อั้นไม่อยู่! เมื่อ Aging Society บีบคั้น รัฐบาลญี่ปุ่นจำต้องขึ้นภาษีอุปโภค-บริโภค

by SME Thailand. 30 ตค. 2019
Share:



Main Idea
 
  • รัฐบาลญี่ปุ่นปรับขึ้นภาษีบริโภคจากเดิม 8 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น ส่งผลถึงค่าครองชีพของประชาชนและการต้นทุนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการ
 
  • สาเหตุของนโยบายการขึ้นภาษีในครั้งนี้ คือ หนี้รัฐบาลที่สูงถึง 1,301 ล้านล้านเยน และการเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงวัยที่ทำให้รายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมสูงขึ้นถึง 33 เปอร์เซ็นต์
 
  • ซึ่งปัญหาที่ญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญอยู่นั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกับประเทศอื่นในอนาคตได้เช่นกัน




     ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชากรในประเทศ และคนจ่ายก็คงต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่หากสินค้าราคาแพงขึ้นหลายอย่างพร้อมกัน และนั่นคือสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญเมื่อรัฐบาลปรับขึ้นภาษีบริโภคจากเดิม 8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แน่นอนนั่นทำให้สินค้าและบริการขึ้นราคา ยกเว้นแค่ อาหารสด และหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่มีการตีพิมพ์มากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป





     ภาษีที่เพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์นี้หมายถึงรายได้ที่จะเข้าคลังของรัฐบาลเพิ่มขึ้นราว 5-6 ล้านล้านเยนต่อปี ซึ่งจะถูกนำไปใช้สำหรับชำระหนี้รัฐบาล โดยในปี 2561 ญี่ปุ่นมีหนี้รัฐบาลสูงถึง 1,301 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 237 เปอร์เซ็นต์ของ GDP เลยทีเดียว นอกเหนือไปจากนั้น เงินบางส่วนจะนำไปใช้สนับสนุนด้านการศึกษา การดูแลบุตร และค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมด้วย


     โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างประชากรของประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society)  ซึ่งในปี 2018 ญี่ปุ่นมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึง 27.6 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลกระทบในทางลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้สูงอายุมีแนวโน้มการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอยที่มีข้อจำกัดมากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น สัดส่วนประชากรสูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ยังส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่อีกประการคือ รายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2543 ค่าใช้จ่ายสวัสดิการสังคมในญี่ปุ่นคิดเป็น 17.6 เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณรายจ่าย และสัดส่วนดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2561


      จากสถานการณ์ทางการเงินที่ค่อนข้างบีบคั้น นโยบายการขึ้นภาษีการบริโภคเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลมีอยู่และจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อหารายได้มาสนับสนุนรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนือง รวมถึงเพื่อรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศให้แข็งแรงยิ่งขึ้น





     การปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ยังคงสร้างความกังวลว่าอาจฉุดให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกลับมาหดตัวอีกครั้ง เนื่องจากการปรับขึ้นภาษีรอบก่อนจาก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็น 8 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนเมษายน ปี 2557 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและการบริโภคในประเทศอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่ามาตรการช่วยเหลือระยะสั้นและมาตรการพิเศษอย่าง เช่น การเครดิตภาษีคืน 2-5% ผ่านระบบสะสมคะแนนหากผู้บริโภคซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ หรือร้านค้าขนาดเล็กและขนาดกลางโดยผ่านช่องทางการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระยะเวลา 9 เดือน รวมถึงนโยบายการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย จะช่วยให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงมากนัก





     ซึ่งปัญหาที่ญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญอยู่นั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกับประเทศอื่นในอนาคตได้เช่นกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ เครื่องมือนโยบายการเงินอย่างการลดดอกเบี้ยเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กลายเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งสภาวะดังกล่าวอาจผลักดันให้รัฐบาลในประเทศอื่นจำเป็นต้องหยิบเอาเครื่องมือทางการเงินการคลังที่มีความเสี่ยงมากขึ้นมาใช้ และปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการลงทุนในระยะยาวของผู้ประกอบการธุรกิจด้วย
 

     ที่มา : SCB Chief Investment Office (SCB CIO)

 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​แอบส่อง! ยอดส่งออก 9 เดือนแรก สินค้าอะไรเติบโตดีสุด

สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2563 หลังเจอกับโจทย์สาหัสมาตั้งแต่ต้นปี และในไตรมาสสุดท้ายนี้ก็ยังมีหลายปัจจัยให้ลุ้น แต่หนึ่งในสัญญานดีๆ คือยอดส่งออกเริ่มหดตัว..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2020

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020