เจ๋งจริง! หนุ่มมาเลย์ฝ่ากระแสต้านอาหารต่างชาติ เปิดขายสะเต๊ะเจ้าเดียวในอิตาลี แถมขายดีสุดๆ

by SME Thailand. 28 ตค. 2019
Share:
Text : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์
 


 
 
Main Idea
 
  • ในขณะที่อิตาลีถูกจัดให้เป็นศูนย์กลางด้านอาหารที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากไปเยือนก็เพื่อลิ้มรสอาหาร อิตาเลียนต้นตำรับแท้ๆ แต่ขณะเดียวกันอิตาลีก็อนุรักษ์นิยมสูงจนไม่เปิดใจรับวัฒนธรรมอาหารจากต่างแดนสักเท่าไร ไม่แปลกที่ร้อยละ 40 ของประชากรอิตาเลียนจะยอมรับไม่เคยลิ้มลองอาหารต่างชาติเลยแม้แต่น้อย
 
  • ฟังดูแล้วน่าจะเป็นตลาดที่เจาะยากไม่น้อย แต่จัสติน ยิป อดีตนักศึกษาชาวมาเลเซียในอิตาลีที่ผันมาเป็นผู้ประกอบการ Food Truck สามารถทำให้สะเต๊ะ และข้าวราดแกง เมนูที่ชาวเอเชียคุ้นเคยเป็นอย่างดีกลายเป็นอาหารที่ชาวอิตาเลียนชื่นชอบได้
 
  • โดยร้อยละ 90 ของลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุนเป็นชาวอิตาเลียน และจำนวนมากไม่รู้จักสะเต๊ะมาก่อน จัสติน ยิป เปิดโลกทัศน์การกินของชาวอิตาเลียนอย่างไร ไปติดตามอ่านกันได้เลย
 


 
     อิตาลีเป็นประเทศหนึ่งที่ถือเป็นศูนย์กลางด้านอาหาร และอาหารอิตาเลียนเองก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกไม่แพ้อาหารจากหลายชาติ นอกจากนั้น ในแต่ละปี ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปอิตาลีเพื่อรับประทานอาหารต้นตำรับของคนพื้นถิ่น ในความเห็นของ “จัสติน ยิป” หนุ่มมาเลเซียที่มาใช้ชีวิตในอิตาลีเมื่อ 10 ปีก่อนโดยแรกเริ่มมาร่ำเรียนศาสตร์ด้านอาหารที่  College of Gastronomic Science อาหารอิตาเลียนในอิตาลีอาจจะอร่อยก็จริง แต่หากพูดถึงอาหารต่างชาติในอิตาลี เขามองว่าเลวร้ายมาก





     จากการสำรวจความเห็นเมื่อปี 2554  พบว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ของชาวอิตาเลียนในประเทศยอมรับไม่เคยลิ้มลองอาหารต่างชาติเลยแม้แต่น้อย หลายคนวิเคราะห์ว่าอาจเป็นเพราะคนอิตาเลียนไม่นิยมลองอะไรที่แตกต่างจากที่เคยบริโภค เรียกง่ายๆ ว่าพวกเขาไม่ค่อยมีสัญชาตญาณของการผจญภัยในเรื่องรสชาติ บางคนก็มองว่าคนอิตาเลียนยึดติดกับรสชาติอาหารของตัวเอง และเมื่อได้ลองอาหารต่างชาติที่รสชาติจัดจ้านมีสีสันกว่าก็วิตกกังวลว่าอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนได้





     อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาหารต่างชาติไม่เป็นที่นิยมในอิตาลีเนื่องจากที่ผ่านมามีบางแคว้น เช่น แคว้นทัสคานี ไม่ออกใบอนุญาตให้ประกอบการเกี่ยวกับอาหารต่างชาติด้วยเหตุผลต้องการรักษาวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของอาหารอิตาลี กระแสชาตินิยมในอาหารยังถูกกระพือให้กว้างขวางขึ้นเมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของอิตาลีปฏิเสธรับประทานเคบับ อาหารตุรกีในงานประชุมแห่งหนึ่ง โดยกล่าวว่าจะรับประทานอาหารอิตาเลียนเท่านั้น


     อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะแทรกเข้ามาของอาหารต่างชาติก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง อาหารต่างชาติที่พบเห็นมากสุดในอิตาเลียน นอกจากเชนร้านฟ้าสต์ฟู้ดจากสหรัฐฯ ก็มีร้านอาหารจีน และร้านอาหารญี่ปุ่น  จัสตินซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในอิตาลีหลังเรียนจบเพราะชมชอบประเทศนี้จึงเกิดความคิดต้องการแนะนำอาหารมาเลย์ให้เป็นที่รู้จัก และคาดหวังจะเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอิตาเลียน





     ปี 2560 จัสตินก็ทำ Food Truck ขึ้นมาใช้ชื่อ Sate & Sake และขายอาหารเพียง 2 อย่างเท่านั้นได้แก่ สะเต๊ะไก่ และข้าวราดแกง (Curry) พิกัดในเมืองตูริน กลุ่มเป้าหมายที่ตั้งใจไว้คือบรรดานักศึกษาหรือชาวเอเชียที่มาเรียน มาทำงานที่เมืองนี้ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของลูกค้าเป็นชาวอิตาเลียน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ จัสติน อย่างมาก   


     คำถามก็คือเหตุใด ชาวอิตาเลียนที่แสนจะภาคภูมิใจในอาหารชาติของตนจึงหลงใหลสะเต๊ะของจัสติน และทำไม Food Truck  ของจัสตินจึงเป็นอาหารมาเลย์เพียงเจ้าเดียวในตูริน จัสตินเล่าว่าเขาอาศัยอยู่ที่นี่มานานทำให้เขาเข้าใจความคิดและทัศนคติเกี่ยวกับอาหารของคนอิตาเลียน  และตัวเขาเชื่อว่าคนเราควรต้องได้ลองชิม ลองกินอาหารทุกประเภทก่อนจึงค่อยตัดสินใจว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าไม่เคยชิมจะรู้ได้อย่างไร





     จัสตินจึงเริ่มทดสอบด้วยการขายสะเต๊ะไก่โดยใช้วิธีการดั้งเดิมแบบมาเลเซีย แต่มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เช่น ปรับลดความหวานลง เพราะความหวานในอาหารคาวไม่เป็นที่ยอมรับของชาวอิตาเลียน และลดความเผ็ดของเครื่องแกงลง เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เขาใช้วิธีย่างสะเต๊ะไป ขายไป สะเต๊ะที่ย่างก็เหมือนบาบีคิวซึ่งคนส่วนใหญ่ชอบบาร์บีคิวเนื่องจากกินแกล้มกับเบียร์แล้วเข้ากันดีมาก





     จัสตินกล่าวว่า เขาต้องทำรสชาติให้ออกมาลงตัวที่สุดเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่กินสะเต๊ะเป็นครั้งแรก กิจการรถขายสะเต๊ะของเขาได้รับการตอบรับดีและเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่อุปสรรคเดียวที่เผชิญคือกฏระเบียบเกี่ยวกับรถจำหน่ายอาหาร ทั้งนี้กฎหมายระบุรถจำหน่ายอาหารต้องเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปจุดใหม่ทุก 1 ชั่วโมง จัสติน กล่าวว่าสร้างความลำบากให้พอสมควรเนื่องจากใช้เวลาเก็บรถ 15 นี้ กางรถอีก 15 นาที กลายเป็นว่าขายจริงแค่ครึ่งชั่วโมง นอกจากนั้น กฎหมายยังบังคับห้ามจอดรถขายอาหารใกล้โรงเรียนหรือโบสถ์ในรัศมี 200 เมตร แต่ที่นี่อิตาลี มีโบสถ์กระจายอยู่แทบทุกมุมถนน  สิ่งที่จัสตินทำ หาพิกัดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มาตอแย จึงลงเอยที่ทางเดินใต้สะพานระหว่างอาคาร 2 แห่ง รถขายสะเต๊ะและข้าวราดแกงของจัสตินได้รับการตอบรับดี ลูกค้าอิตาเลียนจำนนมากเพิ่งเคยรับประทานสะเต๊ะและชื่นชอบในรสชาติจนกลายเป็นลูกค้าประจำ ในขณะที่ลูกค้าต่างชาติดโดยเฉพาะเอเชียก็มาอุดหนุนด้วยความหวนไห้หารสชาติที่คุ้นชิน





     จัสตินจะลงมือหมักไก่เอง และต่อมาได้จ้างผู้อพยพชาวเคิร์ด 3 คนมาช่วยทำ และช่วยขาย ในแต่ละสัปดาห์ เขาจะขายสะเต๊ะได้กว่า 1,000 ไม้ โดยใช้ไก่ราว 25 กก. ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผู้บริโภคอิตาเลียนเริ่มเปิดใจรับอาหารต่างชาติ ธุรกิจ Food Truck ของจัสตินก็เติบโตตามไปด้วย ทำให้เขาเริ่มมั่นใจ และวางแผนจะเปิดร้านเพื่อจำหน่ายสะเต๊ะและอาหารมาเลย์ในเร็วๆ นี้
 
 
ที่มา
www.atlasobscura.com/articles/malaysian-food-in-italy
https://sea.mashable.com/culture/6943/malaysian-opens-up-satay-foodtruck-in-italy-to-attract-asians-he-gets-90-italian-customers-instead
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​“Costes” ร้านอาหารมิชลินสตาร์ ชวนดินเนอร์บนชิงช้าสวรรค์ในวันที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง

ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์อย่าง Costes ในเมืองบูดาเปสต์ ปรับกระเช้าชิงช้าสวรรค์ให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดเล็กสำหรับลูกค้า 2 ท่านต่อโต๊ะ ให้มานั่งดินเนอ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020