เปลี่ยนเกมรุก! เจาะตลาดจีนยุคใหม่ ขายอะไร ใช้กลยุทธ์ไหนให้รุ่ง

by SME Thailand. 12 พย. 2019
Share:



Main Idea
 
  • ในแต่ละปีคนจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ในขณะเดียวกันสินค้าไทยก็สามารถเข้าไปสร้างความนิยมและตีตลาดจีนได้ไม่น้อยเช่นกัน
 
  • โดยสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในจีน 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มขนมขบเคี้ยว, ผลิตภัณฑ์จากยางพารา, สกินแคร์, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ยาหม่อง กอเอี๊ยะ
 
  • ส่วนเทรนด์สินค้าไทยที่กำลังมาแรง  คือ 1.เน้นเรื่องธรรมชาติ (Natural) 2.ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ (Healthy) และ  3.สินค้าไทยแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ดูอินเตอร์มากขึ้น เช่น เครื่องสำอาง, เครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ดริงค์ และน้ำมะพร้าว เป็นต้น





     แม้การทำธุรกิจในประเทศจีนจะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆ แต่จีนก็ยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย โดยจีนยังคงเป็นตลาดหลักอันดับ 1 ทั้งในภาคการส่งออกสินค้าไทยไปขายยังต่างประเทศ รวมทั้งภาคการท่องเที่ยว ดูได้จากแต่ละปีมีคนจีนเดินทางมาเที่ยวในไทย ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ในขณะเดียวกันสินค้าแบรนด์ไทยก็สามารถเข้าไปสร้างความนิยมและตีตลาดจีนได้ไม่น้อย ทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยว สินค้าเพื่อสุขภาพ สกินแคร์-เครื่องสำอาง เป็นต้น




     มาฟัง ชฎากร ธนสุวรรณเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอวีจี ไทยแลนด์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งในจีน เครือ บริษัท วายดีเอ็ม ไทยแลนด์ จำกัด ให้ข้อมูลเพื่อ “ปลดล็อกโอกาสสร้างแบรนด์สู่ตลาดจีน” หลังการทำตลาดในจีนเริ่มยากขึ้น เนื่องจากพ่อค้ารับหิ้วของจากไทยลดน้อยลงจากการออกกฎหมายใหม่ของประเทศจีนที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจรับหิ้วสินค้าจากต่างประเทศจะต้องลงทะเบียนและเสียภาษี กอปรกับค่าเงินบาทที่แข็งตัว และปัญหาสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ที่ยังยืดเยื้ออยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามยังมีคนจีนจำนวนมากที่ยังรักและเชื่อถือในคุณภาพของสินค้าไทย จึงเป็นเวลาที่ผู้ประกอบการไทย ต้องรุกจีนให้ถูก ด้วยกลยุทธ์รู้เขารู้เราให้มากกว่าเก่า
 




รู้ทันโอกาส กับ 5 อันดับสินค้าไทยขายดีในจีน



     ชฎากร ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.กลุ่มขนมขบเคี้ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้แปรรูป เพราะเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องผลไม้อร่อย มีคุณภาพ เช่น มะม่วงอบแห้ง, ทุเรียนทอดกรอบ และ ตามมาด้วยประเภทขนมอบกรอบ


     อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ตามมาด้วย 3.สกินแคร์ อันดับ4 เครื่องสำอาง และอันดับ 5 คือ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น ยาหม่อง กอเอี๊ยะ





     “นอกจากสินค้าขายดี ยังมีเทรนด์สินค้าไทยที่กำลังได้รับความนิยมในจีนที่เห็นได้ชัด คือ 1.เน้นเรื่องธรรมชาติ (Natural) กลุ่มเพื่อสุขภาพจะมีเยอะขึ้น เช่น นมถั่วเหลืองออร์แกนิก ผลไม้แปรรูปมีความหลากหลายมากขึ้นและไม่มีน้ำตาล เช่น แอปเปิ้ลอบแห้ง 2.ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ (Healthy) เพิ่มสรรพคุณให้มากขึ้น เช่น ที่นอนยางพาราสำหรับเด็ก ไม่มีสารก่อภูมิแพ้  3.สินค้าไทยแบรนด์ใหญ่ๆ ของไทยสามารถเข้าไปเพิ่มช่องทางการจำหน่ายที่แพร่หลายมากขึ้น เช่น เมื่อก่อนมักจะวางขายในออนไลน์อย่างเดียว หรือ เฉพาะช่องทางที่ขายแต่สินค้าไทย มาปีนี้เริ่มดูอินเตอร์มากขึ้น ขยับไปวางขายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วโลก อยู่ในชั้นวางสินค้าเดียวกับสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ซึ่งช่วยทำให้เข้าถึงคนจีนได้มากขึ้น เช่น คอสเมติกส์, เครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ดริงค์, น้ำมะพร้าว ฯลฯ” เธอบอก
 



รุกจีนแบบไหนให้รุ่ง ไม่ต้องตกม้าตายกลางทาง



     หนึ่งในการทำธุรกิจไปจีนที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการไทย คือการทำการตลาดออนไลน์ที่จีน ซึ่งชฎากรให้คำแนะนำว่า ต้องพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ต้องดูตัวเราเองว่าธุรกิจอยู่ในขั้นไหน เช่น เป็นแบรนด์ที่มีวางจำหน่ายทั่วเมืองไทย หรือมีเปิดแค่ 1-2 ช็อปเท่านั้น เพราะจะได้วางงบประมาณในการทำแบรนด์ที่เหมาะสม 2.ดูวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่น ต้องการหาดิสทริบิวเตอร์ หรือหาลูกค้าที่จะซื้อ และควรดูคู่แข่ง ดูผู้นำในตลาดว่าเขาทำอะไรไปบ้าง ทำการตลาดไปถึงไหน และสุดท้าย คือ ต้องรู้กลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากในประเทศจีนมีจำนวนประชากร 1,400 ล้านคน ดังนั้นหากเราเลือกกลุ่มนิช (Niche) เกินไป ค่าใช้จ่ายต่อหัวอาจจะสูงเพราะต้องทำการตลาดเจาะไปที่กลุ่มๆ นั้น แต่ถ้าแมส (Mass) ไป อาจจะไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะเจาะตลาดในกลุ่มที่ต้องการได้ ฉะนั้นจึงต้องพิจารณาให้ดีเพราะส่งผลต่องบประมาณที่ตั้งไว้




     “ถ้าถามถึงสูตรความสำเร็จที่จะไปเจาะตลาดประเทศจีน จากประสบการณ์มองว่า กลยุทธ์ Word of mount สำคัญที่สุด แต่ต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะคอนโทรลยาก เนื่องจากตลาดจีนค่อนข้างซับซ้อน ถ้าทำพลาดมีประเด็นลบขึ้นมา ส่วนใหญ่ที่เห็น คือมักจะแก้ไขได้ไม่ทันท่วงที ซึ่งวิธีจัดการปัญหาในเรื่องนี้ สามารถแก้ได้ด้วยการทำ Social Listening อย่างสม่ำเสมอ มีทีมบริหารจัดการในเรื่อง Crisis management อย่างมืออาชีพ ก็จะสามารถช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นกระบอกเสียงที่ดีให้กับแบรนด์ได้” ชฎากร กล่าวในตอนท้าย
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020

​โควิดทำลูกค้าหาย! เชฟมิชลินพลิกกลยุทธ์ผลิตกราโนล่าขาย โกยรายได้เดือนละครึ่งล้าน

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายไปแทบทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นกระทั่งผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร วันนี้มีเรื่องราวของ “คริสโตเฟอร์ ..

by SME Thailand.| 07 ตค. 2020