รู้จัก "ก่าเมา" เมืองที่เชื่อมโยงการค้าการท่องเที่ยวของ เวียดนาม-ไทย-กัมพูชา

by SME Thailand. 13 มค. 2020
Share:
TEXT : กองบรรณาธิการ
PHOTO : เจษฎา รอดสุรางค์ 



 
 
 
Main Idea
 
 
  • ก่าเมา จังหวัดใต้สุดของประเทศเวียดนาม มีชายแดนทางทะเลติดกับกัมพูชาและไทย มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างมาก 
 
  • ล่าสุดรัฐบาลเวียดนาม ไทย กัมพูชา ได้ตกลงร่วมกันที่จะสร้างและพัฒนาเส้นทาง R10 สำหรับเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยจังหวัดก่าเมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเชื่อมโยงกับจังหวัดตราดของไทยและเมืองสีหนุวิลล์ของกัมพูชาที่ต่างก็มีท่าเรือพร้อมอยู่แล้ว มาทำความรู้จักจังหวัดแห่งนี้ให้มากขึ้นกัน

 
 
     “ก่าเมา” จังหวัดใต้สุดของประเทศเวียดนาม มีชายแดนทางทะเลติดกับกัมพูชาและไทย มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น การท่องเที่ยวตามชายฝั่ง ตามเกาะต่างๆ รวมถึง สวนนกเลิมเวียน และป่าชายเลน อู มินห์ หะ ที่ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลก จุดแข็งของจังหวัดก่าเมา คือการเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนในการพัฒนาการเกษตรและการประมง อย่างการเลี้ยงกุ้งและปู




     ล่าสุด รัฐบาลเวียดนาม ไทย กัมพูชา ได้ตกลงร่วมกันที่จะสร้างและพัฒนาเส้นทาง R10 สำหรับเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของ 3 ประเทศ โดยจังหวัดก่าเมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเชื่อมโยงกับจังหวัดตราดของไทยและเมืองสีหนุวิลล์ของกัมพูชาที่ต่างก็มีท่าเรือพร้อมอยู่แล้ว







     ทั้งนี้ จังหวัดก่าเมาได้มีการจัดตั้ง ศูนย์สนับสนุนการค้าและการลงทุน สำหรับช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจังหวัด เพื่อผลักดันให้โครงการลงทุนต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นให้ได้ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์พิเศษทางด้านภาษีและการเช่าที่ดินให้ด้วย







     โดยปัจจุบันมีกลุ่มทุนจากประเทศไทยเข้าไปลงทุนในจังหวัดก่าเมาแล้ว 2 ราย คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เข้าลงทุน 2 โครงการ ได้แก่ ฟาร์มแม่พันธุ์กุ้งในเขตนำกัง และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ในนิคมอุตสาหกรรม คั้น อาน เขต อู มินห์ โดยทั้งสองโครงการยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ส่วนอีกบริษัท คือ บีกริม พาวเวอร์ เข้าไปลงทุนด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้คณะกรรมการระดับชาติของเวียดนามพิจารณา นอกจากนั้นทางบริษัทยังได้เสนอเรื่องการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากแก๊สธรรมชาติต่อคณะกรรมการจังหวัดก่าเมาอีกด้วย


     “เวียดนามมีท่าเรือที่มีความพร้อมอยู่ที่เกาะฟุก๊อก สำหรับจังหวัดก่าเมานั้น มีท่าเรืออยู่ที่เขตนำกัง  เป็นท่าเรือที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ไม่ได้อยู่บริเวณอ่าวหรือทะเล ซึ่งหากเดินเรือจากอ่าวไทยไปยังท่าเรือที่นำกัง ก็ดูจะค่อนข้างยุ่งยาก ดังนั้นรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศ จึงเสนอให้จังหวัดเก่ามา เร่งดำเนินการขยายท่าเรือในเขตนำกัง เพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากว่าต้องมีการก่อสร้างท่าเรือที่่นำกัง จะทำให้จังหวัดก่าเมา สามารถรองรับการท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่จะมาจอดแวะ ซึ่งจะช่วยพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยว และการค้าให้ดียิ่งขึ้น” นายเล วัน สือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดก่าเมา กล่าว





 

     นี่โอกาสของผู้ประกอบการ SME ไทย ที่จะได้อานิงส์จากความร่วมมือที่เกิดขึ้น ขอแค่เตรียมตัวให้พร้อม โอกาสใหม่ๆ ก็พร้อมที่จะเป็นของทุกคนเสมอ 


 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
 
 
 
Share:

Related Articles

​Rethink+ ระบบจัดการขยะผ่านดิจิทัล ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

Rethink+ เชื่อมโยงกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับขยะพลาสติกเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่คนทั่วไปที่สร้างขยะ คนที่เก็บรวบรวมขยะ ผู้บำบัดขยะ และสุดท้ายคือโรงงานรีไซเ..

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​เปิดปูมหลัง ”โฮ ควอน ปิง” จากผู้ต้องขังสู่การเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่ายโรงแรมหรูบันยันทรี

“โฮ ควอน ปิง” ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่เคยติดคุกนาน 2 เดือน แต่บั้นปลายกลับขึ้นแท่นเป็นเจ้าของเครือโรงแรมหรูและรีสอร์ตใน 28 ประเทศทั่วโลก

by SME Thailand.| 14 ตค. 2020

​“เวียดนาม-มาเลเซีย-ไทย” 3 หมุดหมายท่องเที่ยวเอเชีย ที่คาดว่าจะฟื้นตัวใน Q4 และกลับมาบูมหลังโควิด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นหมุดหมายของนักเดินทางจากทั่วโลก การท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคั..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2020