร ใช้กลยุทธ์ไหนให้รุ่ง

แม้การทำธุรกิจในประเทศจีนจะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่จีนก็ยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย โดยจีนยังคงเป็นตลาดหลักอันดับ 1 ทั้งในภาคการส่งออกสินค้าไทยไปขาย..

by SME Thailand.| 12 พย. 2019

​วิบากกรรมโรงแรมฮ่องกง! ประท้วงยืดเยื้อธุรกิจอ่วมหนัก ห้องว่าง 80% ค่าเช่าเหลือหลักร้อย

อัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ราคาห้องพักบางแห่งถูกเฉือนเหลือแค่คืนละ 9 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น

by SME Thailand.| 11 พย. 2019

​โตไม่หยุด! ชาวมิลเลนเนียลปลุกตลาดสินค้าหรูมือสองคึกคักทั่วโลก

สินค้าหรูมือสองกำลังกลายเป็นกระแสหลัก และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มมิลเลนเนียล และ Gen Z โดยเป็นกลุ่มที่สร้างความตระหนักรู้ ..

by SME Thailand.| 06 พย. 2019